บทความ

สงครามที่ถูกลืม


ย้อนหลังจากวันนี้ไป 119 ปี มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นกับประเทศไทย จำต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส-ประเทศมหาอำนาจในขณะนั้น-เรียกว่า เหตุการณ์ รศ. 112 ตรงกับพุทธศักราช 2436

ผมบันทึกเรื่องนี้เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กรกฏาคม 2555 ซึ่งวันเดียวกันนี้เมื่อ 119 ปีในอดีต ป้อมปืนของไทย คือ ป้อมพระจุลจอมเกล้าและป้อมผีเสื้อสมุทร ได้เปิดฉากการยิงต่อสู้ป้องกันราชอาณาจักรกับเรือรบของฝรั่งเศส มีการสูญเสียเกิดขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย

เรือบัปติสเต เซย์ อันเป็นเรือนำร่องของฝรั่งเศสอับปางจมลง เรือหลวงมกุฎราชกุมารของไทยก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ถึงกระนั้น เรือรบฝรั่งเศส 2 ลำคือ เรือปืน “อกูสตองต์” และเรือ “โคเมต” ฝ่ากระสุนปืนเข้าไปทอดสมออยู่ที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศสในกรุงเทพ ฯ

วันที่ 13 และ 14 กรกฏาคมปีนี้ กองทัพเรือได้ร่วมกับจังหวัดสมุทรปราการ ชมรมคนรักษ์ป้อมพระจุลจอมเกล้า จัดงาน “รำลึกวิกฤตการณ์ รศ. 112 ครบรอบ 119 ปี” ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า อำเภอพระสมุทรเจดีย์

งานนี้กองทัพเรือจัดให้มีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล เพื่อเป็นการระลึกถึงวีรกรรมของเหล่าบรรพชนผู้กล้า ซึ่งจัดเป็นประจำอยู่ทุกปี ปีนี้ครบรอบ 119 ปี ของวิกฤตการณ์ รศ. 112 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 ในงานจึงมีพิธีสดุดีวีรชน พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล และพิธีย่ำพระสุรีย์ศรี ซึ่งเป็นพิธีที่คล้ายกับการสวนสนาม เพื่ออำลาชีวิตราชการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ในเวลาใกล้ค่ำ ท่ามกลางความงามจากไฟประดับและแสงของพระอาทิตย์

อีกทั้งยังมีการเสวนาวิกฤตการณ์ รศ. 112 การจัดงานนิทรรศการ การแสดงของวงดุริยางค์ การประกอบอาวุธและการจำหน่ายสินค้า OTOP ของสมุทรปราการ

รศ. 112 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เวลาขณะนั้นฝรั่งเศสได้อาณาจักรกัมพูชาไปไว้ในอารักขาแล้ว

การล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส เหมือนเป็นศึกกอบกู้อิทธิพลและหน้าตาของประเทศ ที่พลาดท่าเสียทีแพ้สงครามกับรัสเซีย ในปี 2414 สะดวก และง่ายที่สุด ก็คือ การแผ่อำนาจมาที่แหลมอินโดจีน ประกาศความสำคัญให้กับลุ่มแม่น้ำโขง ตั้งแต่ตอนบนจนถึงตอนล่างติดกับอาณาจักรกัมพูชา

การขยายอำนาจของฝรั่งเศสกระทบถึงประเทศไทยเนื่องจากบริเวณฝั่งโขงดังกล่าวอยู่ในเขตอาณาจักรลาวซึ่งในขณะนั้น มีฐานะเป็นประเทศราชของไทย และอาณาจักรลาวดังกล่าว รวมทั้งแคว้นสิบสองปันนา และสิบสองจุไท

คุณค่าความสำคัญของลาวและแม่น้ำโขง ก็เพราะทรัพยากรธรรมชาติอันสมบูรณ์ ทั้งไม้สักและทรัพยากรธรณี ในขณะทางแม่น้ำโขงก็มีความสำคัญในด้านเศรษฐกิจ และในด้านยุทธศาสตร์ทางการทหาร อีกทั้งยังเป็นทางออกสำหรับพรมแดนทางธรรมชาติระหว่างประเทศ

แม้ว่าอาณาจักรลาวมีฐานะเป็นประเทศราชของเมืองไทย แต่ไทยก็มิได้เข้มงวดกวดขันเท่าไรนัก บางช่วง บางเวลา ลาวก็หันหน้าไปอยู่ในการอารักขาของญวนซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน

สมัยผมเป็นเด็ก ก็ได้ยินว่า อินโดจีนของฝรั่งเศส ซึ่งตามประวัติศาสตร์พบว่า ฝรั่งเศสเริ่มการขยายอำนาจของตนมาถึงอาณาจักรลาว ตั้งแต่ปี 2424 ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจหลวงพระบาง ซึ่งหลังจากนั้น 5 ปีก็ขอตั้งสถานกงสุลที่หลวงพระบาง โดยมี โอกึสต์ ปาวี เป็นผู้ช่วยกงสุล

โอกึสต์ ปาวี คนนี้ อดีตเคยเป็นพนักงานเคาะโทรเลขตามโครงการโทรเลขไทย-เขมรในปี 2426

ประเทศไทยขณะนั้นมีปัญหาจากพวกฮ่อ (ชาวจีนกบฏไต้เผ็ง ต่อต้านราชวงศ์แมนจู ที่หลบหนีการปราบปรามลงมาอยู่ในแคว้นตังเกี๋ยของญวน และในดินแดนของลาว เช่น เมืองพวน, สิบสองจุไท และหัวพันห้าทั้งหก) ยกกำลังมาปล้นสะดมเมืองพวน เวียงจันทน์ และหลวงพระบางอยู่บ่อยๆ กรุงเทพ ฯ จึงจัดกองกำลังขึ้นไปปราบปราม

ยืดเยื้อมาจนถึงปี 2428 พวกฮ่อมีกำลังลงมายึดหลวงพระบาง ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาสุรศักดิ์มนตรีเป็นแม่ทัพยกกำลังขึ้นไปปราบ การนี้ฝรั่งเศสได้แจ้งไทยว่า ขอส่งกำลังทหารปราบพวกฮ่อในเขตแดนของฝรั่งเศส ในตอนเหนือของญวน โดยจะมีนายทหารฝรั่งเศสประจำกองทัพไทย 2 นายและมีนายทหารไทยประจำกองทัพฝรั่งเศส 2 นาย เป็นเจ้าหน้าที่ประสานงาน

กองทัพของพระยาสุรศักดิ์มนตรีเคลื่อนกำลังพลจากกรุงเทพ ฯ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2430 และถึงหลวงพระบางในกลางเดือนมีนาคม 2431

เวลาเดียวกัน ฝรั่งเศสได้ส่งกำลังเข้ามาปราบฮ่อในเขตแดนไทย เช่น เมืองไล และเมืองแถง ซึ่ง โอกึสต์ ปาวี ตำแหน่งผู้ช่วยกงสุลฝรั่งเศสประจำหลวงพระบาง ขออนุญาตไทยเดินทางไปสมทบกับกองทัพของฝรั่งเศส

อันเป็นห้วงเวลาที่ โอกึสต์ ปาวี ร่วมด้วยนายทหารฝรั่งเศสที่ประจำหน้าที่ผู้ประสานงานในกองทัพไทย ขออนุญาตทำการสำรวจพื้นที่บริเวณแควันหลวงพระบาง โดย โอกึสต์ ปาวี ได้ฉวยโอกาสปลุกระดมพวกฮ่อให้สวามิภักดิ์ต่อฝรั่งเศส

ต่อมาไม่ช้า โอกึสต์ ปาวี ก็แจ้งแม่ทัพไทยว่า เมืองแถง, สิบสองจุไทและหัวพันห้าทั้งหกเป็นดินแดนของญวน ขอให้กองทัพไทยถอยทหารออกไป ผลก็คือ ทหารไทยกับทหารฝรั่งเศสตั้งมั่นประจันหน้ากันเพื่อรักษาดินแดนที่ต่างฝ่ายต่างก็อ้างสิทธิของตน

จนถึงเดือนมกราคม 2432 กองทัพไทยถอนกำลังคืนสู่พระนคร เป็นเหตุให้ฝรั่งเศสเข้ายึดครองแคว้นสิบสองจุไท เมืองแถง และหัวพันห้าทั้งหก เนื้อที่ประมาณ 87,000 ตารางกิโลเมตรไปโดยอัตโนมัติ ปราศจากการต่อต้านใดๆ จากไทย

เป็นการเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกในรัชสมัย รัชกาลที่ 5

ฝรั่งเศส ดูทีจะได้ใจไม่หยุดแค่นั้น อาศัยผลประโยชน์ที่เกิดจากการสำรวจพื้นที่ดำเนินการต่อไป ด้วยหวังที่จะเขมือบซะให้เกลี้ยงตลอดฝั่งแม่น้ำโขง ตั้งแต่แคว้นสิบสองจุไท ลงไปจนถึงเมืองสตรึงเตรงของกัมพูชา

