สัมภาษณ์พิเศษ

ก้องเกียรติ ทีฆมงคล


ผู้ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่ เมื่อรถหมดระยะรับประกันจากผู้ผลิตก็มักวิ่งหาศูนย์บริการแบบครบวงจร ซึ่งมีอยู่มากมายในเมืองไทย แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ การบริการ เอมเอมเอส โบช คาร์ เซอร์วิศ ศูนย์บริการครบวงจรน้องใหม่ของไทย เตรียมพร้อมสำหรับการให้บริการทั้งปัจจุบันและอนาคต กับแผนรองรับ เออีซี ในปี 2558 “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์ ก้องเกียรติ ทีฆมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด

 

ฟอร์มูลา : เอมเอมเอส โบช คาร์ เซอร์วิศ ให้บริการด้านใดบ้าง ?

ก้องเกียรติ : เอมเอมเอส โบช คาร์ เซอร์วิศ คือ ศูนย์บริการครบวงจร โดยเน้นเฉพาะรถยนต์ที่หมดระยะรับประกันจากศูนย์บริการโดยตรง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของบริษัท ฯ เนื่องจากไม่มีศูนย์บริการอื่นมองจุดนี้ อีกอย่างหนึ่งรถยนต์ที่หมดอายุรับประกันในประเทศไทย ถือว่ามีจำนวนเยอะมาก แต่สำหรับศูนย์บริการของเราจะเน้นกรุงเทพ ฯ เป็นหลัก

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบันมีกี่สาขา ?

ก้องเกียรติ : มี 8 สาขา ได้แก่ สุขาภิบาล 3 เกษตรนวมินทร์ งามวงศ์วาน รามอินทรา กม. 4 สำโรง ระยอง ศรีนครินทร์ และ เอ สแควร์ พระราม 4 ซึ่งบริษัท ฯ มีเป้าหมายภายใน 3 ปี นับจากนี้จะขยายเพิ่มเป็น 24 แห่ง โดยใช้งบประมาณเริ่มต้นในการขยายสาขาและการทำตลาดประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนภายในปีนี้คาดว่าจะขยายให้ครบ 11 สาขา สำหรับสาขา เอ สแควร์ พระราม 4 เป็นสาขาล่าสุดที่ที่เปิดอยู่ในย่านใจกลางเมืองกรุงเทพ ฯ ซึ่งสาขาต่อไปที่จะขยายเพิ่มนั้น จะต้องดูว่าเป็นสถานที่ใด อย่างไรก็ตามคงจะวิเคราะห์จากความต้องการของตลาด รวมถึงปริมาณรถยนต์ในสถานที่นั้น ว่ามีความหนาแน่นเท่าไร แต่คิดว่าน่าจะอยู่ในบริเวณ จรัญสนิทวงศ์ ส่วนสาขาเกษตรนวมินทร์ ถือว่าเป็นสาขาที่มีอุปกรณ์ทันสมัยที่สุด รวมถึงมีศูนย์ซ่อมหัวฉีดที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย สามารถรองรับการบริการรถยนต์รุ่นใหม่ ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลระบบหัวฉีด โดยเฉพาะระบบคอมมอนเรล ซึ่งศูนย์บริการรูปแบบเดิมไม่สามารถให้บริการรถยนต์ในกลุ่มนี้

 

ฟอร์มูลา : ปีนี้ 11 สาขา จะครบตามเป้าหมายหรือไม่ ?

ก้องเกียรติ : บริษัท ฯ ได้วางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว เรื่องการขยายสาขา ซึ่งการก่อสร้างแต่ละสาขานั้น ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้น ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด

 

ฟอร์มูลา : จนถึงสิ้นปีนี้ จะใช้เงินลงทุนอีกเท่าไร ?

ก้องเกียรติ : การขยายสาขาที่เหลืออีก 3 แห่ง คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 15 ล้านบาท

 

ฟอร์มูลา : จุดเด่นที่แตกต่างและเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดคืออะไร ?

