บทความ

รอบรู้เรื่อง ยางลุย


ยาง เป็นชิ้นส่วนเดียวที่สัมผัสกับถนน ทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อนสู่พื้นผิว รวมถึงแบกรับภาระน้ำหนักของรถทั้งหมด โดยเฉพาะรถ 4×4 ต้องวิ่งบนสภาพเส้นทางหลากรูปแบบ แบกรับภาระทุกอย่าง ยางประเภทไหนจะเหมาะสม เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตล้ำหน้าเพียงใด สัญลักษณ์ที่ติดบนแก้มยางบอกอะไร การดูแลรักษาต้องทำอย่างไร และทริคในการใช้งานมีอะไรบ้างนั้น 4 WHEELS…จัดให้

ยางแต่ละประเภท ออกแบบให้มีคุณสมบัติเพื่อการใช้งานที่ต่างกันออกไป สำหรับยางที่ใช้กับรถพิคอัพ และเอสยูวี แบ่งได้ถึง 4 ประเภทดังนี้

HIGHWAY TERRAIN (HT) ยางประเภทนี้นิยมใช้กันหลากหลาย จะติดตั้งมากับรถพิคอัพที่ออกจากโรงงานผู้ผลิต เพราะเด่นเรื่องของสมรรถนะบนถนนหลวง ทั้งเรื่องการยึดเกาะ รีดน้ำ แถมยังนุ่มเงียบกว่ายางสำหรับรถ 4×4 ทุกประเภท โครงสร้างของยางไม่ซับซ้อนไปกว่ายางเรเดียลสักเท่าไร จึงทำความเร็วได้สูง แต่ไม่เหมาะกับการบรรทุกหนัก และเอาไปลุยหรือปีนป่ายเนินชัน เนื่องจากการออกแบบดอกยางที่เรียบ รวมถึงแก้มยางที่บอบบาง มักมีปัญหากับกิ่งไม้ หรือเศษหินที่แหลมคม

 

ALL TERRAIN (AT) เด่นที่ดอกยาง หนา โต ใส่แล้วเสริมหล่อให้กับรถคันรักได้อย่างดี จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มของผู้ใช้รถ 4×4 เพราะโครงสร้างของยางชนิดนี้แข็งแรงกว่าแบบแรก บนถนนหลวงก็ยังให้การยึดเกาะที่ดีและเสียงรบกวนก็ไม่ดังมากนัก สมรรถนะในการลุยเส้นทางทุรกันดาร ทำได้ดีพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงขั้นของการลุยหนัก ส่งผลให้มียางให้เลือกมากรุ่น แต่ก็มีความแตกต่างกันในแต่ละรุ่น เช่น หน้ายาง ดอกยาง จำนวนชั้นผ้าใบ และใยเหล็กไม่เท่ากัน ทำให้ยางชนิดนี้หนักกว่ายางแบบ HIGHWAY TERRAIN รวมถึงความนุ่ม เงียบ และสมรรถนะในการใช้ความเร็วก็จะลดลงเช่นกัน

 

MUD TERRAIN (MT) สำหรับขาลุยหนักคงถูกใจ เพราะทำให้รถ 4×4 ที่ใช้ดูดุดันขึ้น รูปแบบของดอกยางที่เป็นบั้งลึก มีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง เนื้อยางยังมีมากกว่ายางลุย 2 ชนิดแรก ทำให้เรื่องของการตะกุย รวมถึงการปีนป่ายในสภาพเส้นทางโหด เป็นหน้าที่หลักของยางชนิดนี้ การใช้งานบนถนนหลวงไม่ต้องพูดถึง เพราะเสียงค่อนข้างดัง เนื่องจากดอกยางมีขนาดใหญ่ การบิดตัวของโครงสร้างจึงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดเสียงรบกวนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่วนเรื่องการยึดเกาะก็ยังเป็นรอง 2 รุ่นก่อนหน้า เพราะหน้ายางที่สัมผัสพื้นผิวค่อนข้างน้อย แถมยังทำให้ดอกยางสึกหรอเร็วกว่าการใช้งานบนสภาพเส้นทางที่ทุรกันดารอีกด้วย

 

ยางสำหรับรถพิคอัพเพื่อการบรรทุก นิยมใช้ในกลุ่มรถพิคอัพเพื่อการพาณิชย์ เพราะได้รับการออกแบบเพื่อใช้ในการขนส่งโดยเฉพาะ โครงสร้างยางออกแบบพิเศษให้ความแข็งแรง คงทน แก้มยางมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะได้เป็นอย่างดี แม้ขณะบรรทุกเต็มพิกัด รวมถึงมีความสึกหรอน้อยกว่าเมื่อเทียบกับยางขนาดเดียวกันทั่วไป แต่ผลิตสำหรับล้อขนาด 14-15 นิ้ว เท่านั้น

 

TYRES DIRECTORY
คู่มือตรวจสอบข้อมูลยาง บแรนด์ต่างๆ

หลังจากที่ทำความรู้จักลักษณะยาง ของรถ 4×4 กันไปแล้ว ถ้าคิดจะซื้อยางสักชุด คงปวดหัวไม่ใช่น้อย ! และเพื่อให้การตัดสินใจทำได้ง่ายขึ้น 4 WHEELS จึงรวบรวมยางรถยนต์เกือบทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ในตลาดเมืองไทย โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ H/T, A/T, M/T และยางเพื่อการบรรทุก

 

H/T
ยางสำหรับรถอเนกประสงค์ทั่วไป

BRIDGESTONE
DUELER H/L 683

ออกแบบดอกยาง 5 ขนาดเพื่อการขับขี่ที่เงียบ บลอคดอกยางใหม่ เพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะและนุ่มนวล แต่แฝงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง ร่องดอกยางวงกลมคล้ายรูกุญแจ เมื่อสึกไปจนถึงร่องดอก จะกลายเป็นดอกยางใหม่มารองรับ มั่นใจกับการเกาะถนน เบรคหยุดได้ดั่งใจ มีขนาด 15-17 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-65 และหน้ากว้างตั้งแต่ 235-275

 

BF GOODRICH
RADIAL LONG TRAIL T/A TOUR

ยาง HIGHWAY TERRAIN ที่มีเทคโนโลยีเข็มขัดใยเหล็ก ต้านทานการทิ่มตำ และเสริมหน้ายางให้แกร่งขึ้น ไหล่ยางเทคโนโลยี RIGID SHOULDER รับแรงกระทำจากภายนอกที่เกิดการเคลื่อนที่ได้หลายทิศทาง แข็งแรง มั่นคง ทรงตัวดีเยี่ยม และลดเสียงรบกวนขณะขับขี่ มีขนาด 15-16 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 70 และหน้ากว้างมีขนาด 205, 245 และ 265

 

