บทความ

ปีทองของ ฮันเด


ปีนี้เป็นปีทองของ ฮันเด โดยแท้ เพราะไม่เพียงแต่มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 51 % ในเกาหลีบ้านเกิด พร้อมบริษัทในค่ายเดียวกัน คือ เกีย มียอดขายในเกาหลีอีก 31 % รวมเป็น 81 % แต่ผลประกอบการรวม 3 ไตรมาส ในปี 2554 ยังโตขึ้นอีก 21 % และมีรถรุ่นเรือธง ได้แก่ ฮันเด โซนาตา นั่นเอง

เผลอแพลบเดียว รถยนต์จากค่ายเกาหลี ที่ซุ่มตัวแทรกซึมตลาดรถญี่ปุ่นอยู่ได้ระยะหนึ่ง ก็มียอดขายทั่วโลกถึง 4 ล้านคันในปีนี้ โดยยอดขายนี้มาจากโรงงาน และการผลิตในประเทศจีน

 

รายได้ของ ฮันเด ไต่ขึ้นสู่ระดับ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฯ เมื่อสิ้นสุดเดือนกันยายนปี 2554 ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ฮันเด มีกำไรนำหน้า โตโยตา

 

โตโยตา คงไม่คาดคิดว่าจะมีค่ายไหน มาโค่นตนได้รวดเร็วเช่นนี้ ยิ่งเป็นคู่แข่งจากค่ายรถเกาหลี ไม่ใช่ค่ายอเมริกันด้วยแล้ว นักวิเคราะห์ยังคาดต่อไปด้วยว่า แม้เศรษฐกิจทั่วโลกจะดิ่งลงในปีหน้า แต่ ฮันเด จะมีผลประกอบการที่ดีสวนกระแสกับทิศทางเศรษฐกิจโลก

 

หุ้นของ ฮันเด มอเตอร์ ไปได้สวยกว่าหุ้นของ โตโยตา มอเตอร์ และ นิสสัน มอเตอร์ ไปแล้ว 9 เดือนแรกของปี 2011 ฮันเด ขายรถไปกว่า 3 ล้านคัน จากที่ตั้งเป้าไว้ทั้งปี 3.9 ล้านคัน

 

รถยนต์ค่ายใด จะมียอดขายโตวันโตคืน ต้องโฟคัสที่ตลาดรถยนต์ของประเทศจีน เพราะคนจีนนั้นมีกำลังซื้อสูง พวกเขากำลังเห่อซื้อเก๋งขนาดกลาง ทำให้ยอดขายของ ฮันเด โซนาตา ไต่ขึ้นเป็น 10,000 คัน/เดือน

 

เมื่อกันยายนปีที่แล้ว แค่ยอดขาย 9 เดือนแรกของปี 2554 ในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผลประกอบการเพิ่มขึ้นถึง 12 % ได้ยอดรวม 553,000 คัน ส่วนยอดขายในเกาหลีเป็น 510,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 7.3 %

 

นอกจากนี้ตลาดที่กำลังโตอย่าง รัสเซีย ก็เป็นแหล่งการค้าใหม่ที่ ฮันเด เข้าไปสร้างโรงงานมาดูที่สหรัฐอเมริกา ยอดขายของ ฮันเด เพิ่มขึ้นถึง 20 % ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2011 ส่วนที่ยุโรป ขนาดเศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี ก็ยังมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 9.4 %

 

คนเกาหลีนั้นก็คงจะชาตินิยมพอๆ กับญี่ปุ่น เพราะไม่ค่อยจะซื้อรถชาติอื่นสักเท่าไร โดยเฉพาะในตอนแรกๆ รถญี่ปุ่นเป็นรถยอดนิยมในญี่ปุ่นฉันใด มันก็เป็นแบบเดียวกันกับประเทศเกาหลี แต่ก็ไม่แน่ เพราะญี่ปุ่นอยากจะเจาะตลาดเกาหลีบ้าง

 

แต่เมื่อญี่ปุ่นเองหันไปเอาใจออกห่าง และขณะนี้มีกลุ่มผู้ใช้รถญี่ปุ่นกันแค่ 43 % ไม่ใช่เกือบ 100 % เหมือนในอดีต

 

การจะทำเช่นนั้นหาได้ง่ายไม่ เพราะญี่ปุ่นย่อมยอมไม่ได้ที่เกาหลีจะแย่งตลาดรถทั่วโลกจากตนไป ถึงแม้ว่ายังไม่ได้ตั้งโรงงานในเกาหลี โตโยตา ก็ส่งรถของตนไปขายที่ตัวแทนจำหน่าย 5 แห่งเป็นที่เรียบร้อย โดยรถที่นำเข้าไปขาย คือ ปรีอุส ไฮบริด แคมรี และ รัฟ โฟร์ โดยพิจารณาแล้วว่ารถทั้ง 3 รุ่นนี้ เป็นคู่แข่งขันที่สมศักดิ์ศรี

 

แต่ก็ยังไม่ผลีผลาม เพราะหวังยอดขายแค่เดือนละ 500 คัน ซึ่งเมื่อรวมกับยอดขาย เลกซัส ประมาณ 500 คัน ก็ไม่ทำให้ ฮันเด สะเทือน เพราะมียอดขายต่อปีเป็นล้านคัน

 

ยิ่งค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นด้วยแล้ว ต้องบอกว่า โตโยตา จะทวงตำแหน่งคืนคงทำได้ยาก เพราะ แคมรี ที่นำเข้าไปต้องขายในราคา 29,000 เหรียญสหรัฐ ฯ เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง โซนาตา ในรุ่นทอพ ราคาอยู่ที่ 22,360 เหรียญสหรัฐ ฯ ส่วนค่าเงินวอนก็ยังอ่อน ทำให้ได้เปรียบขึ้นไปอีก

 

นักวิเคราะห์บอกว่า ฮันเด ได้เปรียบเรื่องค่าเงินมากถึง 30 % เมื่อเทียบกับ โตโยตา

 

ผู้ใช้รถเกือบทุกประเทศต่างรู้ดีว่าคุณภาพรถเกาหลี แทบไม่ต่างอะไรกับรถญี่ปุ่นแล้วในปัจจุบัน

 

ค่าเงินวอนที่อ่อนตัวลง ยังทำให้การนำเข้ารถจากต่างประเทศไม่คุ้มค่าสักเท่าไร โตโยตา เองก็หวังแค่สร้างบแรนด์ และประกาศออกมาว่ายังไม่หวังว่าจะกำไร

 

หรือแม้กระมั่ง ฮอนดา ค่ายรถแดนปลาดิบที่คนเกาหลีชอบ และมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า โตโยตา ก็ยังมียอดขายลดลง เพราะค่าเงินเยน

 

คำตอบอาจจะเป็นเรื่องการผลิตรถยนต์ในประเทศเกาหลี ของค่ายรถญี่ปุ่น ซึ่งเห็นว่าเปิดให้มีการลงทุนจากต่างประเทศแล้ว และมีตลาดใหญ่รองรับ เมื่อถึงเวลานั้นธุรกิจของ ฮันเด ก็จะไม่ง่ายเหมือนเดิม

 

ในประเทศเกาหลีนั้น สำหรับตลาดรถยนต์บแรนด์ต่างประเทศ ญี่ปุ่นก็เป็นรองแค่บแรนด์เยอรมนีเท่านั้นเอง



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2555
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/pjuDb
อัพเดทล่าสุด
18 Jul 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th