ก้องเกียรติ : ดูแลรถที่หมดรับประกัน มีมาตรฐานเดียวกับศูนย์บริการ ในราคาที่สมเหตุสมผล มีบริการหลากหลาย พร้อมอะไหล่แท้ หรือมีคุณภาพเทียบเท่ากับโออีเอมให้เลือกมากมาย ซึ่งศูนย์บริการรถยนต์อื่นๆ จะมีอะไหล่เฉพาะยี่ห้อ นอกจากนี้การที่ศูนย์บริการที่มีความพร้อมในด้านการบริการและอะไหล่แล้ว ยังต้องมีเรื่องของการต้อนรับ ความมั่นใจ และราคา รวมถึงมาตรฐานการซ่อม ที่เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการแล้วจะต้องได้สิ่งต่างๆ เหล่านี้กลับไป ไม่ใช่ต้องกลับมาใช้บริการซ้ำกับการบริการแบบเดิม รวมถึงยังกลับมาใช้บริการซ้ำเนื่องจากได้รับการบริการที่ดี ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วลูกค้าที่กลับมาใช้บริการอีกมีถึง 60-70 % และเพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รับความพึงพอใจสูงสุด บริษัท ฯ ยังได้ลงทุนจัดตั้งทีม TECHNICAL HOTLINE เพื่อสนับสนุนเครือข่ายศูนย์บริการ เอมเอมเอส โบช คาร์ เซอร์วิศ รวมถึงพันธมิตรคู่ค้าส่ง ด้วยการอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลอะไหล่และข้อมูลการซ่อมรถยนต์อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนั้นยังร่วมมือกับ มาสเตอร์ ออโทโมทีฟทเรนิงเซนเตอร์ หรือ MAT ในส่วนของการฝึกอบรมและผลิตช่างรถยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อป้อนให้แก่ศูนย์บริการของบริษัท ฯ อย่างต่อเนื่อง

 

ฟอร์มูลา : การขยายบริการในส่วนของ โบช ดีเซล เซอร์วิศ จะมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

ก้องเกียรติ : ผมคิดว่าการลงทุนเกี่ยวกับศูนย์ซ่อมหัวฉีดดีเซลช่วงนี้ไม่มีความจำเป็น โดยใช้ศูนย์บริการที่มีอยู่ป้อนงานเข้ามาที่ศูนย์บริการสาขาเกษตรนวมินทร์ โดยลูกค้าสามารถจอดรถไว้ในสาขาไหนก็ได้ และพนักงานแต่ละสาขาก็จะนำรถมาใช้บริการที่สาขาเกษตรนวมินทร์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มอีก

 

ฟอร์มูลา : การขยายสาขาไปในต่างจังหวัด จะมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

ก้องเกียรติ : แผนงานในระยะยาวต้องมีอย่างแน่นอน แต่ภายใน 3 ปีนี้ จะเน้นการลงทุนขยายสาขาในกรุงเทพ ฯ ก่อน เพราะต้องการที่จะสร้างความแข็งแกร่งในด้านต่างๆ ให้มากกว่านี้ จึงค่อยขยายสู่ต่างจังหวัด

 

ฟอร์มูลา : เปรียบเทียบราคาการให้บริการของบริษัท ฯ กับศูนย์บริการทั่วไป แตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ?

ก้องเกียรติ : เอมเอมเอส โบช คาร์ เซอร์วิศ เน้นการให้บริการเรื่องของคุณภาพและราคาที่เหมาะสม โดยราคาจะต่ำกว่าศูนย์บริการรถยนต์ประมาณ 20 % ซึ่งหากเปรียบเทียบกับศูนย์บริการรถยนต์บแรนด์อื่นๆ เปิดให้บริการในประเทศไทยจะแตกต่างกัน เนื่องจากแต่ละแห่งจะเน้นการให้บริการเฉพาะ แต่ของ เอมเอมเอส โบช คาร์ เซอร์วิศ จะให้บริการแบบครบวงจร ทั้งซ่อมเบา ซ่อมหนัก ซึ่งจะว่าไปแล้วในเรื่องชองช่าง ก็จะแตกต่างกันเรื่องของความชำนาญ การวินิจฉัยสภาพรถ ตรงนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องเปิดโรงเรียนขึ้นมาเพื่อป้อนบุคลากรให้แก่ เอมเอมเอส โบช คาร์ เซอร์วิศ

นอกจากนี้จัดตั้ง เอมเอมเอส ฮอทไลน์ ที่ลงทุนให้มีทีมเทคนิคให้คำแนะนำผ่านทางโทรศัพท์แก่ช่างแต่ละสาขา โดยเฉพาะช่างที่เกิดปัญหาเรื่องการซ่อม จะมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา เพราะบางครั้งช่างแต่ละคนจะมีความชำนาญในรถแต่ละยี่ห้อ นั่นเป็นอีกส่วนหนึ่งที่บริษัท ฯ ได้ตั้ง ออโทโมทีฟทเรนิงเซนเตอร์ หรือ MAT เพื่อผลิตบุคลากรป้อนเข้าสู่ศูนย์บริการ

 

ฟอร์มูลา : มีแผนการสื่อสารให้ลูกค้ารู้จัก เอมเอมเอส โบช คาร์ เซอร์วิศ มากยิ่งขึ้น อย่างไร ?