COOPER
DISCOVERER H/T

ยางสำหรับรถเอนกประสงค์ทั่วไป ออกแบบมาเพื่อการเที่ยว และเดินทางไกล หน้ายางมีร่องระบายน้ำ 4 ร่อง ทำให้รีดน้ำได้ดี ลายดอกยางออกแบบให้เรียบแบบอสมมาตร เด่นเรื่องการเกาะถนนได้ดี ในถนนแห้ง และเปียก นอกจากนี้ลายดอกยางยังช่วยลดเสียงรบกวนที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย มีขนาด 15-17 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-60 และหน้ากว้างตั้งแต่ 205-275

 

DEESTONE
PAYAK 007 R601 H/T

ยางสำหรับรถเอสยูวี และรถ 4×4 ทุกประเภท ลายดอกยาง ช่วยในเรื่องความนุ่มนวล ลดการเกิดเสียง ไหล่ยาง ช่วยเรื่องการยึดเกาะถนนทั้งทางตรง และการเข้าโค้ง และร่องยาง 4 ร่อง ช่วยรีดน้ำ ทำให้เพิ่มความมั่นใจในสภาวะถนนเปียก สามารถรีดน้ำออกจากหน้ายางได้อย่างรวดเร็ว มีขนาด 14-18 และ 20 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 70-50 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 205-265

 

FALKEN
S/TZ 04

มีคุณสมบัติพิเศษ ด้วยหน้ายางที่มีลักษณะแบบสมมาตร ทำให้มีความเป็นอิสระในการหมุนของยาง มีประสิทธิภาพในการใช้งานทั้งบนหิมะ และลูกรัง และด้วยรูปแบบบลอคชนิด 2 ใน 3 ลดเสียงรบกวนจากยาง สึกหรอสม่ำเสมอทั้งหน้ายาง มีขนาด 15-16 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-40 และหน้ากว้างตั้งแต่ 235-305

 

FULLRUN
F2000

เหมาะสำหรับรถเอสยูวี ที่ชอบความสวยงาม ออกแบบให้มีหน้ายางแบบอสมมาตร สำหรับการขับขี่ที่เน้นสมรรถนะ ดอกยางด้านนอกมีไหล่ยางที่สูงกว่า เพื่อสร้างแรงยึดเกาะ มีผิวดอกยาง 5 ลายที่แตกต่างกัน ช่วยในการเก็บเสียง สามารถควบคุมได้ดีทั้งบนถนนแห้ง และเปียก มีขนาด 18 นิ้วเท่านั้น และมีขนาดเดียว ได้แก่ 245/40 R18

 

GOODYEAR
WRANGLER HP ALL WEATHER

ยางรถเอสยูวี ซึ่งผสานความเงียบและการรีดน้ำที่ลงตัว ด้วยส่วนผสมสูตรพิเศษ SILICA COMPOUND ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในทางโค้งถนนเปียก ให้ระยะเบรคที่สั้นกว่า พร้อมเพิ่ม DUPONT KEVLAR ซึ่งมีความพิเศษของเส้นใย KEVLAR ที่ยืดหยุ่นสูง ดอกยางนุ่ม ลดเสียงรบกวนขณะขับขี่ มีขนาด 15-16 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 70-60 และหน้ากว้างตั้งแต่ 205-265

 

HANKOOK
DYNAPRO HL

ออกแบบด้วยเทคโนโลยีพิเศษ เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวล และสะดวกสบาย ป้องกันปัญหาเรื่องการอ่อนตัวที่ด้านข้างของยาง และลดเสียงรบกวนขณะขับขี่ ช่วยให้การทรงตัวเพิ่มขึ้นขณะเข้าโค้ง ร่องยางแบบขั้นบันได ป้องกันเศษหินเกาะร่องยาง และเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนน มีขนาด 15-17 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-65 และหน้ากว้างตั้งแต่ 215-275

 

KUMHO
KL12

ยางรถยนต์ระดับพรีเมียม รองรับความต้องการของรถเอสยูวี, กระบะ ดีไซจ์นมาเพื่อสมรรถนะที่สุดยอด สำหรับทุกฤดูกาล ดอกยางมีความสวยงาม ออกแบบเพื่อการขับขี่ที่ดีเยี่ยมทุกสภาพถนน ช่วยให้ผู้ขับควบคุมได้สบายในสภาวะถนนแห้ง และเปียก มีขนาด 18 และ 20 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 60-45 และหน้ากว้างตั้งแต่ 255-275

 

MICHELIN
LATITUDE TOUR HP

ด้วยเทคโนโลยีโครงสร้าง SUPPLE YET RIGID แก้มยางที่ยืดหยุ่น ให้การซึมซับแรงสะเทือนเพื่อความนุ่มเงียบ การกระจายน้ำหนักบนหน้ายางสม่ำเสมอ ยางจึงสึกเรียบ ได้ระยะทางไกลขึ้น พร้อมสูตรเนื้อยาง TERRAIN PROOF ที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นดีเยี่ยม เข้าโค้งแม่นยำ เกาะถนนเยี่ยม มีขนาด 15-20 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 70-40 และหน้ากว้างตั้งแต่ 205-305

 

PIRELLI
SCORPION STR

ให้ความนุ่มนวล ด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างที่มีส่วนผสมของสารซิลิคา และยางธรรมชาติ ออกแบบด้วยร่องดอกยางที่เล็กและกระจายต่อเนื่อง ทำให้การสึกหรอเรียบสม่ำเสมอ รวมไปถึงดอกยางแบบอสมมาตร ช่วยเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะได้ดี ทั้งในถนนแห้ง และเปียก มีขนาด 16-20 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 70-50 และหน้ากว้างตั้งแต่ 215-265

 

ROADSTONE
ROADIAN HT (SUV)

เหมาะสำหรับรถเอสยูวี โดยเฉพาะ ร่องดอกยางแบบ 4 แถว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรีดน้ำได้เป็นอย่างดี ลายดอกยางดีไซจ์นให้เรียบ ลดเสียงรบกวนขณะวิ่ง ทำให้นุ่ม เงียบ ตลอดการเดินทาง เพิ่มการบังคับควบคุมที่ดี สามารถใช้ได้บนถนนแห้ง และเปียก มีขนาด 15-20 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-60 และหน้ากว้างตั้งแต่ขนาด 215-275

 

TOYO
OPEN COUNTRY H/T

มีส่วนผสมเฉพาะ ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานดอกยางให้มากขึ้น ไหล่ยางใหญ่ ช่วยลดเสียงขณะขับ และยึดเกาะถนนได้ดีขณะเข้าโค้ง ช่วยยืดอายุการใช้งาน มีเทคโนโลยี MULTI WAVE ช่วยให้มีความทนทานต่อการถูกบาดตำบริเวณไหล่ยาง ดอกยางใหญ่ เพิ่มความทนทาน ช่วยเกาะถนน มีขนาด 15-17 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-60 และหน้ากว้างตั้งแต่ 205-265

 

