บทความ

ทิศทางธุรกิจประกันวินาศภัย ปี2556


หลังจากที่วงการประกันภัยได้เฮ ส้มหล่นได้เบี้ยประกันรถคันแรก 1.25 ล้านคัน ไปแล้ว และเคลมค่าสินไหมประกันด้านภัยพิบัติเริ่มคลายตัวมาเมื่อปีที่แล้ว คปภ. ก็ต้องมาเริ่มงานด้านความมั่นคงฐานะการเงินประกันภัยอีกครั้ง เพื่อปรับทิศทางให้เกิดการเตรียมพร้อมแข่งขันในตลาดอาเซี่ยน (AEC) และเพิ่มความแข็งแกร่งระบบเงินทุนสำรอง เพื่อไม่ให้บริษัทประกันภัยสั่นคลอนจากการจากขาดวินัยทางการเงิน และความผิดพลาดจากการบริหารความเสี่ยง

 

ในเบื้องต้น คปภ. ยอมยืดเวลาต่อลมหายใจ ให้บริษัทประกันวินาศภัย อีก 1 ปี ในการดำรงเงินกองทุน RBC 140 % เหตุมีบริษัทหลายแห่ง อาการร่อแร่ หลังสำลักน้ำจากมหาอุทกภัยปี 2554 ไม่สามารถขยายเงินกองทุนได้ทัน ชี้ต้องการเห็นบริษัทประกัน ฟื้นฟูกิจการ พร้อมเร่งหาทางเร่งชำระสินไหมให้ได้ตามแผนที่กำหนด

 

คปภ. โดย ประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบขยายเวลา มาตรการผ่อนผันจากกรณีอุทกภัย สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557 เพื่อช่วยให้บริษัทประกันภัย มีระยะเวลาในการฟื้นฟูฐานะการเงิน และดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ตามแผนการที่กำหนด

 

สืบเนื่องจาก เหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 ที่ผ่านมา บอร์ด คปภ. ได้พิจารณามาตรการผ่อนผันกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการกำกับเงินกองทุน และการจัดสรรเงินสำรองที่ใช้บังคับกับบริษัทประกันวินาศภัย จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2556 เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับบริษัท มีความคล่องตัวในการจัดการค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย

 

ปัจจุบัน การจ่ายค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ ส่วนใหญ่เป็นภาคอุตสาหกรรมที่มียอดสินไหมทดแทนที่สูงมาก บางรายยังอยู่ระหว่างการเจรจาตกลงยอดสินไหมทดแทน รวมถึงการเรียกชำระเงินคืนค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยต่อ บอร์ด คปภ. จึงพิจารณาให้ขยายเวลามาตรการผ่อนผันบางมาตรการสำหรับความเสียหายจากกรณี อุทกภัย ให้บริษัทประกันวินาศภัย ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557 ดังนี้

 

1. ขยายเวลายกเว้นการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านการประกันภัย และยกเว้นการนำค่า PAD มารวมในการคำนวณเงินสำรองประกันภัย สำหรับค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วม

 

2. ขยายเวลายกเว้นการคำนวณเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวจากการประกันภัยต่อ

 

3. ขยายเวลาการให้ส่วนลดเงินกองทุนสำหรับความเสี่ยงด้านเครดิทจากการประกันภัย ต่อออกไป แต่กำหนดให้บริษัททยอยดำรงเงินกองทุนในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันได ดังนี้คือ วันที่ 1 เมษายน 2556-30 กันยายน 2556 ดำรงเงินกองทุนร้อยละ 25, วันที่ 1 ตุลาคม 2556-วันที่ 31 ธันวาคม 2556 ดำรงเงินกองทุน ร้อยละ 50, วันที่ 1 มกราคม 2556-31 มีนาคม 2557 ดำรงเงินกองทุน ร้อยละ 75, วันที่ 1 เมษายน 2557 เป็นต้นไป ดำรงเงินกองทุน ร้อยละ 100

 

4. ขยายเวลายกเว้นให้สามารถนับเบี้ยประกันภัยค้างรับจากการรับประกันภัยโดยตรง และเงินค้างรับเฉพาะส่วนค่าสินไหมทดแทนน้ำท่วมที่เรียกคืนจากผู้รับประกันภัยต่อ เป็นสินทรัพย์หนุนหลัง

 

5. ขยายเวลายกเว้นให้บริษัทไม่ต้องนำเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์และประเภท กระแสรายวัน ที่บริษัทมีไว้เพื่อการจ่ายสินไหมทดแทน และบริหารสภาพคล่องไปฝากไว้ที่ CUSTODIAN

 

ข้อมูลตัวเลขการจ่าย สินไหมชดเชยน้ำท่วม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2555 จากสำนักงาน คปภ. รายงานว่า มีผู้เรียกร้องสินไหมประกันภัยทรัพย์สินและประกันภัยเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) ทั้งระบบรวม 50,274 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่เรียกร้อง 4.19 แสนล้านบาท ได้รับการชดเชยแล้ว 3.29 แสนล้านบาท คงเหลือสินไหมคงค้างอีก 8.98 หมื่นล้านบาท แยกออกเป็นสินไหมจากการประกันภัยทรัพย์สินคือ ประกันภัยที่อยู่อาศัย 3.62 หมื่นราย มูลค่าความเสียหายรวม 3,093 ล้านบาท ได้รับการชดเชยแล้ว 3.58 หมื่นราย คิดเป็น 98.71 % มูลค่ากว่า 2,903.4 ล้านบาท โดยเหลือสินไหมคงค้างรอชดเชย 468 ราย คิดเป็นมูลค่าสินไหมรวม 189.58 ล้านบาท กลุ่มเอสเอมอี รวม 3,904 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 1.22 หมื่นล้านบาท ได้รับการชดเชยแล้ว 3,591 ราย คิดเป็น 91.98 % มูลค่ากว่า 7,353.04 ล้านบาท โดยเหลือสินไหมคงค้างรอชดเชย 313 ราย คิดเป็นมูลค่าสินไหมรวม 4,796.63 ล้านบาท

 

ขณะที่กลุ่มประกันภัย ทรัพย์สิน (IAR) รวม 10,087 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 4.04 แสนล้านบาท ได้รับการชดเชยแล้ว 6,258 ราย คิดเป็น 62.04 % มูลค่ากว่า 3.2 แสนล้านบาท คงเหลือสินไหมคงค้างรอชดเชย 3,829 ราย คิดเป็นมูลค่า 8.5 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมสินไหมจากการประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก มูลค่ารวม 3.51 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมของการจ่ายสินไหมจากมหาอุทกภัยปลายปี 2554 ในกลุ่มประกันภัยทรัพย์สิน มีการจ่ายสินไหมแล้ว 2.74 แสนล้านบาท คงเหลือสินไหมที่ตกลงและรอเอกสารจากผู้เอาประกันภัยประมาณ 4.57 หมื่นล้านบาท

 

หลายบริษัทประกันภัยต้องปรับตัวเพิ่มทุนเพื่อรองรับโครงสร้างทางการเงิน โดยปีที่ผ่านมา ได้แก่ บริษัท สมโพธิ์ เจแปน ฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนกว่า 2.8 พันล้านบาท จากทุนเดิมที่มีเพียง 300 ล้านบาท บริษัท ทิพยประกันภัยเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 250 ล้านบาท จากเดิมมีอยู่ 300 ล้านบาท เป็น 550 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในปี 2556 และสามารถรองรับการเติบโตเฉลี่ยสูงสุดต่อปีถึง 15 % ขณะที่บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย ฯ มีระดับค่าความเพียงพอของเงินกองทุนสูงถึง 200 % แม้จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ คปภ. กำหนด

 

ในขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. ?ก็ได้?เชิญสมาคมประกันวินาศภัย?ไทย ?และบริษัทประกันภัย ?เข้าร่วมประชุม?เพื่อรับทราบน?โยบาย ?แผนงาน?การกำกับผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย ประจำปี 2556 รวม?ถึง?เปิดรับฟัง?ความคิด?เห็น?และข้อ?เสนอ?แนะต่างๆ ?เพื่อ?ให้?เกิด?ความคล่องตัว?ใน?การขับ?เคลื่อนธุรกิจประกันวินาศภัย?ให้? เติบ?โตอย่างมี?เสถียรภาพ ?โดยที่ประชุม?ได้มี?การหารือ?ในประ?เด็นสำคัญ สรุป?ได้ ดังนี้

 

1. การส่งเสริมการประกันภัยสำหรับรายย่อย นับเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นพัฒนาการเข้าถึงระบบประกันภัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อย ให้สามารถเข้าถึงระบบประกันภัยได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง สอดคล้องกับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 2 ของสำนักงาน คปภ. ซึ่งได้มอบหมายให้สมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทยศึกษากรมธรรม์ประกันภัยรายย่อยแบบมาตรฐาน เช่น กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่สามารถขายได้ทั้งบริษัทประกัน ชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัย เพื่อจะได้ร่วมกันกำหนดรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัย อัตราเบี้ยประกันภัย และช่องทางการจำหน่ายที่มีความเหมาะสมต่อไป

 

2. โครงการศูนย์กลางด้านสุขภาพ ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของสถานบริการ สุขภาพทุกระดับ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันกับต่างประเทศ ส่งผลให้ชาวต่างชาติให้ความสนใจ และเดินทางมารับบริการด้านสุขภาพในไทยมากขึ้น ภายใต้โครงการดังกล่าว ครม. ได้มีมติเห็นชอบให้ชาวต่างชาติที่ขอรับการตรวจลงตราวีซาเข้าประเทศไทย จะต้องซื้อประกันภัย และในขณะนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ประสานสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทยมาหารือในหลักการแล้ว

 

3. โครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สำนักงาน คปภ. ร่วมกับ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กรมอุตุนิยมวิทยา บมจ. ไทยรับประกันภัยต่อ และธนาคารโลก จัดทำรูปแบบการรับประกันภัยข้าวโพดสัตว์เลี้ยง สำหรับรายย่อยเสร็จเป็นรูปธรรมแล้ว และได้เริ่มเปิดขายในช่วงปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

 

4. โครงการสนับสนุนและร่วมจัดทำฐานข้อมูลสำหรับการประกันวินาศภัย ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านการประกันภัยที่จะช่วยสนับสนุนการกำกับดูแลและส่งเสริมธุรกิจประกันภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยสำนักงาน คปภ. ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับสมาคมวินาศภัยไทยเพื่อจัดทำฐานข้อมูล ด้านการประกันภัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดรูปแบบของการรายงานข้อมูล และจัดทำขั้นตอนการนำส่งข้อมูลเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม

 

คปภ. หวังว่าการประชุมร่วมกับภาคธุรกิจและสมาคมประกันวินาศภัยไทยในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสอันดียิ่งในการเปิดรับฟังความคิดเห็น และหาแนวทางร่วมกันในการสร้างมาตรฐานใหม่ ให้ธุรกิจประกันวินาศภัยไทย มีความเข้มแข็ง เติบโตต่อไปได้อย่างมีเสถียรภาพ สามารถก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ได้อย่างแข็งแรงทั้งในเชิงรับ และเชิงรุก มีช่องทางการจำหน่าย และผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบบรายย่อย หรือ ไมโครอินชัวแรนศ์ที่หลากหลาย ให้ประชาชนทุกระดับสามารถเข้าถึงการประกันภัยได้อย่างพอเพียง และทั่วถึง รวมถึงมีการประสานความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน คปภ. และบริษัทประกันภัยในการสร้างฐานข้อมูลด้านการประกันภัยที่มีความแม่นยำซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนต่อไป



------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล นิติธรรมโกศล
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2556
คอลัมน์ : ประกันภัย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/bm3k7
อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th