บทความ

DRIVING LIGHTS INSIGHT


สปอทไลท์ (SPOTLIGHT) ไฟส่องสว่างชนิดหนึ่งที่ให้แสงเจิดจ้ากว่าไฟติดรถทั่วไป อุปกรณ์เสริมชนิดนี้จำเป็นอย่างยิ่งในรถโฟร์วีลดไรฟสำหรับขาลุยทั้งหลาย เนื่องจากการเดินทางเข้าพื้นที่ทุรกันดารซึ่งไม่มีแสง ต้องการวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่กว้างและไกลกว่าปกติ เพื่อความปลอดภัย ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่กลุ่มคน และหน่วยงานที่มีภารกิจในป่า ซึ่งเป็นพื้นที่ไร้แสงสว่าง

4 WHEELS รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับไฟส่องสว่างชนิดนี้ ให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงคุณสมบัติ และการใช้งานที่ถูกต้อง รวมถึงเสนอบแรนด์ยอดนิยมที่มีจำหน่ายในท้องตลาด จะได้เลือกซื้อให้ตรงวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

สปอทไลท์ คืออะไร ?
อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ความสว่างมากกว่าโคมไฟหน้า หรือไฟตัดหมอก ที่ติดมากับรถ ลักษณะจะมีทั้งโคมไฟทรงกลม หรือทรงเหลี่ยม ขึ้นอยู่กับการออกแบบ มีการให้แสงที่พุ่งแรงและไกลกว่า ลำแสงที่ออกมานั้นจะเจิดจ้ากว่าไฟชนิดอื่นๆ มักเป็นที่นิยมในกลุ่มของผู้ใช้รถโฟร์วีลดไรฟ ที่ชื่นชอบการเดินทางในพื้นที่ทุรกันดาร เพื่อวิสัยทัศน์ที่ดี และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ แสงไฟที่ออกจากโคมประเภทนี้ สามารถทะลุทะลวงม่านหมอกที่หนาแน่น รวมถึงเม็ดฝนจากท้องฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งบดบังทัศนวิสัยการขับขี่

ส่วนประกอบของสปอทไลท์
* โคม ชิ้นส่วนแรกที่เป็นโครงสร้างของสปอท์ไลท์ บริษัทผู้ผลิตออกแบบให้มีความหลากหลาย ทั้งทรงกลม และเหลี่ยม วัสดุที่ใช้ในการผลิต มีทั้งแบบสเตนเลสส์ พลาสติค และเหล็ก

* รีเฟลคเตอร์ มีหน้าที่ในการสะท้อนแสงไฟ ผลิตจากพลาสติค เหล็ก หรืออลูมิเนียม นำมาชุบโครเมียม เพื่อสะท้อนแสงที่ออกมาจากหลอดไฟ

* เลนส์ เป็นส่วนกำหนดแสงไฟที่พุ่งออกจากโคม รวมถึงควบคุมทิศทางของแสง มีทั้งแบบกระจกแผ่นเรียบ และแบบลอนกระจายแสง โดยทั่วไปจะใช้วัสดุในการผลิตถึง 2 ชนิด คือ กระจก และโพลีคาร์บอเนท ซึ่งมีคุณสมบัติต่างกันดังนี้

– เลนส์กระจก จะใช้กระจกแก้วในการผลิต ให้ความทนทาน ไม่ขุ่นมัว แต่หากมีอุปสรรคขวางกั้น เช่น กิ่งไม้ หรือเศษหิน อาจจะทำให้ชำรุดเสียหายได้

– เลนส์โพลีคาร์บอเนท ใช้พลาสติคชนิดพิเศษ มีความเหนียวและทนทานต่อการกระแทก หากใช้งานนานวัน หน้าเลนส์จะขุ่นมัวเร็วกว่าเลนส์ชนิดแรก