YOKOHAMA
GEOLANDAR SUV

เป็นยางที่เด่นเรื่องความนุ่มเงียบ เนื้อยางแบบ NANO BLEND ที่มีส่วนผสมของน้ำมันส้ม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน แข็งแกร่ง ทนทาน ใช้พลังงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดความต้านทานในการหมุน ช่วยยืดอายุการใช้งาน ร่องดอกยางเล็กในดอกยาง พร้อมทรงครีบโลมา ช่วยรีดน้ำออกรวดเร็ว เสริมสมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก มีขนาด 15-20 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 70-50 และหน้ากว้างตั้งแต่ขนาด 205-255

 

A/T
ยางอเนกประสงค์ ไปได้ทุกสภาพถนน

BF GOODRICH
RADIAL ALL TERRAIN

โครงสร้างโพลีเอสเตอร์ (POLYESTER) หนา 3 ชั้น (TRIGARD) ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง และลดความเสียหายที่เกิดจากการทิ่มตำ ทั้งบริเวณหน้ายาง รวมถึงแก้มยาง พร้อมเนื้อยาง 2 ชั้น ผสมสารพิเศษ (DUAL COMPOUND TREAD) เพื่อความทนทาน ร่องเล็กบนดอกยาง (SIPES) ช่วยลดเสียงขณะขับขี่ มีขนาด 15-17 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-65 และหน้ากว้างตั้งแต่ 225-275 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มีเฉพาะกระทะล้อขนาด 15 นิ้ว กับความสูงตั้งแต่ 30-33 นิ้ว และหน้ากว้างตั้งแต่ 9.50-12.50 นิ้ว

 

BRIDGESTONE
DUELER A/T 697

ร่องยางแบบ SEMI STEALTH เสริมความแกร่ง และความทนทานให้กับยาง ดอกบั้งบริเวณไหล่ยาง ถูกออกแบบให้มีระดับสูง/ต่ำต่างกัน ช่วยลดเสียงรบกวน และการสึกหรอของดอกยาง แก้มยางได้รับการเสริมความแข็งแรงที่กระทำต่อยาง ให้ยางมีความแข็งแกร่งทนต่อการบิดตัว การสึกหรอ และการถูกตำทะลุได้ดียิ่งขึ้น มีขนาด 15-17 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-65 และหน้ากว้างตั้งแต่ 215-265 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มี 2 ขนาด คือ 30×9.50 R15 และ 31×10.50 R15

 

COOPER
ZEON LTZ

ยางรุ่นนี้พัฒนามานาน 3 ปีเต็ม จากการทดสอบในพื้นที่ทุรกันดารของทวีปออสเตรเลีย ด้วยโครงสร้างยางสูตรพิเศษ ARMOR-TEK3 มีความแข็งแรงมากกว่าปกติ 15 % เพิ่มการยึดเกาะด้วยการออกแบบดอกยางรูปตัว Y มีส่วนผสมของสารซิลิคา เพิ่มการยึดเกาะถนนเปียก และแห้ง ได้ดี รับประกันถึง 80,000 กม. มีขนาด 16 นิ้ว ไปถึง 22 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-40 และหน้ากว้างตั้งแต่ 265-305

 

DEESTONE
PAYAK R404 A/T

หน้ายางแบบเสริมใยเหล็ก 2 ชั้น รัดด้วยเข็มขัดนิรภัย (SPIRAL OVERLAY) แบบไร้รอยต่อ ทำให้หน้ายางคงรูป และสามารถกระจายแรงกดหน้ายางได้อย่างสม่ำเสมอ ลดอัตราการสึกหรอที่เกิดจากหน้ายางสัมผัสพื้นผิวไม่สม่ำเสมอ ลายดอกยาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนในทุกพื้นผิว มีขนาด 15-17 นิ้ว ส่วนแก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-70 และหน้ากว้างตั้งแต่ 215-265 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มี 2 ขนาด คือ 30×9.50 R15 และ 31×10.50 R15

 

DUNLOP
GRANDTREK AT3

ใช้แนวคิดการออกแบบ DIGI-TYRE 4×4 ด้วยเทคโนโลยี DRS ll เหมาะสำหรับทุกสภาพพื้นถนน ดอกยางออกแบบพิเศษแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ช่วยให้แรงกดหน้าสัมผัส มีการกระจายแรงได้สม่ำเสมอ ให้ความคงทนต่อแรงกระแทกและการตัดเฉือน การยึดเกาะถนน ความสะดวกสบายในการขับขี่ มีขนาด 15 นิ้ว ไปถึง 18 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-60 และหน้ากว้างตั้งแต่ 205-285 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มี 2 ขนาด คือ 30×9.50 R15 และ 31×10.50 R15

 

GOODYEAR
WRANGLER AT/SA

ด้วยเทคโนโลยี SILENT ARMOR ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของดอกยาง ประกอบด้วย ชั้นใย KEVLAR ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ร่องยางขนาดใหญ่ตรงกลาง เพิ่มการควบคุมและลดเสียงรบกวน ร่องยางขนาดเล็กบนหน้ายางเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนน แก้มยางพิเศษ DURAWALL ทนทานต่อการรั่วซึมบริเวณแก้มยาง มีตั้งแต่ขนาด 15 นิ้ว ไปถึง 16 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-65 และหน้ากว้างตั้งแต่ 205-265

 

HANKOOK
DYNAPRO AT-M

ออกแบบโดยใช้เทคโนโลยี CAMS (COMPUTER AIDED MEASUREMENT SYSTEM) ดอกยางปกป้องด้านข้างให้มีมุมคมดั่งฟันเสือ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดุดัน และมีการวางมุมดอกยางที่สมดุล ช่วยป้องกันแก้มยางฉีก และลดความเสียหายจากการกระแทกได้ดี แถมยังทำความสะอาดโคลนที่ติดตามร่องยางได้อีกด้วย มีขนาด 15 นิ้ว ไปถึง 18 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-60 และหน้ากว้างตั้งแต่ 235-265 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มี 2 ขนาด คือ 30×9.50 R15 และ 31×10.50 R15

 

KUMHO
KL63

ยางอเนกประสงค์สำหรับรถ 4×4 ทั่วไปที่ต้องการความมั่นใจในทุกสภาวะการขับขี่ ประกอบด้วยสารพิเศษชนิดใหม่ ช่วยให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างดีเยี่ยม และเกาะถนนได้ดีขึ้น ดอกยางกว้าง ช่วยเรื่องเสถียรภาพในการขับขี่ ร่องดอกยาง 2 ร่อง ช่วยเพิ่มความสามารถในการรีดน้ำ มีขนาด 15 นิ้ว ไปถึง 20 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-55 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 225-315 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มี 2 ขนาด คือ 30×9.50 R15 และ 31×10.50 R15

 

MICHELIN
LATITUDE CROSS

ยางสำหรับรถเอสยูวี สมรรถนะแกร่ง สไตล์รถ 4×4 แต่ยังขับสบายสไตล์ยาง HIGHWAY TERRAIN ลายดอกยาง MUD CATCHER ให้สมรรถนะการลุยทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางโคลน ฝุ่น หรือพื้นหญ้า หน้ายางสูตรพิเศษ TERRAIN PROOF ที่มีความเหนียว ความยืดหยุ่นที่ดีเยี่ยม ทนต่อการบาดตำ และการเสียดสีได้ดี มีขนาด 15 นิ้ว ไปถึง 17 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 80-65 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 205-275

 

PIRELLI
SCORPION ATR

ยางที่เหมาะกับทุกภูมิประเทศ แก้มยางถูกออกแบบให้เพิ่มความแข็งแกร่ง ด้วยโครงสร้างแบบใหม่ ช่วยเพิ่มความทนทานให้ยางบนพื้นผิวขรุขระ มีไหล่ยางที่กว้าง ช่วยให้ลายดอกยางสึกอย่างสม่ำเสมอ และยังเพิ่มการเบรคอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสลัดโคลน และหินได้ด้วยตัวเอง มีขนาด 15 นิ้ว ไปถึง 18 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 70-50 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 235-275 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มี 2 ขนาด คือ 30×9.50 R15 และ 31×10.50 R15

 

ROADSTONE
ROADIAN AT 2

เหมาะสำหรับรถพิคอัพ รถอเนกประสงค์ และรถ 4×4 ทั่วไปที่ชอบการท่องเที่ยวธรรมชาติแบบเบาๆ ดอกยางมีลักษณะพิเศษ สามารถใช้ได้ดีทั้งบนถนนปกติ และบนทางวิบาก มีร่องยางรีดน้ำ 4 แถว แบบซิกแซก ช่วยรีดน้ำออกจากยางได้ดี และรวดเร็ว ไหล่ยางแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี และทนทานสูง มีขนาด 15 นิ้ว ไปถึง 18 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-60 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 215-285 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มี 2 ขนาด คือ 31×10.50 R15 และ 30×9.50 R15

 

SAILUN
TERRAMAX AT

ดอกยางถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้ทุกฤดู สันดอกยางกึ่งกลางที่แข็งแรง ช่วยเพิ่มการตอบสนองการควบคุมพวงมาลัยได้ดี บลอคดอกยางที่เปิดบริเวณไหล่ยาง เพิ่มสมรรถนะแรงฉุดมากยิ่งขึ้น การจัดเรียงระดับของบลอคบริเวณไหล่ยาง ช่วยลดเสียงรบกวน ยืดอายุการใช้งาน มีขนาด 15-17 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-65 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 215-265 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มีขนาดเดียว คือ 31×10.50 R15

 

TOYO TIRES
OPEN COUNTRY A/T

ดอกยางถูกออกแบบพิเศษ ให้มีความแข็งแกร่ง จากโครงสร้างยางแบบ SPIRAL CAPPLY & SINGLE STRAND BEAD WIRE ช่วยให้การทำงานของยางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้อัตราการสึกเรียบสม่ำเสมอ ลดอาการดึงซ้าย/ขวา ง่ายต่อการตั้งศูนย์ล้อ ขอบยางสามารถรักษาขอบกระทะจากการเสียดสีได้ มีขนาด 15-16 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-70 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 225-265 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มี 2 ขนาด คือ 30×9.50 R15 และ 31×10.50 R15

 

YOKOHAMA
GEOLANDAR A/T-S

มาพร้อมเทคโนโลยี NANO BLEND ที่มีประสิทธิภาพและเป็นการรวมจุดเด่น 3 ประการ ได้แก่ ไมโครซิลิคา ที่เป็นวัตถุดิบคุณภาพที่ส่งผลในเรื่องการยึดเกาะถนน น้ำมันส้ม ที่เป็นสิทธิบัตรของ YOKOHAMA ช่วยในเรื่องการยึดเกาะ และโพลีเมอร์ผสม ช่วยลดความต้านทานการหมุน มีขนาด 14-20 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-45 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 175-305 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มีเฉพาะกระทะล้อ 14-15 นิ้ว ความสูงตั้งแต่ 27-33 นิ้ว และหน้ากว้างตั้งแต่ 8.50-12.50 นิ้ว

 

M/T
ยางสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ

BF GOODRICH
RADIAL MUD TERRAIN

ยางที่สมบุกสมบันพร้อมทุกพื้นที่ มีเอกลักษณ์ที่ลายดอกยาง ดุดัน สมบูรณ์แบบ เนื้อยาง 2 ชั้น โดยชั้นนอกให้ความแข็งแรงและคงทน ป้องกันการฉีกขาด ชั้นในออกแบบให้ทนทานต่อความร้อน โครงสร้าง TRIGARD ลิขสิทธิ์เฉพาะ ด้วยโครงยางโพลีเอสเตอร์ 3 ชั้น ที่ทนแรงกระแทก และการทิ่มตำทั้งบริเวณหน้ายางและแก้มยาง เสริมแก้มยางให้แข็งแกร่ง และคงตัว ช่วยให้การขับขี่มีความแม่นยำ และมั่นคง มีขนาด 15-16 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-75 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 235-265 และ 285, 315, 345, 365 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มีขนาด 15-17 นิ้ว ความสูงตั้งแต่ 30-37 นิ้ว และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 9.5-12.5 นิ้ว

 

BRIDGESTONE
DUELER M/T 673

ยางสำหรับรถ 4×4 สำหรับเส้นทางวิบากโดยเฉพาะ ใช้เทคโนโลยี O-BEAD ออกแบบให้โครงสร้างยางยึดเกาะกระชับกับกระทะล้อ ดอกยางถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ และมี RIM GUARD ขอบซึ่งมีขอบยางนูน ปกป้องโครงยางและกระทะล้อ มีร่องลึกพิเศษ ทำให้แรงกรุยทางสูง ไต่ทางลาดชันได้ดี ให้ประสิทธิภาพในการเบรคและเลี้ยวโค้ง ทั้งยังสลัดดินออกได้ง่าย พร้อมตะลุยได้อย่างมั่นใจ มีเฉพาะขนาด 15 นิ้ว 235/75 R15 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มี 2 ขนาด คือ 32×11.50 R15 และ 33×12.50 R15

 

COOPER
DISCOVERER STT

เป็นยางสำหรับรถ 4×4 โดยเฉพาะ ดอกยางลึกและหนา ช่วยเพิ่มแรงตะกุยได้ดีเยี่ยม ไหล่ยางกว้าง และหนา ทำให้สามารถลุยโคลนได้ดี และทนต่อการฉีกขาดของไหล่ยาง จากการออกแบบลายดอกยางให้มีความโค้งมนแบบอสมมาตร ทำให้ช่วยสลัดหินออกจากร่องดอกยางได้ดี มีขนาด 15-16 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-70 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 235-315 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มีขนาด 15-20 นิ้ว ความสูงตั้งแต่ 31-37 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 9.50-12.50 นิ้ว

