บทความ

อุโมงค์ลม


 

อากาศพลศาสตร์ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับรถยนต์ เมื่อก่อนมักจะได้ยินคำว่า ค่าเสียดทานอากาศต่ำ นั่นหมายความว่า ยิ่งค่าต่ำ แสดงว่ารถยนต์คันนั้นลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์

อากาศพลศาสตร์
หัวใจของการออกแบบ

รถยนต์ที่มีค่าเสียดทานอากาศต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นรถที่ดี เพราะการลู่ลมหมายความว่า มันสามารถวิ่งแหวกอากาศได้ดี ต้านทานอากาศน้อย ทำให้รถไปได้เร็ว และประหยัดน้ำมัน

แต่ทว่าอาจจะไม่ดี ก็เพราะว่ารถที่แหวกอากาศได้ดีนั้น อาจจะทรงตัวได้ไม่ดี หรือควบคุมไม่ดีในทางโค้ง แต่มันก็เป็นพื้นฐานการออกแบบโครงสร้างหลักๆ ให้ถูกหลักอากาศพลศาสตร์ไว้ก่อน แล้วจึงออกแบบสปอยเลอร์มาช่วยเพิ่มแรงกด หน้าที่ของ “สปอยเลอร์” คนมักเข้าใจผิดว่ามันมีหน้าที่ “ทำให้ลู่ลมมากขึ้น” แต่ความจริงแล้ว สปอยเลอร์นั้นมีหน้าที่ “สร้างแรงต้านอากาศ” ให้มากขึ้น มันจะสวนทางกับหลักการออกแบบตัวรถที่ต้องการให้ลู่ลม

ถ้าดูรถแข่ง สปอยเลอร์ที่ติดตั้งนั้นมีหน้าที่สร้างแรงต้านอากาศ หรือแรงกดให้มากขึ้น ทำให้การควบคุมรถทำได้มั่นคง และเกาะถนนดีขึ้น นอกจากการทำช่วงล่าง เปลี่ยนล้อและยางแล้ว ก็คือ การติดตั้งสปอยเลอร์ นั่นเอง

การติดตั้งสปอยเลอร์ สามารถเพิ่มแรงกดได้ตามที่ต้องการ ทำให้รถถูกหลักอากาศพลศาสตร์ และการเพิ่มแรงกดให้กับช่วงล่างมากขึ้น โดยทดสอบใน “อุโมงค์ลม” สามารถช่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ประโยชน์ของอุโมงค์ลม

เราจะได้เห็นภาพตัวรถที่มีเส้นสีขาวๆ ไหลพลิ้วไปตามส่วนต่างๆ มันมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันอย่างไร อุโมงค์ลม คือ ห้องจำลองสถานการณ์การวิ่งจริงของตัวรถ โดยออกแบบและพัฒนาสร้างแรงลมให้เหมือนกับลมที่มาปะทะตัวรถจริง

อุโมงค์ลมใช้ใบพัดขนาดใหญ่ในการสร้างแรงลม แต่ลมที่ผ่านใบพัดนั้นจะเหมือนกับลมที่ผ่านจากพัดลม เป็นลมที่มาในลักษณะของการหมุนควง ไม่เหมือนกับลมที่มาปะทะหน้ารถจริง ที่จะมาในแนวตรง อุโมงค์ลมที่มีประสิทธิภาพจะต้องทำให้ลมผ่านมายังตัวรถ และพุ่งผ่านเป็นเส้นตรง

ดังนั้น เทคโนโลยีการออกแบบอุโมงค์ลม จะต้องมีความเที่ยงตรงแม่นยำสูงมาก เพื่อให้ได้ผลเหมือนกับเวลาวิ่งใช้งานจริง ปัญหาที่เรามักจะเจอกับรถยนต์ เช่น เสียงลมที่แหวกผ่านกระจกมองข้าง หรือลมหมุนวนท้ายรถ ที่ทำให้ละอองน้ำ และฝุ่น มาเกาะที่กระจกมองหลัง อย่างเช่น รถเอสยูวี เป็นต้น

การพัฒนาในอุโมงค์ลม จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ ตัวอย่างเช่น รถกระบะอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ และมาซดา บีที-50 กระจกมองข้างจะมีขนาดใหญ่มาก แต่เสียงที่ปะทะกระจกในความเร็วสูงนั้น กลับน้อยจนน่าแปลกใจ ซึ่งการออกแบบกระจกมองข้าง ใช้อุโมงค์ลมและเทคโนโลยีเดียวกับการพัฒนารถ ฟอร์มูลา วัน เลยทีเดียว

นอกเหนือจากการออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์แล้ว ยังสามารถใช้ทดสอบและพัฒนาระบบอื่นๆ ได้อีกเช่น ระบบปรับอากาศ, การทดลองเรื่องเสียง ฯลฯ

 

อุโมงค์ลมล้ำสมัย จากแดนโซ

เดนโซ ได้เปิดอุโมงค์ลมที่ทันสมัยที่สุด และได้นำเทคโนโลยีเพื่อการทดสอบสมรรถนะของเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ภายใต้การจำลองตัวแปรสิ่งแวดล้อมในรูปแบบของห้องทดสอบอุโมงค์ลม ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแบบมาเพื่อใช้ทดสอบกับรถยนต์ทุกประเภท ด้วยการจำลองสภาพแวดล้อม และสภาพอากาศ ตลอดจนตัวแปรอื่นๆ ที่มีผลต่อสมรรถนะการทำงานของเครื่องปรับอากาศรถยนต์ อาทิ การจำลองอุณหภูมิที่สูงสุดถึง 50 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งถึง -30 องศาเซลเซียส เป็นต้น

ถือเป็นเทคโนโลยีการทดสอบสมรรถนะการทำงานของเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ ที่จะรองรับการทดสอบรถยนต์จากลูกค้าทั่วโลก และช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิต และคุณภาพของอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์จากกลุ่มบริษัทเดนโซ ประเทศไทย

ในอนาคต ห้องทดสอบอุโมงค์ลมจะขยายการให้บริการทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์ และทดสอบการปลดปล่อยไอเสีย โดยมุ่งส่งเสริมความปลอดภัยของการใช้รถใช้ถนน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะรองรับความต้องการทดสอบที่หลากหลายและสำคัญมากขึ้น ทั้งนี้การเปิดตัวห้องทดสอบอุโมงค์ลมนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการผลักดันไทยให้เป็นฐานการผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อรองรับการเปิดตลาดการค้าเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 ที่คาดว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคนี้จะเติบโตค่อนข้างสูง ดังนั้น กลยุทธ์สำคัญ คือ การยกระดับมาตรฐานการผลิต และสร้างองค์ความรู้ให้แก่บุคลากร ด้วยเหตุนี้ การลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2556
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/sw6xw

บทความที่เกี่ยวข้อง

หุ่นยนต์ขับขี่อัตโนมัติ เทคโนโลยีเพื่ออนาคตจาก ฮันเด
คอนทิเนนทัล
คอนทิเนนทัล
ดีเซล เทอร์โบ ใน ฮอนดา เพื่อสมรรถนะ และความประหยัด
เอาดี ร่วมกับ ซัมซุง พัฒนาระบบอินโฟเทนเมนท์
อัพเดทล่าสุด
22 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th