* หลอดไฟ ต้นกำเนิดของแสงเกิดจากอุปกรณ์ชิ้นนี้ ซึ่งจะให้กำลังไฟตั้งแต่ 35-170 วัตต์ ที่ใช้ในสปอทไลท์จะมีทั้งแบบฮาโลเจน และซีนอน ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นต่างกันไป

* รีเรย์ ทำหน้าที่คล้ายกับสวิทช์ตัด-ต่อ ควบคุมกำลังไฟให้คงที่อย่างสม่ำเสมอ

* บัลลาสต์ เป็นวงจรอีเลคทรอนิคส์อีกหนึ่งชนิดที่ใช้ในการเพิ่มแรงดัน (โวลท์) และรักษากระแสไฟ (วัตต์) ให้เหมาะสม

ประเภทของสปอทไลท์

สปอทไลท์ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท แต่ละแบบจะเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน

* ฟอก แลมพ์ (FOG LAMP)
สปอทไลท์ประเภทนี้ มีลักษณะเด่น คือ แสงที่พุ่งออกมาเป็นวงกว้าง เลนส์มีเส้นขวางหลายเส้น เพื่อเป็นการหักเหของแสง ทิศทางแสงนั้นจึงแผ่กระจายมากกว่าไฟชนิดอื่นๆ ลำแสงที่พุ่งออกมาทำองศาได้ถึง 90 องศา เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการแสงที่กระจายออกด้านข้าง บ้างก็ดัดแปลงมาติดไว้ที่ด้านหลัง เพื่อความชัดเจนสำหรับการถอยจอดในที่อับแสง

* ดไรวิง แลมพ์ (DRIVING LAMP)
จุดเด่นของไฟชนิดนี้ อยู่ที่เลนส์และรีเฟลค จะมีเส้นหักเหอยู่ตรงกลาง ทำให้แสงที่พุ่งออกมา กว้างและไกลกว่าแสงไฟจากโคมที่ติดมากับรถ ทิศทางของแสงนั้นแคบกว่า ฟอก แลมพ์ แต่พุ่งไกลกว่า จึงเหมาะกับผู้ขับรถที่ใช้ความเร็ว หรือเดินทางไกลตอนกลางคืน

* เพนซิล บีม แลมพ์ (PENCIL BEAM LAMP)
จะเรียกว่า ลำแสงดินสอ ก็ไม่ผิด เพราะรูปแบบของแสงที่พุ่งออกมา จะมีลักษณะเดียวกับดินสอ หน้าเลนส์ที่เรียบ ไร้รอยหยัก และไม่มีเส้นหักเหของแสง ทำให้แสงพุ่งตรงเป็นจุดและพุ่งไกล ตามกำลังความแรงของหลอด สปอทไลท์ประเภทนี้จึงมักเป็นที่นิยมในรถที่ใช้แข่งขันแบบครอสส์คันทรี หรือแรลลี ที่ใช้ความเร็วสูง บนเส้นทางทุรกันดาร ซึ่งอาจจะมีทั้งหมอก และควัน มาทำลายทัศนวิสัยของการขับขี่

การพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง

ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้อาจจะดูเงียบเหงา และไม่หวือหวาในบ้านเราสักเท่าไร แต่ที่จริงแล้วเทคโนโลยีและรูปแบบการพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยีของต้นกำเนิดแสงไฟ
ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน หลอดไฟที่ใช้จะมีอยู่ชนิดเดียว นั่นคือ หลอดแบบฮาโลเจน (HALOGEN) แต่ปัจจุบันได้นำไฟซีนอน (XENON) เข้ามาใช้กับสปอทไลท์เป็นที่เรียบร้อย ความแตกต่างระหว่างหลอดไฟ 2 ชนิดนี้ ค่อนข้างจะชัดเจน ลองเปรียบเทียบได้จากข้อมูลต่อไปนี้

หลอดฮาโลเจน (HALOGEN) เป็นหลอดแบบมีไส้ ใช้กระแสไฟฟ้า 12 โวลท์ ที่ใช้ในรถยนต์ทั่วไป การทำงาน คือกระแสไฟจะถูกลำเลียงโดยรีเลย์ไปที่ขดลวดร้อน และจะใช้ไฟต่อเนื่องที่ 12 โวลท์/4.8 แอมแปร์ (55 วัตต์) ส่งผ่านหลอดแกสฮาโลเจน (HALOGEN) เพื่อให้เกิดแสงสว่างโดยฉับพลัน ควรเลือกใช้แสงสีเหลือง ซึ่งเป็นสีที่มองเห็นเด่นชัดในเวลากลางคืน ทั้งยังทะลุทะลวงหมอกและฝนได้อย่างดี

หลอดซีนอน (XENON) ภายในจะบรรจุแกสซีนอน เป็นหลอดแบบไม่มีไส้ กระแสไฟ 12 โวลท์ จะถูกลำเลียงส่งไปยังบัลลาสต์ เพื่อเพิ่มกระแสให้สูงขึ้นจนถึงระดับกว่า 20,000 โวลท์ เข้าไปยังตัวหลอดเพื่อสตาร์ทตัวในครั้งแรก เมื่อแกสซีนอนทำปฏิกิริยากับกระแสไฟ แสงสว่างจะเกิดขึ้น และอีกประมาณ 1-3 วินาที บัลลาสต์ก็จะทำหน้าที่ลดกระแสไฟลงมาเหลือ 12 โวลท์/3.2 แอมแปร์ (35 วัตต์) ต่อเนื่องตลอดการใช้งาน จะเห็นได้ว่า หลอดชนิดนี้จะใช้กระแสไฟ และกำลังไฟ น้อยกว่าหลอดฮาโลเจน แถมยังให้แสงมากกว่า แต่สีของแสงที่พุ่งออกมาจะเป็นสีขาว หรือฟ้า ซึ่งไม่ทะลุทะลวงเท่าแสงสีเหลืองของหลอดฮาโลเจนนั่นเอง
การเลือกใช้หลอดไฟทั้ง 2 ชนิด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ และความชอบส่วนบุคคล

สปอทไลท์แอลอีดี…นวัตกรรมล่าสุด

ในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ ได้วางจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว แต่ในบ้านเรายังหาซื้อยาก คุณสมบัติของไฟแอลอีดี นอกจากจะใช้กระแสไฟน้อย ยังได้ความแรงของลำแสงมากกว่าหลอดทั้ง 2 ชนิดที่กล่าวไว้ แถมยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ คงขายเกลื่อนเมือง

ควบคุมทิศทางแสงด้วยรีโมท

เทคโนโลยีของสปอทไลท์ชนิดนี้ อยู่ที่รีโมทคอนทโรล เพราะสามารถควบคุมทิศทางของแสงได้เพียงปลายนิ้ว ส่วนประกอบที่มีเพิ่มเข้ามา คือ รีโมทคอนทโรลที่มากับระบบอินฟราเรด และมอเตอร์สำหรับสั่งการให้โคมหันซ้าย/ขวาได้รอบทิศทาง รวมถึงปรับความสูงของแสงขึ้น/ลงได้อีกด้วย ขนาดของโคมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 128 มม. สูง 235 มม. และลึก 234 มม. ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป
คงถูกใจขาลุยที่ชอบขับรถลุยป่าฝ่าดงกันไม่น้อย เพราะทิศทางของแสงที่บังคับได้เองนั้น อาจจะส่องเจอสัตว์ป่าที่ซุ่มหาอาหารข้างๆ เส้นทางก็เป็นได้

รู้ก่อนเล่นกับไฟ

หลากเรื่องราวที่คัดสรรมา ล้วนเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถที่กำลังหาซื้อไฟสปอทไลท์ ทั้งรูปแบบการใช้งาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ไม่รู้จริง อย่าติดตั้งเอง

ยกหน้าที่ไว้สำหรับช่างผู้ชำนาญจะดีกว่า เพราะเรื่องของการเดินสายไฟ และตำแหน่งของการติดตั้งอาจจะทำให้ผิดกฎหมาย หรือเกิดการสูญเสียจากการติดตั้งที่ไม่ถูกวิธีก็เป็นได้

กินกำลังแบทเตอรีหรือไม่
ขึ้นอยู่กับจำนวนวัตต์ของหลอดไฟที่ใช้ ในทางกฎหมาย มีกฎบังคับว่าให้ใช้ความแรงของไฟเพียง 55 วัตต์ รวมถึงการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง เพราะทุกครั้งที่ใช้งาน ควรสตาร์ทเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้ไฟแรงฉุดกำลังไฟจากแบทเตอรี

ต้องปรับเปลี่ยนอะไรในระบบไฟ

เนื่องจากสปอทไลท์มีตัวช่วยเรื่องกระแสไฟ เช่น รีเลย์ และบัลลาสต์ เพื่อควบคุมและเพิ่มกำลังไฟ หากยังไม่เพียงพอต่อการใช้งาน สิ่งที่ควรเพิ่ม คือ ขนาดของไดชาร์จต้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรืออาจเสริมแบทเตอรีอีก 1 ลูกเพื่อใช้เฉพาะ

ไฟตัดหมอกติดรถจากโรงงาน ไม่ใช่สปอทไลท์

เพราะไฟเดิมจากโรงงานผู้ผลิตไม่สามารถทำระยะ และความกว้างของแสง เท่ากับไฟสปอทไลท์ที่เป็นอุปกรณ์เสริม

เลือกรูปทรงให้เข้ากับรถคันรัก

ในการเลือกรูปแบบของสปอทไลท์ สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ โคมไฟเดิมของรถ ว่าเป็นแบบกลม หรือเหลี่ยม หากไฟเดิมเป็นแบบกลม ก็ควรเลือกสปอทไลท์โคมกลม เพื่อไม่ให้ขัดกัน

เปิดผิดที่ ผิดเวลา…ถูกจับแน่

ต้องบอกไว้ก่อนว่า การติดสปอทไลท์ไม่ว่ากับรถประเภทใด เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตำรวจว่าจะจับปรับหรือไม่ และในกรณีใด ดังนั้นการติดตั้งจึงควรพิจารณาให้รอบคอบ อย่าติดตามแฟชัน หรือเอามันเพียงอย่างเดียว
ส่วนการใช้งาน หากเข้าไปเปิดใช้ในพื้นที่ทุรกันดารก็คงไม่มีใครตามไปจับ แต่ถ้าเปิดใช้บนถนนหลวง ผู้รักษากฎหมายเจอเข้า รับประกันได้เลยว่าถูกจับปรับแน่นอน

กฎหมาย “ไฟ”

ตาม พรบ. ของกรมการขนส่งทางบก พศ. 2522 ได้กำหนดการใช้โคมไฟที่ถูกต้องไว้ดังต่อไปนี้

1. ห้ามติดตั้งไฟสปอทไลท์กับรถที่ใช้ในการขนส่ง ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

2. ให้สามารถติดตั้งโคมไฟชนิด FOG LAMP ได้ตามความจำเป็น แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกก่อน โดยยื่นคำขอพร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา

3. โคมไฟประเภท FOG LAMP ต้องเป็นชนิดแสงขาว หรือแสงเหลืองจำนวน 2 ดวง ติดตั้งอยู่ในระดับเดียวกันที่ด้านหน้ารถข้างซ้าย หรือข้างขวา แห่งละ 1 ดวง จุดกึ่งกลางของโคมไฟอยู่ห่างจากด้านข้างริมสุดของหน้ารถไม่เกิน 40 เซนติเมตร ต่ำกว่าโคมไฟแสงพุ่งไกล ศูนย์รวมแสงต้องลดต่ำจากแนวขนานกับผิวทางราบ 10 เซนติเมตร ในระยะ 7.60 เมตร จากดวงโคมไฟ และให้มีสวิทช์ปิด/เปิด แยกต่างหากจากโคมไฟแสงพุ่งไกล และโคมแสงพุ่งต่ำ

4. ตาม พรบ. จราจรทางบก พศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมปี 2536 ได้มีการระบุการใช้ไฟตัดหมอก สามารถใช้ได้ต่อเมื่อรถวิ่งอยู่ในสภาวะที่มีหมอก ควัน หรือฝุ่นละออง จนเป็นอุปสรรค อันอาจเกิดอันตรายในขณะขับรถและต้องไม่มีรถอยู่ด้านหน้า หรือสวนมาในระยะของแสงไฟ หรือในระยะ 150 เมตร โดยสามารถใช้หลอดไฟแสงขาว หรือแสงเหลือง ที่มีกำลังไฟไม่เกินดวงละ 55 วัตต์เท่านั้น หากมีการใช้ไฟตัดหมอกไม่เป็นไปตามประเภท ลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนด จะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

สปอทไลท์ในตลาดเมืองไทย

ในเมืองไทยมีสปอทไลท์จำหน่ายหลากยี่ห้อ ข้อมูลของบแรนด์ยอดนิยมนั้น เราคัดมาเพื่อประกอบการตัดสินใจ

* CIBIE
ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาจากสนามแข่ง เลอ มองส์ หรือ บาฮา เป็นสปอทไลท์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีหลายรุ่น หลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน

* OSCAR ทรงกลม กรอบโครเมียม
คุณสมบัติ
– เส้นผ่าศูนย์กลาง 180 มม. ลึก 122 มม.
– ใช้หลอดไฟแบบ H1
– สามารถใช้หลอด 100 วัตต์ ได้
– มาพร้อมฝาครอบ

* SUPER OSCAR ตัวเรือนสีดำ เลนส์มีเส้นหักเหของแสง
คุณสมบัติ
– เส้นผ่าศูนย์กลาง 220 มม. ลึก 130 มม.
– ใช้หลอดไฟแบบ H1
– สามารถใช้หลอด 100 วัตต์ ได้
– มาพร้อมฝาครอบ

* IPF

เป็นผลิตภัณฑ์ไฟส่องสว่าง ที่มีคุณภาพอีกบแรนด์หนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพ และความทนทานที่ดี จึงเป็นที่ยอมรับของคนทุกมุมโลก

* 800 & 900 XTREME SPOT SERIES ออกแบบอย่างสุดขั้ว สำหรับรถโฟร์วีลดไรฟโดยเฉพาะ ตอบโจทย์ทุกข้อจำกัด ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ แม้ว่าสภาพอากาศจะเลวร้าย หรืออันตรายรอบตัวจากสัตว์ ให้ลำแสงที่มีประสิทธิภาพด้วยเลนส์คุณภาพสูง
คุณสมบัติ

– ติดตั้งง่าย สามารถต่ออุปกรณ์เสริมได้

– ตัวเรือนทำจากเหล็กคุณภาพสูง

– สามารถกันน้ำลึกได้ถึง 300มม. เป็นเวลา 2 นาที

– พื้นผิวรีเฟลคเตอร์ ออกแบบให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของหลอดไฟ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

– เป็นเลนส์แก้วแข็งแรง ทนทาน

– หลอดฮาโลเจน ขนาด 65 วัตต์ แบบ H9

– ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 600 มม.

– มีฝาครอบป้องกันหินกระเด็น

* 800 & 900XS HID SERIES รุ่นยอดนิยม ให้แสงเป็นธรรมชาติมากที่สุด
คุณสมบัติ

– ติดตั้งง่าย สามารถต่ออุปกรณ์เสริมได้

– ตัวเรือนทำจากเหล็กคุณภาพสูง

– พื้นผิวรีเฟลคเตอร์ ออกแบบให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของหลอดไฟ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

– เป็นเลนส์แก้วแข็งแรง ทนทาน

– หลอดไฟ HID เทคโนโลยีใหม่ ให้ลำแสงสีขาวที่มีประสิทธิภาพ

– ตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ดี แต่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับให้จมน้ำลึกเป็นเวลานาน

– ออกแบบกล่องบัลลาสต์ให้สามารถติดตั้งได้ง่ายขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น

– ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 200 มม.

– มีฝาครอบสีขาวป้องกันหินกระเด็น

* KC
สุดยอดไฟส่องสว่างจากสหรัฐฯ ไฟส่องสว่างจากค่ายนี้ ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ปี 1970 โดย พีท บราวน์ ที่โรงรถของเขา ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ฯ โดยมีเอกลักษณ์เด่นที่ไม่เหมือนใคร ตั้งแต่คุณภาพเลนส์แก้วนำแสงที่ใสเงางาม ให้จุดรวมแสงที่ชัดเจน ทำให้เห็นอุปสรรคเบื้องหน้าได้แม่นยำ ตัวเรือนด้านนอกชุบโครเมียมสวยงาม และทุกชิ้นมาพร้อมกับฝาครอบกันหินที่สวยงามอีกด้วย

* APOLLO PRO SERIES

คุณสมบัติ

– ขนาด 5 นิ้ว ตัวเรือนแบบบาง

– มีฝาครอบสีดำ ป้องกันหินกระเด็น

– ใช้หลอดไฟฮาโลเจน ขนาด 55 วัตต์

– แพคคู่รวมถึงลากสายไฟรีเลย์

* KC HILITES SLIMLITE OFF ROAD LIGHTS

คุณสมบัติ

– ขนาด 6 นิ้ว แบบกลม ตัวเรือนโครเมียม

– ติดตั้งง่าย สามารถปรับเล็งได้สะดวก รวดเร็ว

– เลนส์แก้วคุณภาพระดับออพทิคอล

– โคมรีเฟลคเตอร์คุณภาพสูง

– หลอดฮาโลเจน ขนาด 130 วัตต์ แบบ H3

– ฝาครอบทำจากวัสดุเอบีเอส มีความยืดหยุ่นสูง

– โครงสร้างมีความแข็งแรง ทนทาน

* LIGHT FORCE

เป็นบแรนด์เก่าแก่กว่า 20 ปี ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกด้านอุปกรณ์ที่ให้แสงสว่าง ปัจจุบันได้ผลิตและส่งออกไปแล้วกว่า 50 ประเทศ ด้วยความทนทานที่เป็นเยี่ยม จากจุดเยือกแข็งอย่างมหาสมุทรอาร์คทิค จนถึงอุณหภูมิร้อนจัดอย่างชนบทในออสเตรเลีย

* 140 LANCE 35W HID มีขนาดกะทัดรัด นอกจากจะติดในรถโฟร์วีลดไรฟคู่ใจแล้ว ยังติดกับรถจักรยานยนต์ หรือรถเอทีวี ได้อีกด้วย

คุณสมบัติ

– โครงสร้างสีดำขนาดใหญ่ ภายในมีช่องใส่หลอดสีฟ้า ดูสวยงาม

– บัลลาสต์ภายนอกขนาด 35 วัตต์ ห่อหุ้มด้วยวัสดุพิเศษ เพื่อความทนทาน

– มี 2 ขนาด ทั้ง 12 โวลท์ และ 24 โวลท์ (DC)

– อุณหภูมิของแสง 5000 K ใกล้เคียงกับแสงสีขาวเวลากลางวัน

* 170 STRIKER 50W HID รุ่น 50W HID ที่มีชื่อเสียงด้านความทนทาน มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และให้ประสิทธิภาพแสงที่ดี

คุณสมบัติ

– โครงสร้างสีดำขนาดใหญ่ ภายในมีช่องใส่หลอดสีแดง ดูสวยงาม

– บัลลาสต์ภายนอกขนาด 50 วัตต์ ห่อหุ้มด้วยวัสดุพิเศษ เพื่อความทนทาน

– มี 2 ขนาด ทั้ง 12 โวลท์ และ 24 โวลท์ (DC)