 

DEESTONE
MUD CLAWER R405 M/T

ออกแบบบลอคดอกยางตรงกลางให้มีขนาดใหญ่ เพื่อการบังคับควบคุมที่สมบูรณ์แบบ ไหล่ยางมีความแตกต่างกัน เพื่อความความแข็งแกร่ง รองรับการใช้งานในทุกสภาพถนน ร่องดอกยางรวมถึงลายดอกยางภายในร่องดอกที่มีขนาดเล็ก นอกจากช่วยลดเสียงรบกวน ยังช่วยสลัดหินและโคลนได้ดี มีขนาด 16-17 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-70 และหน้ากว้างตั้งแต่ 245, 265 และ 285 มม. ส่วนยางที่มีหน่วยวัดเป็นนิ้ว มีขนาด 15-17 นิ้ว ความสูงตั้งแต่ 31 และ 33 นิ้ว หน้ากว้างตั้งแต่ 10.50 และ 12.50 นิ้ว

 

DUNLOP
MT2

เน้นการใช้งานในทางทุรกันดารอย่างสมบุกสมบัน MT2 จึงกำหนดดอกยางทั้งหน้ากว้าง (WIDE) สำหรับพื้นที่ทั่วไป กับรุ่นหน้าแคบ (NARROW) เพื่อการใช้งานในภูมิประเทศที่ถนนเข้าไปไม่ถึง โดยมาพร้อมแนวแก้มยางออกแบบพิเศษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมขณะขับขี่ที่เหนือกว่า MT2 WIDE มีเฉพาะขนาด 16 นิ้ว ส่วนแก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-70 และหน้ากว้างตั้งแต่ 225-285 และ MT2 NARROW มี 2 ขนาด คือ 235/85 R16 กับ 255/85 R16

 

HANKOOK
DYNAPRO MT

ยางสำหรับผู้รักการขับขี่รถ 4×4 ดอกยางช่วงกลางรูปตัววี ลักษณะภูเขาน้ำแข็ง ช่วยในการยึดเกาะที่ดีที่สุดในทุกสภาพถนน พร้อมปลายดอกยางแบบเรียว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ เข็มขัดรัดหน้ายางชั้นนอกเสริมไนลอน พร้อมความทนทาน และความปลอดภัย มีขนาด 15-17 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-70 และหน้ากว้างตั้งแต่ 215-315 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มีขนาด 15-20 นิ้ว ความสูงตั้งแต่ 28-38 นิ้ว และหน้ากว้างตั้งแต่ 8.50-15.50 นิ้ว

 

KUMHO
KL-71

สุดยอดยางสัญชาติเกาหลี สำหรับทางโหด แต่ให้ความนุ่มเงียบขณะขับขี่ ให้กำลังที่ดีในทางชัน แม้พื้นดินเปียก ลื่น รวมถึงทราย ด้วยดอกยางที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้ระยะเบรคในทางพื้นกรวด ทางหิน หรือแม้แต่บนถนนดำ ก็สามารถขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีขนาด 16 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-70 และหน้ากว้างตั้งแต่ 245, 265, 285 และ 305 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มีขนาด 15-24 นิ้ว ความสูงตั้งแต่ 31-38 นิ้ว และหน้ากว้างตั้งแต่ 10.50-14.00 นิ้ว

 

MAXXIS
MT-764

ไหล่ยางออกแบบให้เป็นตัว “G” พร้อมปุ่มรูปสามเหลี่ยมบริเวณแก้มยางที่เพิ่มความแข็งแกร่ง ช่วยควบคุมรถได้ดีทุกสภาพพื้นผิว เนื้อยางออกแบบพิเศษ เพื่อใช้ในทางโคลนและหิน พร้อมเพิ่มหน้าสัมผัสเพื่อการควบคุมที่ดียิ่งขึ้น แถบนูนในร่องไหล่ยางออกแบบพิเศษ ช่วยสลัดโคลน มีขนาด 15-20 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-50 และหน้ากว้างตั้งแต่ 205-305 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มีขนาด 14-17 นิ้ว ความสูงตั้งแต่ 27-35 นิ้ว และหน้ากว้างตั้งแต่ 8.50-12.50 นิ้ว

 

ROADSTONE
ROADIAN MT

ร่องดอกยางขนาดใหญ่ออกแบบเส้นซิกแซก ช่วยเพิ่มสมรรถนะการตะกุยหิน ดิน ทรายต่างๆ พร้อมออกแบบให้เป็นร่องลึก ช่วยให้มีแรงปีนไต่ทั้งในโคลนลึก หินกรวด และสามารถรีดน้ำได้ดีบนถนนปกติอีกด้วย ในขณะที่เนื้อยางมีความทนทานต่อการสึกหรอ ให้การควบคุมที่ดีบนถนนแห้ง และเปียก มีขนาด 15-16 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-75 และหน้ากว้างตั้งแต่ 235-265 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มี 2 ขนาด คือ 30×9.50 R15 และ 31×10.5 R15

 

SONAR
S-830

ยางที่สามารถรองรับการใช้งานในทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นถนนแห้ง หรือเปียก ร่องยางถูกออกแบบให้มีรอยหยักในทุกทิศทาง เพื่อเพิ่มแรงฉุดในผิวทางทุรกันดาร ให้สามารถตะกุยฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ร่องดอกยางขนาดใหญ่ สามารถรีดน้ำได้ดี ให้การบังคับควบคุมที่ไว้ใจได้ มีขนาด 15-16 นิ้ว แก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 80-70 และหน้ากว้างตั้งแต่ขนาด 205-265 ส่วนยางที่หน่วยวัดเป็นนิ้ว มีขนาดเดียว คือ 31×10.50 R15

 

SUPER SWAMPER
TSL BOGGER

ยางที่ถูกออกแบบเพื่อการแข่งขันและลุยหนักโดยเฉพาะ ด้วยดอกยางลายบั้งที่โดดเด่นในการลุยโคลนและปีนหน้าผาหิน รวมถึงลุยพื้นทราย เนื้อยางให้ความยืดหยุ่นสูง และมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ คงทนต่อการฉีกขาดจากการบาดของหินแหลม และกิ่งไม้ การใช้งานบนถนนปกติยังให้การยึดเกาะที่ดีอีกด้วย มีขนาด 15-17 นิ้ว ความสูงตั้งแต่ 33-44 นิ้ว และหน้ากว้างตั้งแต่ 10.50-19.50 นิ้ว

 

YOKOHAMA
GEOLANDAR M/T

ร่องยางคู่ ช่วยเพิ่มการยึดเกาะ และการทรงตัวที่ดีในทางทุรกันดาร และยังมีเทคโนโลยี PROGRESSIVE POWERFUL SHOULDER เพื่อไหล่ยางทนทาน และแข็งแกร่ง และเทคโนโลยี DUAL PROTECT BARS ดอกยางพิเศษช่วยให้โคลนหลุดออกได้ง่าย แถบยางคู่ ช่วยป้องกันการทิ่มตำจากของมีคม ขณะวิ่งบนทางทุรกันดาร เนื้อยางสูตรพิเศษ ทนทานต่อการขับขี่ มีขนาด 16 นิ้ว ส่วนแก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 85-75 และหน้ายางกว้างตั้งแต่ 235-285

 

ยางสำหรับรถเพื่อการบรรทุก

COOPER
DISCOVERER CTS

ยางสมรรถนะสูง สำหรับรถอเนกประสงค์ทั่วไป ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งาน จากการออกแบบลายดอกยางที่เรียบง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งความโฉบเฉี่ยว และช่องระบายน้ำจำนวน 4 ร่อง จึงทำให้การรีดน้ำเป็นไปอย่างดีเยี่ยม ทั้งยังช่วยลดเสียงที่เกิดขึ้นกับยาง จึงนุ่มเงียบตลอดการเดินทาง มีขนาด 16-20 นิ้ว ส่วนแก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-55 และหน้ากว้างมีตั้งแต่ 215-275

 

DEESTONE
KACHA R101

หน้ายางเสริมใยเหล็ก 2 ชั้น ช่วยให้แข็งแรง ทนทาน รัดด้วยเข็มขัดนิรภัย (SPIRAL OVERLAY) แบบไร้รอยต่อ สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ดี ดอกยางแบบ 4 แถว หน้ายางกว้างเรียบแนบสัมผัส ช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น แก้มยางแบบ RIM GUARD ช่วยป้องกันความเสียหายของกระทะล้อ เหมาะสำหรับรถพิคอัพทั่วไป ที่ต้องการสมรรถนะสูงสุด มีขนาด 13-15 นิ้ว แก้มยางมีเฉพาะซีรีส์ 82 ส่วนหน้ากว้างตั้งแต่ 165-205

 

DUNLOP
VANTREK V1

ยางสำหรับรถพิคอัพ ที่เน้นสมรรถนะควบคู่ไปกับความแข็งแกร่ง ออกแบบเพื่อต้านทานการสึกหรอ และเพิ่มบริเวณการยึดเกาะถนนมากขึ้น บลอคดอกยางออกแบบเพื่อการฉุดลากบนทางทุรกันดาร และลาดชัน ร่องดอกยางกว้าง ออกแบบเพื่อให้รีดน้ำออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีขนาด 14-15 นิ้ว ส่วนแก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-70 และหน้ากว้างตั้งแต่ 195-215

 

FALKEN
LINAM R51

ผลิตขึ้นในประเทศไทย เหมาะสำหรับรถพิคอัพ และรถแวน ด้วยคุณลักษณะของร่องยางแบบ 6 ร่อง สามารถรีดน้ำได้ดี และรวดเร็ว มีความทนทานต่อการสึกหรอได้ดี ให้ประสิทธิภาพการทนทานในสภาพถนนที่น้ำเจิงนอง หรือถนนแห้ง มีขนาด 15-16 นิ้ว ส่วนแก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 75-70 และหน้ากว้างตั้งแต่ 205-215

 

MICHELIN
XCD

ยางสำหรับรถบรรทุกหนักเชิงพาณิชย์ โครงสร้างใยเหล็กกล้า ความแข็งแรงสูง ที่มีขนาดใหญ่และกว้างเป็นพิเศษ พร้อมด้วยชั้นใยสังเคราะห์ ความแข็งแรงสูงรัดหน้ายางจรดไหล่ยาง ถึง 2 ชั้น ให้ความแข็งแกร่งทั้งหน้ายางและไหล่ยาง รองรับน้ำหนักบรรทุกได้เต็มกำลัง ให้ความแข็งแกร่ง และทนทานต่อการสึกหรอได้ดี มีขนาด 14-15 นิ้ว ส่วนแก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 82-70 และหน้ากว้างตั้งแต่ 195-215

 

TOYO TIRES
TRANPATH MP4

ดอกยางแบบอสมมาตร ลดเสียงรบกวน ยึดเกาะถนนได้ดีขณะเข้าโค้ง NEW TRIPLE TREAD STRUCTURE ลิขสิทธิ์เฉพาะ ทำหน้าที่กระจายโมเลกุลเนื้อยางด้านนอก เพื่อลดแรงเสียดทานกับพื้นถนน ให้การสึกหรอน้อยลง นุ่มนวลขึ้น ร่องดอกยางออกแบบด้วยเทคโนโลยี 3D MULTISIPS ระบายน้ำบนถนนเปียกได้ดี และช่วยลดอัตราการสึกที่ไม่สม่ำเสมอ มีขนาด 14-16 นิ้ว ส่วนแก้มยางมีตั้งแต่ซีรีส์ 70-50 และหน้ากว้างตั้งแต่ 155-215

 

ยางหล่อดอก

ยางหล่อดอก คือ ยางที่ผ่านการใช้งานจนหน้ายางสึกหมด แล้วนำไปหล่อส่วนหน้ายาง และดอกยางใหม่ โดยผ่านกรรมวิธีการหล่อและอบด้วยความร้อน เพื่อให้ยางเก่าและยางใหม่ ผสานเป็นเนื้อเดียวกัน และ วิธีการหล่อเย็น โดยใช้เครื่องขูดยางเพื่อเจียนผิวหน้ายางให้เรียบเสมอกัน ด้วยระบบน้ำหล่อเย็น แล้วจึงนำมาซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด ซึ่งจะจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่ง
แต่การยึดติดของเนื้อยางส่วนที่หล่อใหม่ กับเนื้อยางเดิมนั้นไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้เกิดการหลุดล่อนของส่วนหน้ายางได้เมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง ส่วนของโครงสร้างยางที่ผ่านการใช้งานมาแล้วจะไม่แข็งแรง ทำให้เกิดการระเบิดได้ง่ายเมื่อรับน้ำหนักบรรทุกแบบเต็มพิกัด ดังนั้นยางหล่อดอกจึงไม่ปลอดภัยที่จะนำมาวิ่งบนถนนหลวง และผู้ใช้รถใช้ถนนควรหลีกเลี่ยง และไม่อยู่ใกล้กับรถที่ใช้ยางประเภทนี้

หากจัดจำหน่ายโดยโรงงานที่มีมาตรฐาน อย่างน้อยก็ยังได้ตรวจสอบคุณภาพก่อนที่จะมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค แต่ความปลอดภัยก็ยังสู้ยางใหม่ไม่ได้อยู่ดี

 

สัญลักษณ์ที่ควรรู้

สัญลักษณ์ที่ระบุเป็นตัวเลข หรือตัวอักษรต่างๆ บริเวณแก้มยางนั้น มีความหมายและข้อมูลสำคัญไว้มากมาย ซึ่งบริษัทผู้ผลิตทุกรายจะต้องระบุเพื่อบอกรายละเอียดไว้ให้ชัดเจน

 

สัญลักษณ์ต่างๆ บนยางรถยนต์

สัญลักษณ์ต่างๆ ที่จารึกไว้ด้านข้าง หรือที่แก้มยาง ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร หรือตัวเลข มีข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่าง และเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ผู้ผลิตยางต้องระบุให้ชัดเจนตัวอักษร หรือตัวเลข ที่ระบุนั้น มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร รายละเอียดต่างๆ มีดังต่อไปนี้

1. ชื่อผู้ผลิตยาง

2. เส้นผ่าศูนย์กลาง มีหน่วยเป็นนิ้ว (บางรุ่น บางยี่ห้อ จะใช้หน่วยเป็นมิลลิเมตร)

3. ความกว้างของยาง มีหน่วยเป็นนิ้ว (บางรุ่น บางยี่ห้อ เรียกเป็นซีรีส์ จะใช้หน่วยเป็นมิลลิเมตร)

4. โครงสร้างยางเป็นแบบเรเดียล (R)

5. เส้นผ่าศูนย์กลางของกระทะล้อ มีหน่วยเป็นนิ้ว

6. ตัวย่อของคำว่า “LIGHT TRUCK” หมายถึง เป็นยางที่ใช้กับรถพิคอัพ หรือรถ 4×4

7. ดัชนีการรับน้ำหนัก คือ ตัวเลขที่ใช้แทนค่าความสามารถในการรับน้ำหนักสูงสุดของยาง 1 เส้น วัดตามหน่วยเป็นกิโลกรัม ตามแรงดันลมยางมาตรฐาน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบการรับน้ำหนักของยางแต่ละเส้นดังตารางต่อไปนี้

 

ดัชนีตัวเลข กิโลกรัม (กก.)
80 450
81 462
82 475
83 487
84 500
85 515
86 530
87 545
88 560
89 580
90 600
91 615
92 630
93 650
94 670
95 690
96 710
97 730
98 750
99 775
100 800
101 825
102 850
103 875
104 900
105 925
106 950
107 975
108 1000
109 1030
110 1060
111 1090
112 1120
113 1150
114 1180
115 1215
116 1250
117 1285
118 1320
119 1360
120 1400
121 1450
122 1500

8. สัญลักษณ์ความเร็วสูงสุดของยางเส้นนั้นๆที่สามารถรองรับได้ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

สัญลักษณ์ (ตัวอักษร) ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.)
N 140
P 150
Q 160
R 170
S 180
T 190
H 210
V 240
W 270
Y 300
ZR เกิน 240

9. เป็นยางที่ไม่ใช้ยางใน

10. ประเภทของยาง

11. ปีที่ผลิต ยางแต่ละเส้นจะถูกระบุปี และสัปดาห์ ในการผลิต สามารถสังเกตได้จาก ตัวเลข 2 ตัวแรก เป็นสัปดาห์ที่ผลิต 2 ตัวหลังเป็นปีที่ผลิต ตามค่านิยมของผู้บริโภค จะมีความเข้าใจว่ายางเก่านั้น มีประสิทธิภาพที่ด้อยกว่า จริงๆ แล้วบริษัทผู้ผลิตนั้นเคลมอายุการใช้งานของยางแต่ละเส้นไว้ถึง 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ผลิต ขอเพียงเก็บในพื้นที่อุณหภูมิปกติ ไม่โดนแดด หรือฝน

 

ดูแลถูกวิธีเพื่อการใช้งานยาวนาน

การดูแลรักษาที่ถูกต้อง เป็นวิธีช่วยให้อายุการใช้งานของยางนั้นเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หลากวิธีการที่นำเสนอต้องหมั่นคอยตรวจสอบ หากละเลยเมื่อไร จะทำให้เสียทรัพย์ไวมากขึ้นเท่านั้น

 

ตรวจเชคลมยาง

สิ่งที่สำคัญอันดับแรก ที่ควรทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ ด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดลมยางที่มีประสิทธิภาพ และควรเติมลมให้เหมาะสมตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิด ทั้งนี้รวมถึงยางอะไหล่ ซึ่งต้องคอยตรวจเชคเป็นประจำเช่นกัน

 

วาล์วเติมลม และฝาปิดวาล์ว

วาล์วเติมลม มีหลายรูปแบบ ซึ่งแตกต่างกันตามวัสดุที่ใช้ในการผลิต อาทิ อลูมิเนียม, สเตนเลสส์, เหล็กชุบโครเมียม, ยางพารา เป็นต้น โดยคุณสมบัติของวาล์วเติมลมทุกชนิดเหมือนกัน แต่แตกต่างกันเรื่องความแข็งแรง ทนทาน สวยงาม และราคา แปรผันไปตามวัสดุที่นำมาใช้ ฝาปิดวาล์ว ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นชิ้นส่วนหลัก ในการกักเก็บลมยาง ป้องกันฝุ่น และสิ่งสกปรก ฉะนั้นจึงต้องหมั่นตรวจสอบวาล์วเติมลม และฝาปิดวาล์ว ให้อยู่ในสภาพปกติ เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้สามารถกักเก็บและรักษาแรงดันลมยางให้อยู่ในระดับเหมาะสม ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์ให้ยาวนานขึ้น

 

ถ่วงล้อ

วิธีการถ่วงล้อ ทำได้โดยเอาตะกั่วหลากขนาดมาติดด้านในล้อ ปัจจุบันมีการประเมินผลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ป้องกันไม่ให้ยาง และระบบสั่นสะเทือนสึกหรอ หากล้อขาดสมดุล ไม่ว่าจะเป็นล้อใดก็ตามแต่ จะทำให้ยางสึกไม่เท่ากัน มีการสั่นมาถึงพวงมาลัยขณะขับขี่ และทำให้เกิดแรงกดเพิ่มขึ้นบริเวณข้อต่อของชิ้นส่วนอะไหล่หลายจุด ส่งผลให้ชิ้นส่วนเหล่านั้นสึกหรอเร็วกว่ากำหนด

 

ตั้งศูนย์ล้อ

รถคันรักที่ใช้งานเป็นประจำ ต้องเกิดการกระทบกระทั่งของยางกับวัตถุบนพื้นผิวถนน เช่น หลุม รอยต่อของถนน จนเกิดความผิดปกติบริเวณร่อง หรือดอกยาง การตั้งศูนย์ล้อเป็นการแก้ไขที่ตรงจุด เพราะหากแนวและองศาของล้อและเพลา รวมถึงระบบช่วงล่างได้รับการกระทบกระเทือน จะทำให้ศูนย์ล้อผิดเพี้ยน ซึ่งการควบคุมรถจะทำได้ยาก ไม่ปลอดภัย รวมถึงป้องกันการสึกหรอที่ผิดปกติของยาง การตั้งศูนย์ล้อด้วยช่างผู้ชำนาญด้วยเครื่องมือทันสมัย จึงช่วยแก้ไขปัญหาการสึกหรอของยางรถยนต์อีกวิธีหนึ่ง

