บทความ

พื้นฐานเครื่องเสียง


สำหรับบทความเทคนิคในเล่มนี้ ทางทีมงานจะพูดถึงเรื่อง พื้นฐานเครื่องเสียงรถยนต์ และการเลือกเพาเวอร์แอมพ์ให้เหมาะสมกับลำโพงซับวูเฟอร์ และลำโพงมิดเรนจ์กับทวีเตอร์ โดยปกติส่วนประกอบของเครื่องเสียงรถยนต์ เป็นที่รู้กันดีว่า นอกจากแหล่งสัญญาณที่ประกอบไปด้วย เฮดยูนิท แล้วยังมีอุปกรณ์ต่อร่วมอื่นๆ อีก เช่น พโรเซสเซอร์ เพาเวอร์แอมพ์ ลำโพง เพื่อให้ระบบเสียงรถยนต์มีความสมบูรณ์ สมจริง ทั้งในการชมความบันเทิงทางภาพ และเสียง ไปตลอดการเดินทาง

ในครั้งนี้จะกล่าวถึง เพาเวอร์แอมพ์รถยนต์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์แยกชิ้นที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของระบบเครื่องเสียง เพราะทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ก่อนที่จะขับออกสู่ลำโพง เพื่อให้เกิดเป็นเสียงให้ได้ยินกันต่อไป

โดยพื้นฐานการทำงานของเพาเวอร์แอมพ์ ทำหน้าที่เอาสัญญาณจากเฮดยูนิท ด้วยการขยายสัญญาณให้มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะขับลำโพงติดรถยนต์ นอกจากนี้ยังเป็นการดี ที่จะแยกเพาเวอร์แอมพ์ สำหรับขับช่วงความถี่สูง และความถี่ต่ำ แต่ในปัจจุบันอาจจะไม่จำเป็น เพราะมีเพาเวอร์แอมพ์ประเภทมัลทิแชนแนล ที่สามารถขับลำโพงได้ทั้งชุดหน้า และหลัง รวมถึงซับวูเฟอร์ด้วย

ในอดีตหูของคนเราจะไม่สามารถปรับระดับสัญญาณในย่านความถี่ที่แตกต่างได้อย่างง่าย หลายคนเริ่มต้นระบบด้วยเพาเวอร์แอมพ์สำหรับขับความถี่ต่ำ (เสียงเบสส์) และใช้เฮดยูนิทที่มีภาคขยายเสียงในตัวขับลำโพงย่านความถี่สูง ซึ่งอาจเพียงพอ แต่ภาคขยายเสียงในเฮดยูนิท ก็ไม่ได้ให้ระดับเสียงในการฟังอย่างเพียงพอ และใสสะอาด สำหรับการฟัง นอกจากว่าคุณจะเป็นนักทูนเสียงมืออาชีพ และมีหลายทางเลือกในการเลือกเพาเวอร์แอมพ์

 

คิดถึงสิ่งที่ต้องการ

RMS POWER เป็นกำลังขับเอาท์พุทของเพาเวอร์แอมพ์ที่ควรจับคู่กับลำโพงที่จะต้องใช้ ปัญหาที่พบบ่อยมากที่สุดกับการแมทชิงลำโพง และเพาเวอร์แอมพ์ ก็คือ กำลังขับที่ไม่พอดี ไม่เหมาะสมกัน อาทิเช่น เพาเวอร์แอมพ์ที่มีกำลังขับต่ำกว่า นำไปขับลำโพงที่มีกำลังขับสูง ซึ่งคนฟังมีแนวโน้มที่จะหมุนวอลูมให้เสียงดังมากขึ้น ปัญหาดังกล่าวนี้ ทำให้เกิดการขับเกินกำลัง และเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดความเพี้ยน สำหรับความเพี้ยนที่ออกจากเพาเวอร์แอมพ์ สัญญาณจะกลายเป็นไฟ DC ในเวลาสั้นๆ แม้ว่าจะมีเพาเวอร์ที่ต่ำ ก็สามารถสร้างความเสียหายให้เกิดกับลำโพงได้ ในทางเดียวกัน ลำโพงที่มีกำลังขับต่ำกว่า แต่เพาเวอร์แอมพ์มีกำลังขับสูงกว่า ก็อาจทำให้ลำโพงได้รับความเสียหายเช่นกัน

ดังนั้น ควรจะกำหนดขนาดกำลังขับที่เหมาะสมระหว่างลำโพงทวีเตอร์/มิดเรนจ์ และซับวูเฟอร์ ตัวอย่างเช่น ถ้าใช้เพาเวอร์แอมพ์กำลังขับน้อยกว่า 75 วัตต์/แชนแนล ขับลำโพงซับวูเฟอร์ ในทางกลับกันสำหรับความถี่สูง (มิดเรนจ์ และทวีเตอร์) ใช้กำลังขับ 25 ถึง 50 วัตต์/แชนแนล ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมกับการฟังในรถยนต์ หรือซับวูเฟอร์สามารถผลิตกำลังขับได้ 1,000 วัตต์/แชนแนล ส่วนลำโพงมิดเรนจ์กับทวีเตอร์ ก็ควรมีกำลังขับประมาณ 333 ถึง 500 วัตต์/แชนแนล ด้วยสัดส่วนระหว่าง 1/3 หรือ 2/3 ของระบบเสียง

ปัจจัยอีกประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเพาเวอร์เอาท์พุทโดยตรง คือ ความสามารถในการรับโหลดที่ความต้านทานต่ำ ในบางครั้งซับวูเฟอร์สามารถต่อได้หลายแบบ เช่น วอยศ์คอยล์เดี่ยว และวอยศ์คอยล์คู่ ซึ่งการต่อเพาเวอร์แอมพ์ที่โหลดความต้านทานต่ำ ทำให้เพาเวอร์แอมพ์ทำงานหนัก นอกจากว่าเพาเวอร์แอมพ์ตัวนั้นจะถูกออกแบบให้สามารถขับเล่นที่ความต้านทานต่ำได้ และเพาเวอร์แอมพ์ราคาปานกลางจำนวนมาก สามารถขับลำโพงซับวูเฟอร์ได้ที่โหลดต่ำ 2 โอห์ม หรือน้อยกว่า 4 โอห์ม (อ่านต่อฉบับหน้า)



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2556
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/HoN1f

Follow autoinfo.co.th