บทความ

คปภ.


บทเรียนธุรกิจประกันภัย สำหรับประเทศไทยหลังจากเจอมหัตภัยร้ายแรงทั้งน้ำมือมนุษย์ และน้ำมือธรรมชาติ โดยเฉพาะครั้งล่าสุดเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ปี 2555 เล่นเอาบริษัทประกันภัยทรุด ขาดทุนย่อยยับ บริษัทต่างชาติที่เคยเข้ามารับงานประกันภัยต่อ ประกาศถอนตัวจากประเทศไทย รัฐบาลต้องออกมาตั้ง “กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ” และประกาศเป็นกฎหมายพระราชกำหนดกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ปี 2555 ใช้บังคับในปัจจุบัน

ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต่างเร่งรณรงค์พัฒนาวงการประกันภัย เพื่อยกระดับความรู้ และสร้างความเชี่ยวชาญ อย่างต่อเนื่องด้านการตรวจสอบธุรกิจประกันภัยของหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ร่วมกับ สมาคมนายทะเบียนประกันภัย (NAIC: NATIONAL ASSOCIATION OF INSURANCE COMMISSIONERS) ประเทศสหรัฐอเมริกา จัดการอบรมเรื่อง “แนวทางการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของประเทศสหรัฐอเมริกา (THE US INSURANCE REGULATION AND SUPERVISION)” ระหว่างวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2555 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ.

โดยหัวข้อการอบรมเป็นเรื่องการตรวจสอบบริษัทประกันภัย เช่น การรายงานทางการเงิน และการเก็บรวบรวมข้อมูล แนวทางการวิเคราะห์ความเสี่ยงในแต่ละด้าน เงินสำรองและความเพียงพอของเงินทุน การตรวจสอบพฤติกรรมทางตลาด รวมถึงการตรวจสอบการกำกับธุรกิจแบบรวมกลุ่ม โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 70 คน ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย และ เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คปภ.

การจัดอบรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านการกำกับดูแลธุรกิจ ประกันภัยตามบันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงาน คปภ. กับ NAIC ซึ่งครอบคลุมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูล การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการต่างๆ รวมถึงการพัฒนาบุคลากร และเพื่อเป็นการเตรียมการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สำนักงาน คปภ. จึงได้เชิญหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในอาเซียนเข้าร่วมอบรมด้วย เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้มีโอกาสเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากประสบการณ์จริง และสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาแนวทางการกำกับของแต่ละประเทศ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพ และยกระดับการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในระดับภูมิภาคอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน คปภ. ก็เดินสายรณรงค์ส่งเสริมการประกันภัย ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้ประชาชนทั่วทุกภูมิภาคได้รับความรู้ และความเข้าใจถึงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เรื่องกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ และแนวทางการจ่ายชดเชยค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยโดยเน้นให้เห็นความสำคัญและทำประกันมากขึ้น

นอกจากนี้ คปภ. ยังได้พัฒนาแนวทางการจ่ายชดเชยค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินให้สามารถรับการรักษาได้ทันที โดยให้โรงพยาบาลที่ให้การรักษาผู้ประสบภัยจากรถ สามารถวางบิลล์เบิกค่ารักษาพยาบาลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ONLINE (E-CLAIM) ซึ่งระบบนี้จะทำให้ผู้ประสบภัยที่เข้ารับการรักษาพยาบาล ทั้งที่เป็นผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกไม่ต้องสำรองค่ารักษาพยาบาลไปก่อน ทั้งนี้เบื้องต้น คปภ. ได้มีการจัดบรรยาย ในหัวข้อ “แนวทางการจ่ายชดเชยค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย” เพื่อให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจร่วมกันให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทั่ว ประเทศ ก่อนที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์ในวันที่ 1 สิงหาคม 2555 นี้

จากสภาพการตื่นกลัวภัยของประชน ทำให้ยอดเบี้ยประกันภัยโตต่อเนื่อง คปภ. แจงตัวเลขธุรกิจประกันภัย 4 เดือนแรก ช่วง มกราคม-เมษายน 2555 ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจประกันภัย มีเบี้ยประกันภัยรวม 170,361 ล้านบาท ขยายตัวคิดเป็นร้อยละ 16.90 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ธุรกิจ ประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 115,307 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 15.79 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเบี้ยประกันภัยรับสูงสุดเป็นการประกันชีวิตประเภทสามัญ 96,321 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 16.97 รองลงมาเป็นการประกันชีวิตประเภทกลุ่ม 14,575 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 13.24 และการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล 1,612 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.60

ธุรกิจประกันวินาศภัยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 55,053 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 19.31 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเบี้ยประกันภัยรับสูงสุดเป็นการประกันภัยรถ 31,758 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 15.69 รองลงมาเป็นการประกันภัยเบ็ดเตล็ด 18,333 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 26.58 โดยแบ่งเป็นเบี้ยประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) 5,100 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 33.33 และการประกันอัคคีภัย 3,276 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 24.07 เนื่องจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนตระหนักและเห็นความสำคัญของการทำประกันภัยมากขึ้น

ส่งผลให้ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2555 ธุรกิจประกันภัยมีจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยทั้งสิ้น 15,484,832 ราย เป็นจำนวนเงินเอาประกันภัยทั้งสิ้น 25,753,088 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิต 1,769,054 ราย ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 8.17 เงินเอาประกันภัยเป็นจำนวน 1,128,318 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจ การประกันชีวิตมีการแข่งขันในการนำเสนอขายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เช่น การให้ความคุ้มครองหลังเกษียณอายุ และกรมธรรม์ประกันวินาศภัย 13,715,778 ราย เงินเอาประกันภัยเป็นจำนวน 24,624,770 ล้านบาท

สำหรับบริษัทประกันภัยที่ปฏิบัตินอกแถว คปภ. ก็จะสั่งจัดการลงโทษขั้นเด็ดขาด ซึ่งในปี 2555 บริษัทแรกที่ถูกสั่งลงโทษได้แก่ บริษัท ส่งเสริมประกันภัย จำกัด โดยสั่งให้หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว

เมื่อได้ตรวจพบว่า บริษัท ส่งเสริมประกันภัย จำกัด (บริษัทฯ) มีการดำเนินการ ในลักษณะที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน โดยไม่มีระบบควบคุมการจำหน่าย จ่ายแจกกรมธรรม์ประกันภัยที่ครบถ้วนรัดกุม ไม่มีระบบการสอบยันกรมธรรม์ประกันภัยที่จำหน่าย และเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้ถูกต้องตรงกัน มีการรับประกันภัยโดยไม่บันทึกบัญชี หรือบันทึกบัญชีล่าช้า ประกอบกับไม่มีการตรวจสอบการลงบันทึกบัญชี และสมุดทะเบียนให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย มีการบันทึกบัญชีโดยใช้เกณฑ์เงินสด ซึ่งผู้สอบบัญชีไม่รับรองงบการเงิน ทำให้ไม่สะท้อนฐานะการเงินที่แท้จริง ขาดความน่าเชื่อถือ

นายทะเบียนด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่งพรบ.ประกันวินาศภัย ปี 2535 ซึ่ง แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) ปี 2551 สั่งให้บริษัท ส่งเสริมประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม ปี 2555 เป็นต้นไป และ ช่วงระยะเวลาดังกล่าว บริษัท ฯ ต้องเร่งดำเนินการโดยจัดให้มีระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพมีการควบคุม การจัดส่งกรมธรรม์ประกันภัยไปสู่สาขาและตัวแทน/นายหน้าประกันภัย เร่งตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ขายกับจำนวนเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ รวมถึงการบันทึกบัญชีและสมุดทะเบียนให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยประชาชน และผู้เอาประกันภัยเป็นอย่างยิ่ง เบื้องต้นจึงสั่งการให้บริษัทฯ แจ้งตัวแทน/นายหน้าประกันภัยของบริษัทฯ ให้ระงับการขายกรมธรรม์ประกันภัย แก่ประชาชนแล้ว สำหรับ ผู้เอาประกันภัยที่มีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัท ฯ อยู่ก่อนคำสั่งหยุดรับประกันภัย เป็นการชั่วคราวนี้ ท่านยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขแห่งสัญญาประกันภัยทุกประการ

ดังนั้น หากประชาชนและผู้เอาประกันภัยรายใด พบเห็นการขายกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทฯ ดังกล่าวในระยะนี้ ขอให้แจ้งกับสำนักงาน คปภ. ภาคและจังหวัดทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ สำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง โทร. 0- 2513-5214 , 0-2513-2972 หรือ สายด่วนประกันภัย 1186



------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล นิติธรรมโกศล
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2555
คอลัมน์ : ประกันภัย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SGQQN
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th