ก้องเกียรติ : ปัจจุบันมีการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนในเรื่องของการสื่อสารการตลาด เช่น การโฆษณาประชาสัมพันธ์นั้นคงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง เนื่องจากปัจจุบันยังมีสาขาไม่ครอบคลุมมากนัก ซึ่งตามเป้าหมายภายใน 3 ปี จะเร่งเปิดให้ครอบคลุม 24 สาขา เมื่อถึงเวลานั้น คงจะมีการลงทุนเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดการรับรู้มากกว่านี้

 

ฟอร์มูลา : การบริหารงานที่ เอมเอมเอส โบช คาร์ เซอร์วิศ ต้องมีการปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงส่วนใดเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

ก้องเกียรติ : ที่ผ่านมาผมทำงานกับบริษัทต่างชาติมาตลอด ซึ่งถ้ามองบุคลากรที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรมาก โดยส่วนใหญ่มีประสบการณ์การทำงานที่ดี การเข้ามาดูแลจะเน้นเรื่องของยุทธศาสตร์ และนำจุดแข็งที่มีอยู่มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด นำกระบวนการต่างๆ มาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

 

ฟอร์มูลา : คุณวางเป้าหมายไว้อย่างไรบ้าง ?

ก้องเกียรติ : เป็นศูนย์บริการที่มีมาตรฐานการซ่อมที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดยมีราคาที่สมเหตุสมผล ผู้บริโภคให้การตอบรับ ซึ่งทำได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ และพัฒนามาตรฐานให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะการพัฒนาจะไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้ว ทำให้ทีมงานทำงานแบบมีความรักองค์กร บริษัท ฯ นั้น 3 ปี ยังถือว่าเป็นเด็กอยู่ ซึ่งจะทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กวันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า และช่วยให้องค์กรก้าวหน้าไปในอนาคต

 

ฟอร์มูลา : คุณวางแผนนโยบาย และทิศทางการทำงานไว้อย่างไร ?

ก้องเกียรติ : การบริหารงานต้องวางแนวทางให้ชัดเจน แล้ววางกระสุนหรือเรื่องการลงทุนไว้ข้างหลังแนวทาง วางให้เหมาะสม ไม่ใช่ว่าวางแนวทางไว้ที่จุดนี้แล้วเม็ดเงินไปวางไปที่อื่น ซึ่งการทำงานกับการวางแผนจะต้องไปด้วยกัน จากประสบการณ์ที่ผ่านมาผมมองว่า นโนบายและทิศทางจะต้องไปด้วยกัน นอกจากนี้ต้องมีการพัฒนาบุคลากรเพื่อที่จะขับเคลื่อนไปด้วยกัน เพราะการทำงานจะทำแค่คนเดียวเป็นไปไม่ได้ ต้องทำงานร่วมกับทีมงาน และต้องพัฒนาทีมงานไปด้วย โดยเฉพาะบุคลากรที่รายงานตรง ที่สำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อน เพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกัน

ที่ผ่านมาได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์เพื่อให้การทำงานเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ซึ่งหลังจากนั้นการทำงานคล่องตัวขึ้น

 

ฟอร์มูลา : คุณตั้งเป้ายอดขายไว้อย่างไร ?

ก้องเกียรติ : ปีนี้ตั้งเป้ามียอดขายไว้ที่ 180 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว มียอดขาย 110 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตของบริษัท ฯ ในอนาคตข้างหน้าขึ้นอยู่กับสาขาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าในอนาคต 3 ปีข้างหน้า มี 24 สาขา ยอดขายน่าจะอยู่ที่ 400-500 ล้านบาท

 

ฟอร์มูลา : มีโครงการขยายรูปแบบฟแรนไชส์หรือไม่ ?

ก้องเกียรติ : มีโครงการอย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันต้องการพัฒนาสาขาของบริษัท ฯ ให้มีความแข็งแกร่ง คาดว่าหลังจาก 3 ปี ที่มีการขยายสาขาตามเป้าหมาย จึงจะพิจารณาเรื่องของฟแรนไชส์

 

ฟอร์มูลา : การขยายฟแรนไชส์ มีความยากง่าย มากน้อยเพียงใด ?

ก้องเกียรติ : การบริหารงานไม่ยาก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการวางระบบ ซึ่งหากวางแผนไว้เป็นอย่างดี มีความพร้อมก็สามารถขยายได้ทันที

 

ฟอร์มูลา : คุณวางเป้าหมายการทำงานครั้งนี้ไว้อย่างไร ?

ก้องเกียรติ : บริหารองค์กรให้ดีที่สุด ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน บริหารบุคลากรให้มีองค์ความรู้ในธุรกิจนั้น ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ทำแล้ว องค์กรก็จะมีคนใหม่มาบริหาร และสามารถที่จะดำเนินงานต่อไปได้ โดยจะเน้นที่การวางระบบให้พนักงานสามารถพัฒนาตนเองได้



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2555
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/tieXr
เพิ่มเพื่อน