บทความ

ขับเชฟโรเลตต์ เที่ยว เชียงใหม่-ลำปาง


ช่วงปลายฝน-ต้นหนาว ทางตอนบนของประเทศนั้น มีสถานที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง จึงทำให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ต่างแวะเวียนไปเยือนกันอย่างไม่ขาดสาย เพราะความหลากหลายทางภูมิประเทศและสภาพดินฟ้าอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งเป็นจุดเด่น และยังมีกิจกรรมอีกหลากหลายรูปแบบที่รอให้สัมผัส

ททท. หรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงได้จัดการเดินทางบนเส้นทางภาคเหนือ ทั้ง จ. เชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน ประกอบกับกิจกรรมเย้ายวนให้ผู้ร่วมทริพได้เพลิดเพลินกับเส้นทาง และชมความงามของสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ความสูงกว่า 2,500 ม. บนยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งทั้งหมดเป็นไปในรูปแบบ ม่วนอกม่วนใจ๋ กันโดยพร้อมเพรียง มีอะไรบ้างนั้น ลองมาดูกัน !?!

 

เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์
ขับสบาย กับ พีพีวี ใหม่แกะกล่อง

ผมได้นำ เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ รุ่น 2.5 แอลที เซด 71 เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 150 แรงม้า เกียร์ธรรมดา เป็นพาหนะประจำตัว ใช้เส้นทางจากกรุงเทพ ฯ-ลำพูน-เชียงใหม่-ลำปาง กว่า 1,500 กม. ผู้กุมพวงมาลัยได้รู้ว่าทุกสภาพเส้นทางนั้น…ผ่านฉลุย และที่บอกว่า ใหม่แกะกล่อง เพราะรถรุ่นนี้เพิ่งจะออกจำหน่ายได้ไม่นานนัก แน่นอนว่า สายตาของผู้ร่วมใช้รถใช้ถนน ต่างให้ความสนใจ เพราะทุกครั้งที่ผ่านแหล่งชุมชนในเมืองต่างๆ ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ทำให้สะกดทุกสายตาของผู้พบเห็น ส่วนเรื่องการควบคุม และพละกำลังของเครื่องยนต์ ต้องบอกว่า “เหลือๆ” ทางโค้ง และเนินชัน พีพีวี คันนี้ ไปได้สบายๆ

 

แวะนมัสการเจดีย์ชเวดากองจำลอง
ที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ. ลี้ จ. ลำพูน

เช้าตรู่ ชาวคณะรวมพลกันที่ตึกการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดพิธียิ่งใหญ่ ในชื่อว่า “เที่ยวทำดีถวายแม่” ซึ่งเป็นการปล่อยขบวนคาราวานรถยนต์ในรูปแบบท่องเที่ยวถึง 4 ภาค 4 เส้นทาง รถที่เข้าร่วมถูกปล่อยให้กระจายไปตามเส้นทางท่องเที่ยวที่จัดขึ้น
คณะของเราใช้เส้นทางสายเอเชียเพื่อมุ่งสู่ จ. เชียงใหม่ ปลายทางอยู่ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ที่ตั้งโครงการหลวง ฯ การเดินทางมีหยุดพักเป็นช่วงๆ โดยแวะรับประทานอาหารมื้อเที่ยง ที่ร้านครัวเห็ดโคน จ. กำแพงเพชร แวะนมัสการพระบาทห้วยต้ม พร้อมสักการะพระธาตุครูบาชัยยะวงศาพัฒนา ณ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ. ลี้ จ. ลำพูน

ตื่นตากับพระธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย ซึ่งเป็นองค์จำลองของเจดีย์ชเวดากองจากประเทศพม่า นอกจากนั้นสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของบรรดาชาวกะเหรี่ยงเผ่าปกาเกอะญอกว่า 3,000 คน ซึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปี 2514 จวบจนปัจจุบัน

 

ที่พักชิลล์ๆ อาหารล้ำลำ
แสงสุดท้ายที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

ล้อหมุนอีกครั้งจาก อ. ลี้ จ. ลำพูน ไปยัง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่ เส้นทางช่วงนี้ ต้องขับลัดเลาะไหล่เขาเผชิญกับทางโค้งและเนินที่ลาดชัน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับการเดินทางในรูปแบบคาราวานพอสมควร นอกจากเส้นทางอันตราย ยังมีผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งใช้เส้นทางร่วมกันเป็นตัวแปร ทำให้เสียเวลาพอสมควร แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

เชฟโรเลต์ ทเรลบเลเซอร์ ที่ผมใช้ และรถของชาวคณะอีกกว่า 20 คัน ดับเครื่องยนต์พร้อมหยุดพักการเดินทางของวันแรกไว้ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

ก่อนเข้าสู่ที่พัก มีงานเลี้ยงต้อนรับด้วยอาหารค่ำสูตรพิเศษโดยเชฟประจำครัวของโครงการหลวง ฯ ได้โชว์เสน่ห์ปลายจวักไว้สุดฝีมือ อาทิ ปลาสเตอร์เจียนนึ่งซีอิ๊ว พล่ากุ้งก้ามแดง บลอคคอลีเห็ดหอมผัดน้ำมันหอย ขาหมู หมั่นโถว ฯลฯ เมนูเหล่านี้ขอชมจากใจว่า อร่อยสุดๆ หรือภาษาชาวเหนือเรียกว่า “ล้ำลำ” ก่อนเข้าที่พักตกแต่งสไตล์ประยุกต์

ที่พักของโครงการหลวงแห่งนี้เปิดต้อนรับสำหรับแขกพิเศษ รวมถึงคณะของพวกเรา ด้วยบ้านพักที่หลากสไตล์ ซึ่งอิงแอบแนบชิดกับธรรมชาติกันทุกหลัง ไม่มีระบบปรับอากาศ เพราะอุณหภูมิภายนอกเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 17-22 องศาเซลเซียส แค่นี้ก็ต้องนอนห่มผ้าและสวมเสื้อกันหนาวกันแล้ว ส่วนหน้าหนาว ไม่ต้องพูดถึง แต่ก็ยังดีที่มีเครื่องทำน้ำอุ่นไว้คอยบริการให้เนื้อตัวสะอาดสดใส

 

หนียอดดอยหนาวและหมอกหนา
มาพักที่ตัวเมือง กับงานเลี้ยงแบบล้านนา

หลังจากนอนพักเต็มอิ่มกับบรรยากาศ จุดแรกที่เคลื่อนพลไปถึง คือ ยอดดอยอินทนนท์ ตามสุภาษิตที่บอกว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” นั่นคือเรื่องจริง บนความสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 2,500 ม. ของยอดดอยอินทนนท์ ที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาและอากาศหนาวเย็น พวกเราใช้เวลากันไม่นาน เพราะเสื้อหนาวเพียงชั้นเดียวที่เตรียมไปนั้น ไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไร พวกพ้องต่างปากสั่นขาสั่นไปตามๆ กัน แต่บางคนก็ท้าทายความเย็นด้วยการโชว์ความฟิท ด้วยอาภรณ์น้อยนิดปกคลุมร่างกาย

คณะของเราใช้เวลาสัมผัสอากาศหนาวสักพัก จึงไปนมัสการพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ที่อยู่ห่างจากยอดดอยประมาณ 5 กม. ที่แห่งนี้กองทัพอากาศได้สร้างถวายพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ แล้วจึงไปชมความงดงามของพืชผัก แปลงไม้ดอก นาข้าวแบบขั้นบันได ที่ผสมผสานด้วยการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในนาข้าว บ่อเลี้ยงปลาสเตอร์เจียน และปลาทเราท์ รวมถึงภูมิทัศน์ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

หลังจากเติมอาหารให้กับสมองด้วยข้อมูลอย่างเจาะลึกโดยวิทยากรของโครงการหลวง ฯ พวกเราอำลาดอยอินทนนท์เพื่อลงมาที่ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ และสิ้นสุดการเดินทางของวันที่สอง ณ โรงแรม อิมพีเรียล แม่ปิง โดยมีงานเลี้ยงต้อนรับจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคเหนือ ในแบบล้านนา ด้วยอาหารคนเมืองสไตล์ขันโตก พร้อมชมการฟ้อนรำชุดใหญ่ ที่จัดแบบยิ่งใหญ่ตระการตา

 

ยลสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์
เที่ยวทิ้งท้ายเมืองล้านนา ก่อนมุ่งสู่เมืองรถม้า จ. ลำปาง

วันที่สามกับการเดินทางชิลล์ๆ โดยมุ่งไปที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ. แม่ริม ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองไม่เกิน 45 นาที ก็มาถึงสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 6,500 ไร่ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ไทยและเทศเกือบ 1,000 ชนิด รวมถึงยังมีศูนย์นิทรรศการอีกหลายแห่ง

ถือว่าเป็นการเที่ยวทิ้งท้ายในส่วนของ จ. เชียงใหม่ ที่จัดเต็ม เพราะนอกจากจะได้ชมพรรณไม้นานาชนิด พวกเรายังได้เติมเต็มกับข้อมูลของต้นไม้อีกมากมาย รวมถึงวิธีการดูแลรักษาอย่างถูกต้องสำหรับพันธุ์ไม้เมืองหนาว เพื่อเป็นวิทยาทานและเสริมความรู้ให้แก่ตัวเอง ก่อนเคลื่อนขบวนเข้าสู่เมืองรถม้า จ. ลำปาง

 

ปิดทริพที่ จ. ลำปาง
เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และโรงงานเซรามิค

เสร็จสิ้นจากการเยี่ยมชมสวนสมเด็จ ฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. จาก จ. เชียงใหม่ มุ่งสู่ อ. งาว จ. ลำปาง เพื่อเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ที่แห่งนี้จะเรียกได้ว่าเป็นคอมพเลกซ์ของช้างก็ว่าได้ เพราะมีทั้ง โรงเรียนฝึกช้าง และโรงพยาบาลช้าง รวมถึงลานแสดงช้างที่ถูกฝึกให้โชว์พิเศษ เชื้อเชิญนักเดินทางให้มาสัมผัส รวมถึงนั่งช้างชมทัศนียภาพโดยรวม

ต่อด้วยเยี่ยมชมอินทราเอาท์เลท ศูนย์แสดงสินค้าและโรงงานผลิตเซรามิค ของ บริษัท อินทราเซรามิค จำกัด ใน อ. เมือง พร้อมของฝากผู้ร่วมทริพ เซรามิคชิ้นเล็กบ้างใหญ่บ้าง ติดไม้ติดมือไปคนละถุงสองถุง ก่อนจะปิดทริพ และเดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยสวัสดิภาพ

สำหรับทริพแอ่วเมืองเหนือของ ททท. ครั้งนี้ ผมว่าได้อาหารสมองเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ และภูมิความรู้เรื่องพันธุ์ไม้ รวมถึงทัศนียภาพของภูมิประเทศแถบภาคเหนือ เสียดายก็ตรงที่ม่านหมอกที่ปกคลุมยอดดอยอินทนนท์ ที่มีความสูงอันดับ 1 ของประเทศ ซึ่งวันนั้นมองไม่เห็นอะไรนอกจากความขาวโพลนของม่านหมอก และลมแรงๆ ที่พัดพาความหนาวเย็นให้สั่นสะท้าน

ผมสัญญาว่าจะเดินทางกลับไปเยือนยอดดอยสูงแห่งนี้ในวันที่สภาพอากาศเปิด และเจาะลึกข้อมูลในมุมต่างๆ มานำเสนอให้แฟนๆ คอลัมน์ “ชีวิตอิสระ” ได้ติดตามชมกันแน่นอน แต่จะเป็นเมื่อไรนั้น ต้องติดตาม



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเทพ เผ่าจินดา
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2555
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/QprEo
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th