บทความ

LIFE OF MASSAGE


ขึ้นชื่อว่า ชายชาตรี แล้วคงไม่แคล้วเข้าโรงนวด ซึ่งไม่เกี่ยวกับนวดแผนไทยโบราณ แต่เป็นอาบอบนวดที่มีไก่ 3 อย่างครบ คือ กิน, ดื่ม, อาบ ของแถมอย่างอื่นแต่ละแห่งต่างกันในราคา และลีลากังนัมสไตล์

สถานบริการอาบอบนวด ซึ่งไม่รู้ใครเป็นผู้บัญญัติคำนี้ ย่านแรกเกิดที่สองฝั่งถนนเพชรบุรีตัดใหม่ของกรุงเทพ ฯ ก่อนจะแพร่ระบาดไปตามเมืองใหญ่เมืองน้อยทั่วราชอาณาจักร

“อาตามิ” เป็นสถานบริการอาบอบนวดที่ผมรู้จัก และจำชื่อได้ไม่เคยลืม เป็นสถานที่เก่าแก่อยู่ช้านาน เคยไปมีชีวิตโรงนวด LIFE OF MASSAGE หลายเที่ยว สภาพวันนี้เป็นอย่างไรบ้างก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้ไปเยี่ยมนานแล้ว เช่นเดียวกับวัฒนธรรมอาบอบนวดของเราที่มีการพัฒนา ทั้งสถานที่และการบริการ เริ่มต้นจากอ่างอาบน้ำธรรมดา จนถึงอ่างจากุตซี และจากอ่างจากุตซีขนาดสามัญหนึ่งต่อหนึ่ง ครั้งหลังสุดที่ผมเคยสัมผัสก็เป็นจากุตซีขนาดแอล ตั้งแต่สองต่อสองขึ้นไป อาจรองรับได้ถึงสี่ต่อสี่ หรือหนึ่งต่อสี่ สุดแท้แต่ชายชาตรีจะอาสาเป็นนักรบโรมันขี่รถม้าศึกด้วยม้าเทียมกี่ตัว

ต่อจาก อาตามิ สถานบริการอาบอบนวดก็เปิดบริการกันอย่างระเบิดเถิดเทิง 2 ฝั่ง ตลอดถนนเพชรบุรีตัดใหม่ยาวทะลุคลองตัน ยันสวนหลวง

ชายชาตรีนิยมอ่างเฉพาะเวลาค่ำคืน กลางวันถือเป็นเรื่องชายขาจร เกี่ยวเนื่องกับธุระของชายชาตรี อาจเป็นการรับรองลูกค้า หรือไม่ก็เป็นการแนะนำธุรกิจใหม่ๆ ของบริษัท ส่วนหลักการที่ว่า กินข้าวต้มกลางวัน ก็คงมีบ้าง

ขึ้นชื่อว่า นวดแผนโบราณ มันก็ต้องแปลว่ามีประวัติมาแต่โบราณ ซึ่งก็ดูเหมือนเริ่มตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง ตามหลักฐานจากศิลาจารึกที่ขุดพบในป่ามะม่วง

นวดแผนโบราณ เกิดขึ้นเพื่อการรักษาพยาบาลโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งมีภาพชัดเจนในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ที่มี “กรมหมอนวด” เป็นส่วนราชการ และรุ่งเรืองอย่างมากในรัชสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ฝรั่งมังค่าเห็นแล้วก็ทึ่ง อดใจไม่ได้ที่จะต้องลงบันทึก

“ในกรุงสยามนั้น ถ้าใครป่วยไข้ลง ก็จะเริ่มทำเส้นสายยืด โดยให้ผู้ชำนาญทางนี้ขึ้นไปบนร่างกายของคนไข้ แล้วใช้เท้าเหยียบ กล่าวกันว่าหญิงมีครรภ์มักใช้ให้เด็กเหยียบ เพื่อให้คลอดบุตรง่าย”

นั่นเป็นบันทึกจากท่านราชทูตฝรั่งเศส ลา ลูแบร์ เมื่อพุทธศักราช 2230

ฝรั่งสนใจเพราะเกี่ยวกับการแพทย์ เกี่ยวข้องกับการเจ็บไข้ได้ป่วย ฝรั่งที่เข้ามาแจกยาในเมืองไทยแต่แรก คือ มิชชันนารี ซึ่งสยามชนมองว่าเป็นหน่วยงานแสวงหาผลประโยชน์ ต้องการเผยแพร่ศาสนามากกว่าจะเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร

มิชชันนารีอเมริกันแตกต่างกว่าชาติอื่น เป็นองค์กรอิสระ ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของรัฐ มิชชันนารีอเมริกันเริ่มเข้ามาเมืองไทยผ่านทางสิงคโปร์ และพม่า ส่วนหมอบรัดเลย์ ที่คนไทยรู้จักนั้น เข้ามาเมืองไทยในปี 2378 ชื่อเต็มๆ คือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ แดน บีช บรัดเลย์

ด้วยมิชชันนารีอเมริกันนี่แหละ ที่การแพทย์ในเมืองไทยได้ประโยชน์จากการปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ แผลเป็นที่ต้นแขนซ้ายผมวันนี้เลือนไปมากแล้ว

อาตามิ เป็นแหล่งกำเนิด LIFE OF MASSAGE แห่งแรกของผม แต่นวดแผนโบราณนั้นเข้าใจว่าเกิดที่วัดพระเชตุพน ฯ หรือวัดโพธิ์ เป็นแห่งแรก สรุปรวมความแล้วก็คือ นวดแผนโบราณกับคนฝรั่ง มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน คนละเรื่องกับ “LIFE OF MASSAGE”
ผมพยายามค้นหาเหตุผลที่ว่า ทำไมชายชาตรีนิยมการอาบอบนวดในเวลากลางคืน เริ่มตั้งแต่การศึกษาค้นคว้าแต่ละชั่วโมงในการทำงานของผู้ชายไทย หากรับราชการก็อาจจะสะดวกสำหรับการขโมยชั่วโมงไปโรงนวด หากเป็นพนักงานบริษัทไม่ถึงระดับผู้จัดการ ก็คงต้องหลังเลิกงานไปแล้ว

ฝ่ายผู้บริหารงานสถานบริการอาบอบนวด ก็เข้าใจรสนิยมของชายชาตรี จึงละทิ้งไม่ได้สำหรับประเพณีการตกแต่งสถานที่ MASSAGE PARLOUR ด้วยแสงสีวูบวาบ ตั้งแต่ป้ายชื่อสถานบริการ จนเข้าไปถึงภายใน ให้ได้บรรยากาศสมกับคำโฆษณาที่ว่า

“สีสันยามค่ำคืน กับสาวสวยที่รู้ใจคุณ”

จตุรงค์องค์ 4 ที่จำแนกมาได้จากข้อความนี้ คือ สีสัน 1, ค่ำคืน 1, สาวสวย 1 และรู้ใจคุณ 1 เป็นองค์ 4 ที่ประสานงานกันได้อย่างลงตัว
มีกลางคืน ก็ต้องมีแสงสี ไม่ใช่เป็นกลางคืนที่มืดมิด คลำไม่ถูกไม่รู้ว่ามีหางหรือไม่มี บรรยากาศมันครึ้มหนักไปหน่อย ต้องมีแสงสีวูบวาบเหมือนอาการเต้นของหัวใจ ตามด้วยสาวสวยที่รู้ใจ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ

สาวสวยในอาบอบนวด เรียกว่า “พริททีสาวสวย” ตามอย่างงานแสดงรถยนต์ โดยหลักทั่วไปแล้ว ชายชาตรีชอบผู้หญิงที่หน้าตาสวย ยิ้มเก่ง และรู้ใจผู้ชายที่มาเยี่ยม

แต่ผมว่าส่วนใหญ่แล้ว พริททีมักจะมีส่วนสัดที่เหมือนกันทุกสถานบริการ คือ ประเภท “อกภูเขา”
แม้จะมีสาวมั่น ตันหยง หงส์ขาว สูงยาว-เข่าดี หรือน่ารักผิวเนียนยังไง ก็ต้องมี “อกภูเขา” ให้ชายชาตรีร้องทัก “ปอดบวมหรือไงเธอ ?”

การตกแต่งภายใน ทุกสถานบริการจะคำนึงถึงความหรูมากที่สุด เพราะมีความเชื่อว่า ชายชาตรีที่เข้ามาหว่านเงินในสถานบริการของตน เป็นชายผู้สูงศักดิ์ หรือแม้จะไม่เป็นแต่ก็มีจิตคะนึงอยู่ทุกลมหายใจเข้า/ออกว่า คืนนี้ขอเป็นสุลต่านสักคืนเถอะวะทุกอย่างในห้องสวีท จึงอลังการ ครบถ้วนสำหรับ LIFE OF MASSAGE และสถานบริการทุกแห่งต้องมี ห้องสูท รับบทเป็นตัวพระเอก เป็นห้องขนาดใหญ่ รับรองได้มากกว่า 10 คน มีโซนแห่งความปรารถนาทุกโซน ทั้งโซนรับประทานที่ใช้ช้อนส้อม มีด และที่นั่งเฉยๆ ใช้มือทำอย่างอื่น ไม่ต้องใช้หยิบอาหาร ถัดจากโซนนี้ก็เป็นโซนชำระร่างกาย จะลงอ่างจากุตซีเพื่อการขัดถูร่างกาย หรือลงอ่างกันตัวต่อตัว ก็ต้องทำความสะอาดก่อนเป็นปฐมจินดาเบื้องต้น