– อุณหภูมิของแสง 5000 K ใกล้เคียงกับแสงสีขาวเวลากลางวัน

* PIAA

ก่อตั้งขึ้นในปี 1963 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าเกี่ยวกับแสงสว่าง ซึ่งปัจจุบันนี้ ผลิตภัณฑ์จาก PIAA
เป็นที่ยอมรับแล้ว สำหรับคุณภาพ และความทนทาน

* 530 SERIES LED ปรับปรุงใหม่ ให้สามารถสะท้อนแสงตามหลักเรขาคณิต เพื่อการควบคุมลำแสงที่ดีขึ้น

คุณสมบัติ

– ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 นิ้วครึ่ง

– หลอดไฟแบบ HID มีอุณหภูมิแสง 6000 K

– ใช้พลังงานน้อยกว่าแบบฮาโลเจน

– เลนส์กระจกแบบใส รวมแสงได้ดี และทนทาน

– เลนส์สะท้อนแสงเป็นอลูมิเนียม สามารถควบคุมลำแสงที่ดี

* RS800 H.I.D. SHOCK LAMP รุ่นนี้ถูกออกแบบให้มีบัลลาสต์ภายใน ที่มีความทนทานสูง สามารถใช้ได้ในทุกสภาพอากาศ และสภาพถนน

คุณสมบัติ

– ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว

– หลอดไฟแบบ HID ให้กำลัง 35 วัตต์

– ใช้พลังงานน้อยกว่าแบบฮาโลเจน

– เลนส์กระจกแก้วแบบชุบแข็ง รวมแสงได้ดี และทนทาน

* WARN

ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1948 ส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องของรถโฟร์วีลดไรฟ ซึ่งในด้านหลอดไฟสปอทไลท์ ก็ได้มีการพัฒนามาโดยตลอด ทั้งด้านความทนทาน และความสวยงาม จนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก

* W700D-HID DRIVING LIGHTS ให้แสงสีขาวที่โดดเด่น และมีคุณภาพ

คุณสมบัติ

– ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 นิ้ว (17.8 เซนติเมตร)

– หลอดไฟแบบ HID สว่างกว่าหลอดฮาโลเจน 300 %

– เลนส์กระจกแบบใส รวมแสงได้ดี

– เลนส์สะท้อนแสงเป็นอลูมิเนียม ส่งผลให้แสงตกกระทบได้ดี

– อุปกรณ์สามารถต้านทานได้ทุกสภาพอากาศ

– เลนส์สะท้อนแสงเป็นอลูมิเนียม ส่งผลให้แสงตกกระทบได้ดี

* W650D DRIVING LIGHTS รูปทรงสวยงาม มองเห็นชัดเจน

คุณสมบัติ

– ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6.5 นิ้ว (16.5 ซม.)

– หลอดไฟแบบฮาโลเจน 55 วัตต์ แบบ H3 ให้แสงไฟที่ชัดเจนในทุกเส้นทาง

– เลนส์กระจกแบบใส รวมแสงได้ดี และทนทาน

– เลนส์สะท้อนแสงเป็นอลูมิเนียม ส่งผลให้แสงตกกระทบได้ดี

– อุปกรณ์สามารถต้านทานได้ทุกสภาพอากาศ

– เลนส์สะท้อนแสงเป็นอลูมิเนียม ส่งผลให้แสงตกกระทบได้ดี
ขอขอบคุณ

V.V.P. 4×4 CENTER

บริษัท โฟร์ดับบลิวพี จำกัด

บริษัท เอกชัยกลการ จำกัด

ARB OFFROAD LIMITED

สำหรับข้อมูล และภาพประกอบ



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการฝ่ายบทความและสารคดี
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม/บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2555
คอลัมน์ : เนื่องจากปก 4Wheels
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lma6b
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th