 

สลับยาง

การสลับยาง เป็นวิธีที่ช่วยให้การสึกหรอของยางเท่ากันทั้ง 4 ล้อ ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช่างผู้ชำนาญ ก็จะได้ความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยกว่าที่จะลองผิดลองถูกกับการสลับยางด้วยตัวเอง ซึ่งควรทำทุก 10,000 กม. เพื่อช่วยให้ยางสึกหรอใกล้เคียงกันทุกเส้น

 

ทำความสะอาดยาง

สำหรับชาวขับ 4 เมื่อนำรถไปลุย กลับมาจากออกทริพ อย่าลืมเชคตะกั่วถ่วงล้อว่าอยู่ครบหรือไม่ และควรนำยางไป “ล้างขอบ” นั่นคือ ถอดยางออกจากล้อ เพื่อทำความสะอาดเศษหินทรายที่อัดอยู่ในร่องระหว่างล้อกับยาง เพราะอาจเป็นสาเหตุของลมยางรั่วซึม

 

เรื่องต้องรู้ของยางลุย

การแบกรับน้ำหนักของรถ รวมถึงการใช้งานทั่วไป และการลุยในพื้นที่ทุรกันดาร ย่อมทำให้ยางสึกหรอเป็นธรรมดา แต่รูปแบบของการสึกหรอที่ต่างกันบ่งบอกได้ถึงการใช้งาน หรือความผิดพลาดในเรื่องต่างๆการสึกของยาง จะมีหลายรูปแบบดังนี้

 

สึกที่ไหล่ยางทั้ง 2 ด้าน

ยางด้านนอกทั้ง 2 ด้าน สึกมากกว่าตรงกลางหน้ายาง อาการนี้เกิดเพราะลมยางอ่อนเกินไป ทำให้มีแก้มยางที่ความร้อนเพิ่มขึ้น ความแข็งแรงของโครงสร้างยางก็จะลดลง และเครื่องยนต์จะทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ และอาการนี้เป็นไปได้ว่าเกิดจากศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง

 

การสึกของดอกยาง แบบคัพ หรือ ดิป

ส่วนใหญ่การสึกของดอกยางในลักษณะนี้ มักพบในยางคู่หน้า แต่ก็สามารถเกิดกับยางคู่หลังได้เช่นกัน หากพบปัญหา ให้สันนิษฐานได้เลยว่า ช่วงล่างมีปัญหา ควรปรึกษาช่างที่มีประสบการณ์เพื่อแก้ไข

 

การสึกของดอกยาง แบบฟันเลื่อย

อาการนี้เกิดจากการตั้งศูนย์ล้อไม่ถูกตำแหน่ง ค่าโทอิน หรือ โทเอาท์ จึงแปรเปลี่ยน แนะนำให้ลองเชคค่าของความคลาดเคลื่อนอีกครั้ง ด้วยศูนย์บริการที่ทันสมัย รวมถึงมอบหน้าที่ให้กับช่าง เพราะอาจทำให้ลามไปถึงชิ้นส่วนอื่นๆ ของระบบช่วงล่างก็เป็นได้

 

เปลี่ยนยางใหญ่ต้องคำนึงถึงอะไร ?

แน่นอนว่าเมื่อต้องการเปลี่ยนขนาดยางให้ใหญ่ขึ้น เพื่อเสริมหล่อให้รถ 4×4 คันรัก ตามวัตถุประสงค์สำหรับใช้ในการเดินทางเข้าป่า หรือ พื้นที่ทุรกันดาร นั้นทำได้เป็นอย่างดี จากดอกยางที่ตะกุยหิน หรือปั่นโคลน รวมถึงคร่อมร่อง หรือเนินเอียงได้สบายๆ หากเพิ่มขนาดให้ใหญ่ข้ามสเตพ เช่น จากยางขนาด 29 นิ้ว เป็น 33 นิ้ว ชุดช่วงล่างของรถก็ต้องยกให้สูงขึ้นด้วย ตามวิธีการและขั้นตอนของสำนักแต่งรถ 4×4 แต่ผลเสียที่จะเกิดขึ้นตามมาก็มีปัญหาต่อการขับขี่ด้วยเช่นกัน

 

ด้อยเรื่องการยึดเกาะ

ในเมื่อยางมีขนาดใหญ่ขึ้น ตัวรถก็ต้องสูงตาม จุดศูนย์ถ่วง (ค่า CG) ก็จะสูงขึ้น ทำให้การเกาะถนนลดลง ยางที่เพิ่มหล่อให้กับรถทั้งประเภท ALL TERRAIN และ MUD TERRAIN ที่มีดอกเป็นบั้งๆ ผลดีสำหรับการตะกุยในพื้นที่ทุรกันดาร แต่ในถนนปกติ การเกาะถนนจะลดลง เพราะหน้าสัมผัสของยางกับพื้นถนนนั้นมีน้อย รวมถึงเสียงที่จะดังเมื่อดอกยางกระทบกับพื้นถนน

 

เบรคไหล

ระยะเบรคของยาง ALL TERRAIN และ MUD TERRAIN เมื่อเทียบกับยาง HIGHWAY TERRAIN หรือยางที่มีหน้าสัมผัสกับพื้นถนนมากกว่า บรรดา “ยางลุย” จะใช้ระยะทางในการเบรคมากกว่า ดังนั้นจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษขณะขับขี่ใช้งานบนท้องถนนทั่วไป

 

อัตราเร่งลด

อัตราเร่งด้อยกว่าเดิมแน่นอน เพราะน้ำหนักที่มาพร้อมกับยางลุยชุดใหม่นั้นมีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รถคันรักบริโภคน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

 

เข็มไมล์เพี้ยน

ชุดมาตรวัดความเร็วจะบิดเบือนจากความเป็นจริง ทั้งเลขกิโลเมตร (ทริพมิเตอร์) และเข็มวัดความเร็ว โดยจะแสดงผลน้อยกว่าความเร็วจริงตามเส้นรอบวงยางที่เพิ่มขึ้น

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เวบไซท์ต่อไปนี้

www.apexsport.com

www.bridgestone.co.th

www.bfgoodrich-thai.com

www.deestone.com

www.dunloptire.co.th

www.fullruntyre.com

www.goodyear.co.th

www.hankooktire.co.th

www.highertyre.co.th

www.maxxis.com

www.michelin.co.th

www.rosdstonethailand.com

www.sonartyres.com

www.stamfordtyrethailand.com

www.toyotire.in.th

www.vvp4x4.com

www.weekendhobby.com/4wparts

www.yokohamathailand.com



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
ภาพโดย : ราชวัตร แสงจันทรา/บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2555
คอลัมน์ : เนื่องจากปก 4Wheels
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/F8UeV
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th