บทความ

สปริง เรื่องเข้าใจง่าย (จบ)


ฉบับนี้เป็นขั้นสุดของอาหารสมองจานโต สำหรับนักแต่งรถที่เสาะแสวงหาสาระข้อเท็จจริงในเรื่องการเลือกใช้ค่า K สปริงให้เหมาะสมกับการตกแต่ง และการใช้งานที่ลงตัว ซึ่งเราได้นำเสนอไปแล้ว 2 ฉบับ งานนี้บอกได้อย่างเดียว ว่านี่ละ “ไฮไลท์” ของระบบสปริง

รถโฟร์วีลดไรฟที่ต้องการเสริมความสูง เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ มีข้อแนะนำประกอบการพิจารณาก่อนปรับแต่ง หากต้องการขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนถนน คือ ไม่แนะนำให้เสริมคอยล์สปริง หรือหนุนแหนบ แทนการเปลี่ยนทั้งชุด เนื่องจากไม่ได้ทำให้ค่า K ของรถเปลี่ยนให้เหมาะสมกับน้ำหนักและความสูงของรถ นั่นคือ หลักคิดที่ค่อนข้างไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเพื่อประหยัดงบประมาณก็ตามที บางท่านอาจไปสั่งกลึงคอยล์ แพคเคอร์ หรือเสริมคอยล์สปริง แล้วหนุนก้อนรองแหนบให้สูงขึ้นตามความต้องการ ทั้งที่ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับค่า K แนวคิดนี้ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง

สมการง่ายๆ ได้ค่า K ที่เหมาะสม

รู้ก็รู้เสียหมดทุกเรื่อง แต่ถ้าค่า K ของสปริงที่คิดว่าคาดการณ์มาอย่างดิบดี ดันขาดหรือเกินกว่าความจริง เราควรย้อนมาเข้าใจสูตรคำนวณที่สัมพันธ์อย่างถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดเกิดจากหลักสมการตามสูตร ดังต่อไปนี้
สมการตั้งต้นตามกฎของฮุค (HOOKE’S LAW) คือ

F = KS หรือ K = F/S
– F คือ FORCE NEWTON แรงกดที่กระทำต่อสปริง
– K คือ FORCE CONSTANT ค่าคงที่ของสปริง
– S คือ CHANGE IN LENGTH OF SPRING ระยะหดตัวของสปริงเมื่อมีแรงกดมากระทำ

จากสมการข้างต้น เราจะหาค่า K และ S ได้อย่างไร ก่อนอื่นเราต้องรู้ 2 ค่าใน 3 ตัวแปร จึงจะทราบผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น ถ้ารู้ค่า F (แรงกระทำ) แล้วต้องการรู้ค่า K (ค่าคงที่ของสปริง) ก็ต้องวัดความยาวของสปริง S ว่าเปลี่ยนไปเท่าไร เราจึงจะได้ค่า K ตามต้องการ เป็นต้น

 

หากรถสูง ค่า K เดิม ไม่ปลอดภัย

รถที่ยกสูง จุด CG (CENTER OF GRAVITY) หรือจุดศูนย์ถ่วงของรถ จะสูงตาม เมื่อรถสูงขับขี่เข้าโค้ง อาการที่เกิด คือ แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง หรือ CENTRIFUGAL FORCE จะสูงตามไปด้วย ยิ่งรถสูงมากเท่าไร โอกาสที่จะพลิกคว่ำในทางโค้ง หรือทางลาดเอียงย่อมมากเท่านั้น หากสปริงรองรับน้ำหนักมีค่า K เท่าเดิม มันจะต้านทานการพลิกได้อย่างไร มุมโคลง (ROLL ANGLE) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีการถ่ายน้ำหนักมากขึ้น ค่า K เดิมๆ จะไม่สามารถต้านทานการโคลง และรถก็จะมีโอกาสพลิกคว่ำได้ง่าย

 

สปริงสำหรับใช้กับชุดยก มีค่า K เพิ่มขึ้น

การเปลี่ยนมาใช้คอยล์สปริงแต่งแบบขดยาวขดเดียว ไม่ใช่เรื่องของความยาวที่มากขึ้น แต่ได้เพิ่มค่า K อีกด้วย จากการทดลองของผู้เชี่ยวชาญกลุ่มหนึ่ง ได้ข้อสรุปว่า ค่า K ของสปริงจากชุด KIT ที่ยกสูง 2 นิ้ว จะมีมากกว่า ค่า K ของสปริงเดิมประมาณ 10 % และสำหรับชุด KIT ยกสูง 3 นิ้ว จะมีค่า K สูงกว่ามาตรฐาน 15-20 % ทีเดียว

ฉะนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่มองกันแต่ภายนอก แล้วมาตัดสินกันแค่ความสูงเท่านั้น เพราะคอยล์สปริงแต่ละตัวมีค่า K เฉพาะของมัน

 

เลือกสปริงให้ตรงกับการใช้งาน

จากข้อแนะนำข้างต้น สรุปได้ว่า การเลือกใช้ระบบสปริงแบบชุดแต่งเพียงอย่างเดียว จะให้ประสิทธิภาพการเกาะถนนที่ดี จากค่า K ที่สูง ซึ่งเหมาะสมกับระดับความสูงที่เปลี่ยนแปลง แต่จุดด้อยของการเซทสปริงประเภทนี้ คือ สมรรถนะการให้ตัวของระบบช่วงล่าง จะให้ระยะช่วงยืดและยุบ ที่น้อยกว่าการใส่สปริงที่มีค่า K อ่อน

ส่วนการเซทชุดสปริงแบบ 2 ขด 2 ค่า หรือค่าเดียว 2 ขด จะให้ความโดดเด่นในการขับขี่บนเส้นทางทุรกันดาร สามารถรักษาความมั่นคงที่ดีในการรับแรงสั่นสะเทือน และการรองรับน้ำหนักได้ถึง 2 สภาพพื้นผิวถนน ค่า K ที่อ่อน จะให้ความนุ่มนวล ส่วนค่า K แข็ง ช่วยให้ขับขี่แบบใช้ความเร็วได้เต็มที่ จุดด้อยของคอยล์สปริงนั่งซ้อน 2 ขด อยู่ที่รอยต่อของสปริงที่ซ้อนกัน เรื่องความแข็งแรงจึงด้อยกว่าแบบขดเดียว

ดังนั้นจะเซทช่วงล่างแบบไหน ต้องยอมรับสัจธรรมที่กล่าวว่า “ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง” ก่อนตัดสินใจปรับแต่ง ควรพิจารณาสไตล์การขับขี่ของตนเองเป็นเกณฑ์ว่าชอบแบบใด แล้วค่อยให้ช่างลงมือทำช่วงล่าง อย่าเหมารวมโยนบาปให้ช่างแต่ฝ่ายเดียว เพราะสำนักแต่งหลายๆ แห่ง จะมีความชำนาญ และถนัดการตกแต่งในสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน จะได้จบลงแบบแฮพพีเอนดิง…



------------------------------
เรื่องโดย : พันทาง
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2556
คอลัมน์ : รู้ลึกอุปกรณ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/9ZGxm

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th