โซนต่อไปก็เป็นโซนปฏิบัติการ คือ นอนลงให้พริททีนวด (ผิดหวังไหมล่ะ ?) การนวดก็มีแอนดรอยด์หลายเวอร์ชัน ขึ้นอยู่กับแอพพลิเคชันที่เลือกนวดเฉพาะจุด สไตล์ญี่ปุ่น หรือ BODY TO BODY สไตล์เกาหลี หรือนวดโลชันสมุนไพร สไตล์ไต้หวัน หรือจะเน้นพิเศษ นวดจุดสำคัญเสริมสร้างสมรรถภาพ

ในสมัยก่อนราคาเท่าไรผมจำไม่ได้แล้ว แต่สมัยนี้เริ่มต้นที่ 799-999 บาท บางแห่งเริ่มต้น 1,900 บาท ถ้าเป็นราคาแพคเกจก็ตก 6,500 บาท ถือว่าพิเศษสุดๆ แล้ว

บางแห่งมีราคา 1,900 บาท (ชั่วโมงครึ่ง) แถมยังบอกด้วยว่าราคานี้ครบสูตร ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ไม่ระบุว่าสูตรไหน แต่แนะนำว่า นี่คือ การผ่อนคลายสไตล์รีสอร์ท เป็นความสุขเหนือคำบรรยาย ปราศจากกฎเกณฑ์ และเป็นความหรูหราระดับประเทศ

นโยบายในด้านราคานั้น ไม่มีความแน่นอน สุดแต่มาดของชายชาตรีที่เข้าไปเยือน ถ้าเป็น กริสติอาโน โรนัลโด ก็คงราคาหนึ่ง แต่ถ้าเป็น ดิดิเอร์ ดรอกบา ก็ต้องเป็นอีกราคาหนึ่ง แตกต่างกันตามสรีระ

บางสถานที่เย้ายวนใจด้วยราคา “มา 2 ท่าน 1,250 บาท มา 3 ท่าน 1,999 บาท” ทำยังกะว่าเหมาถูกกว่า ประเภทเดียวกับสินค้าบริโภคกระปุกละ 30 บาท แต่ 4 กระปุกคิดร้อยเดียว

บางแห่งเห็นใจคอเหล้า เปิดเหล้าขวดแรกราคาปกติ ขวดที่ 2 คิด 199 บาท แต่ถ้าฉีกโฆษณาที่เห็นอยู่นี้ติดมือมาด้วย อาหารที่สั่งกินจะได้ลดราคา 20 %

ราคาสำหรับห้องสูท ถ้าใช้ระหว่างเวลาเที่ยงวันถึงสองทุ่ม เถ้าแก่ไม่คิดราคาค่าห้อง แต่หลังจากสองทุ่มไปแล้ว คิดราคาต่ำกว่าปกติ 50 % ไม่รู้ปกติมีราคาเท่าไร

ชั่วโมงนาที ยังรวมถึง “HAPPY HOUR” คือ ก่อนเวลา 18.00 น. เถ้าแก่ลดราคาให้ 300 บาท หลังจากเคารพธงชาติ 18 นาฬิกาแล้ว ลด 200 บาท ส่วนหลังสองทุ่มไปแล้วควรเข้าใจเอาเองว่า เถ้าแก่คิดราคาเต็มไม่มีส่วนลด ตามหลักค้าขาย ซัพพลาย-ดีมานด์
หลักฐานที่ระบุว่าอาบอบนวดกับฝรั่งมีความสัมพันธ์อันดีนั้น ยังหาศิลาจารึกไม่พบ แต่เป็นที่เข้าใจกันว่าเป็นเพราะฝรั่งเคยแต่ “อาบน้ำสไตล์ตุรกี” ครั้นมาเจอ “อาบอบนวด” สไตล์กิน, ดื่ม, อาบ ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ในเมืองไทยก็ต้องร้อง โอ…พระเจ้าจอร์จ
IT’S GREAT PASSION BEYOND IMAGINATION !



------------------------------
เรื่องโดย : ข้าวเปลือก
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ประสาใจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/wvLFs

Follow autoinfo.co.th