เมืองสตรึงเตรงของเขมรเมืองนี้ เป็นเมืองที่อยู่ในพื้นที่อันเป็นจุดรวมของลำน้ำต่างๆ ที่ไหลลงแม่น้ำโขง คล้ายกับเมืองปากน้ำโพของเรา จึงเป็นศูนย์การค้าที่สำคัญพร้อมกับเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการควบคุมดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง โดยมีเมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่งชื่อ นครจำปาศักดิ์ อยู่ทางตอนเหนือของสตรึงเตรง เป็นจุดศูนย์การค้าเช่นเดียวกัน

ถึงตอนนี้ ฝรั่งเศสแต่งตั้ง ผู้สำเร็จราชการอินโดจีนคนใหม่ชื่อ เรเนสซอง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีหัวรุนแรงทางด้านจักรวรรดินิยม พร้อมกับแต่งตั้ง โอกึสต์ ปาวี เป็นราชทูตฝรั่งเศสประจำกรุงเทพ ฯ

ฝรั่งเศสต้องการฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงโดยทั้งหมด ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของไทยในขณะนั้น โดยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการ (ต่อมา สมเด็จกรมพระยา) เสนาบดีกระทรวง ทรงใช้การเจรจาโต้แย้งการกล่าวอ้างดินแดนของฝรั่งเศสอย่างเต็มความสามารถ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองก็เริ่มตึงเครียด จนเลี่ยงไม่พ้นการปะทะกันด้วยกองกำลังทหาร

ประเทศไทย จำเป็นต้องใช้กำลังทหารเพื่อป้องกันราชอาณาจักร มากกว่าการกระหายสงคราม พยายามใช้การเจรจทางด้านการทูตมากกว่าการทำสงคราม แต่ก็ยับยั้งฝรั่งเศสไม่ได้ ถึงปี 2436 หรือเมื่อ 119 ปีที่ผ่านมา ฝรั่งเศสรุกเข้าเมืองพวน ขับไล่คนไทย มาถึงเมืองคำมวนซึ่งพระยอดเมืองขวาง (ขำ ยอดเพชร) รักษาราชการเจ้าเมืองอยู่

เมื่อพระยอดเมืองขวางไม่ยอมถอย ฝรั่งเศสก็จับกุมคุมตัวพระยอดเมืองขวางออกจากเมืองคำมวน เพื่อไปส่งที่เมืองท่าอุเทนที่ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ขณะไปถึงแก่งเจ๊กในเขตเมืองท่าอุเทน ทหารฝรั่งเศสกับทหารไทยก็ปะทะกัน ปรากฏว่า โกรสกูแรง นายทหารฝรั่งเศสผู้ควบคุมกองทหารได้เสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 15 มิถุนายน 2436

ฝรั่งเศสยื่นคำขาดให้ไทยลงโทษพระยอดเมืองขวาง ข้อหาเป็นผู้กระทำการฆาตกรรมแม่ทัพ โกรสกูแรง

ยิ่งกว่านี้ ฝรั่งเศสยังได้ส่งเรือรบชื่อ “เลอ ลูแตง” เข้ามาในราชอาณาจักรไทย ทอดสมอเฉยอยู่หน้าสถานทูตฝรั่งเศส

เป็นที่มาของ “วิกฤตการณ์ รศ. 112” โดย โอกึสต์ ปาวี ได้ยื่นคำขาดต่อประเทศไทย เมื่อ 20 กรกฏาคม 2436 รวมทั้งหมด 6 ข้อ ให้ไทยเพิกถอนสิทธิเหนือดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง และเกาะต่างๆ ในแม่น้ำ ตั้งแต่ภาคเหนือของลาวลงไปจนถึงพรมแดนของเขมร และชดเชยค่าเสียหายเป็นเงิน 2 ล้านฟรังค์ฝรั่งเศส, ให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ไทย วางเงินประกัน 3 ล้านฟรังค์ฝรั่งเศส

เหตุการณ์ของสงครามที่ถูกลืมครั้งนี้ ทุกฝ่ายเห็นว่า ข้อเสียเปรียบของไทยอยู่ที่ การทำแผนที่ การอ้างอิงดินแดนต่างๆ จึงไม่มีผล เป็นเหตุให้ไทยต้องเสียดินแดนครับ พี่น้อง…!!

หมายเหตุผู้เขียน-ข้อมูลบางส่วนได้มาจากหนังสือชื่อ “สงครามทวงดินแดนคืน” โดย ดร. วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ราชบัณฑิต จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แสงดาว ผู้เขียนขอขอบพระคุณไว้ ณ ทีนี้ด้วย



------------------------------
เรื่องโดย : สยาม เมืองยิ้ม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2555
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ZZfJm
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง