บทความ

ซ่อมสี เสร็จภายในวันเดียว


ใครที่คิดจะนำรถสุดรัก เข้าไปเก็บสีเล็กๆ น้อยๆ แต่ติดเรื่องระยะเวลา…บางครั้งต้องรอคิวนานมาก พอใกล้จะถึงคิว ต้องมีเหตุให้ใช้รถทุกครั้งไป…จากนี้ ปัญหาดังกล่าวจะหมดไป เพราะเกาะกระแส เจออะไรดีๆ เข้าแล้ว !

วันเดียวเสร็จ ชัวร์หรือมั่วนิ่ม ?

หลายคนคงสงสัยว่า ถ้าเร็วปานนั้น มันจะดีหรือ…แล้วจะคุ้มค่าไหม ถ้าต้องกลับมาแก้กันบ่อยๆ เราอยากจะบอกว่า เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ฝีมือ และระบบการจัดการครับ รถคันหนึ่งถ้าซ่อมสีแค่กันชน หรือส่วนอื่นเล็กๆ น้อยๆ มักใช้เวลาไม่ถึงวันก็เสร็จ แต่ปัญหาของการทำสี ถ้าตัดเรื่องวิธีการทำออกไป ก็เหลือเรื่องของการจัดการ ถ้าวางแผนการจัดการให้ดี และเป็นระบบ รับรถปริมาณจำกัดให้เหมาะสมกับกำลังคน ก็สามารถกำหนดระยะเวลาการซ่อมได้แม่นยำ ปัญหาความล่าช้าก็จะหมดไป

 

ขั้นตอนเป็นอย่างไร ?

ขั้นตอนการทำสีมีขั้นตอนใหญ่ๆ อยู่ 5 ขั้นตอน

 

ขั้นตอนแรก คือ การถอดชิ้นส่วนที่ต้องการทำสีออกมาก่อน โดยชิ้นที่ถอดต้องสามารถถอดได้ง่าย เช่น กันชนหน้า/หลัง หรือฝากระโปรงหน้า/หลัง เป็นต้น

 

ขั้นตอนที่ 2 คือ การเคาะ และโป๊สี เมื่อถอดชิ้นส่วนมาแล้วก็ต้องเคาะและโป๊สีผิวงานให้เรียบตามเดิม มาถึงขั้นตอนที่ 3 คือ การพ่นสีพื้น และสีจริง การพ่นสีนั้น ต้องทำกันในห้องอบสี เพื่อสะดวกในการควบคุมแรงลม อุณหภูมิ และฝุ่นละอองจากภายนอก (ขั้นตอนนี้ถ้าอู่ใดมีเครื่องอบสีที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ก็มีชัยไปเกินครึ่ง!)

 

เมื่อพ่นสีเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงขั้นตอนที่ 4 คือ การประกอบ ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญ เพราะถ้าประกอบไม่ดี สัดส่วนจะไม่เท่ากัน ดังนั้นต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญพอสมควร

 

เมื่อประกอบเสร็จแล้ว ขั้นตอนสุดท้าย คือ การทำความสะอาดชิ้นงาน ต้องขัดสีที่ทำมาให้เรียบ ไม่ให้หลงเหลือคราบของละอองสีเลยแม้แต่น้อย เป็นอันเสร็จ

 

 

ทำสี ด้วยเทคโนโลยีจากยุโรป

เดี๋ยวนี้ เทคโนโลยีการซ่อมสีพัฒนาไปไกล การซ่อมสีรถยนต์ อาจกลายเป็นเรื่องกล้วยๆ ไปแล้ว อย่างเช่น เรื่องการอบสี อู่ใหญ่ๆ มักใช้เครื่องมือที่เรียกว่า CADIF เป็นระบบอบสีด้วยรังสีอินฟราเรด ช่วยให้สามารถควบคุมตัวแปลต่างๆ อาทิ อุณหภูมิ หรือระยะเวลาที่แล้วเสร็จได้แม่นยำ ทำให้ชิ้นงานมีคุณภาพ ลดเวลาการพ่นสี ลดเวลาในการอบแห้ง และที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย บางแห่งยังมีเครื่องอบสีแบบเคลื่อนย้ายได้ (PENDILINO) สามารถอบสีด้วยระบบอินฟราเรดนอกห้องอบสีได้ จึงสะดวกและรวดเร็ว

 

นอกจากห้องอบสีระบบอินฟราเรดแล้ว ยังมีชุดซ่อมตัวถังรถยนต์ (FLATLINER) ที่สามารถซ่อมรอยบุบ รอยลักยิ้ม ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วนให้เสียเวลา ชุดซ่อมรอยบุบขนาดใหญ่ (DENT RELIEF) มีลักษณะเป็นถุงเคฟลาร์ 3 ขนาด ทำหน้าที่ดันลอยบุบออกมาในระยะที่ต่างกัน (ทำหน้าที่เป็นตัวเสริมชุด FLATLINER) ชุดซ่อมงานที่ทำด้วยพลาสติค (PLASTIC REPAIR) เป็นการซ่อมโดยใช้ความร้อน โดยสามารถเลือกระดับความร้อนให้เหมาะสมกับชิ้นงาน โดยมีชุดกาวผสมโพลียูรีเธน ซ่อมพลาสติคได้โดยไม่ต้องใช้วิธีเชื่อม ทำให้ผสานเนื้อพลาสติดได้อย่างแนบเนียน

 

 

ไม่แพงอย่างที่คิด

จากการสำรวจเราพบว่า อู่สีที่มีเครื่องมือเฉพาะทางมักกำหนดราคา และระยะเวลาซ่อมชัดเจน มักเปิดอู่ช่วงเช้าถึงดึก(ประมาณ 7.00-22.00น.) บางอู่สามารถตรวจสอบเวลางานซ่อมทางระบบอินเตอร์เนทได้ด้วย

 

ราคาซ่อมสี จะคิดเป็นส่วนๆ เช่น กระจกมองข้าง ชิ้นละ 700 บาท/4 ชม. รอยขีดข่วนรถเล็ก ชิ้นละ 2,700 บาท/5 ชม., รอยขีดข่วนรถใหญ่ ชิ้นละ 3,700 บาท/7 ชม., ซ่อมกันชน ชิ้นละ 3,700 บาท/7 ชม., ซ่อมสเกิร์ท ชิ้นละ 1,500 บาท/4 ชม. รวมถึงการขัดไฟหน้า (รถญี่ปุ่น) คู่ละ 1,000 บาท/2 ชม. ถ้าเป็นรถพิคอัพ คู่ละ 1,300 บาท/2 ชม. เป็นต้น

 

ถ้าคิดคำนวณถึงค่าเสียเวลาระหว่างการรอซ่อมรถจากอู่ปกติ ราคาแบบวันเดียวเสร็จ อาจถูกไปด้วยซ้ำครับ

 

 

ขอขอบคุณ

ศูนย์ซ่อมสี DD X-PREZZ www.ddxprezz.com เอื้อเพื้อข้อมูล



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2555
คอลัมน์ : เกาะกระแส
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lcg9n
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th