บทความ

ENGLISH SPEAKING YEAR 2012


รัฐบาลโดย วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว. ศึกษาธิการ แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “พศ. 2555 ปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษ” ENGLISH SPEAKING YEAR 2012 เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เมื่อตอนค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2554 ที่สนามหญ้า หน้ากระทรวงศึกษาธิการ

โครงการ BACKYARD เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 4 มกราคม 2555 ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการขอให้เป็นทุกๆ วันจันทร์ โดยให้ครูกับนักเรียนพูดภาษาอังกฤษ รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการเองด้วย โดยจะมีการขอให้สถานศึกษาจัดสื่อภาษาอังกฤษให้เด็กได้ใช้ อาทิ ดูภาพยนตร์ที่สนทนาด้วยภาษาอังกฤษ รวมทั้งรายการวิทยุ หนังสือต่างๆ เป็นต้น

 

และจะร่วมมือกับเครือข่าย เช่น โรงเรียนนานาชาติ มาเป็นโรงเรียนพี่ให้แก่โรงเรียนต่างๆ สถาบันสอนภาษาต่างประเทศ อาทิ บริทิช เคาน์ซิล และ เอยูเอ โดยจัดสรรทุนการศึกษา ฝึกอบรมให้แก่นักเรียน ครู คณาจารย์ และบุคลากรในสังกัด ศธ. ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจ และโอกาสในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

 

เป็นอันว่า รัฐบาลที่มี นส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องการให้ประชาชนคนไทยพูดภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนในปี พศ. 2555

 

โครงการในระบอบประชาธิปไตย ย่อมมีทั้งผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องปกติธรรมดา เช่น ผู้ที่ไม่เห็นด้วยอ้างว่า ไม่เห็นมีวันพูดภาษาไทยให้ถูกต้องบ้างเลย

 

กระทรวงศึกษาธิการโดย ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวง ฯ กล่าวว่า กระทรวงไม่ได้ทอดทิ้งภาษาไทย ยังต้องมีการส่งเสริมเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ต้องการส่งเสริมภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

 

การเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนนั้น น่าจะพุ่งเป้าหมายไปที่การค้าขายแบบเสรีระหว่างประเทศมากกว่าด้านอื่น และเพื่อให้ประเทศไทยเป็นฮับของการค้าเสรีระหว่างประเทศ และเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของภูมิภาค คนในชาติก็ต้องรู้จักภาษาอังกฤษ อันเป็นภาษาที่ทั่วโลกนิยมใช้

 

เรียกว่า ต่อไปนี้คนไทยนอกจากจะ “ยิ้ม” แบบสยาม เมืองยิ้ม แต่ต้องพูดภาษาอังกฤษเป็น

 

สมัยก่อนเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงครามโลก หรือสงครามมหาเอเชียบูรพา 2484 ผมเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 โรงเรียนราษฎร์แห่งหนึ่ง ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

 

ผมเป็นคนสนใจภาษาอังกฤษ ชอบเขียนภาพเหมือนการ์ตูน เป็นภาพคนคุยกัน แล้วผมก็เขียนคำภาษาอังกฤษกำกับ เขียนเป็นตัวภาษาอังกฤษ แต่ไม่เป็นประโยค อยากเขียนอักษรตัวไหนบ้างก็เขียนไป บางทีก็มีเครื่องหมายคำถาม เครื่องหมายตกใจไปตามประสาเด็กชายวัย 11 ขวบ

 

ผมสนใจภาษาอังกฤษมาโดยตลอด จนถึงระดับการศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และเป็นการศึกษานอกโรงเรียน หรือการศึกษานอกสถานศึกษา เช่น จากโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย ผมก็รู้จักคำอังกฤษว่า “น้ำพุ” จากภาพยนตร์เรื่อง “THREE COINS IN THE FOUNTAIN” (1954)

 

การเดินหน้าของกระทรวง ฯ ที่เริ่มเมื่อวันที่ 4 มกราคม เป็นการพูดจากันระหว่างครูกับนักเรียน เช่น คำว่า “HAPPY NEW YEAR”

 

ซึ่งผมคิดว่า คำที่ครูควรใช้เป็นประจำกับนักเรียนในชั้นเรียนก็คือ คำว่า “ENGLISH SPEAKING YEAR” อย่างน้อยก็ตอกย้ำว่า เรามาพูดอังกฤษกันวันนี้เพื่ออะไร

 

และการพูดอังกฤษ ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นทุกวันจันทร์ เพราะภาษาอังกฤษ หรือภาษาใด ไม่น่าจะตั้งหน้ามาพูดกันเพียงวันเดียวของสัปดาห์

 

ผมเคยเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง ทั้งที่ไปกันเอง และไปเพราะถูกเชิญ ทั้ง 2 โอกาส จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษ และผมขอยืนยันว่า ภาษาต่างประเทศ ไม่ใช่ของยาก ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ หรือประเทศอื่น

 

ข้อยากของมันก็คือ เราอยู่บนแผ่นดินไทย เกิดที่นี่ และอยู่ที่นี่ เราอยู่กับภาษาไทย พ่อแม่บรรพชนของเราก็เป็นคนไทย พูดภาษาไทย

 

การใช้ภาษาต่างประเทศในต่างประเทศเป็นเรื่องจำเป็น และจะเป็นของง่าย ถ้าเราจำเป็นต้องใช้มันทุกวัน

 

ในต่างประเทศ เราจะไปไหน ทำอะไร ต้องการอะไร กินอะไร ก็ต้องพูดภาษาอังกฤษทั้งสิ้น มิฉะนั้นเราก็จะอดกินในสิ่งที่อยากกิน หรือไม่ต้องกินในสิ่งที่เรากินไม่เป็น หรืออาหารที่แพทย์ไม่แนะนำ

 

นี่เป็นข้อยืนยันจากผม ที่เห็นว่า การพูดภาษาอังกฤษตามโครงการกระทรวงศึกษาธิการ ไม่จำเป็นต้องเป็นวันจันทร์

 

เมื่อสงครามโลกสงบ เชลยศึกของกองทัพญี่ปุ่นในเมืองไทย ก็กลายเป็นเสรีชน มาเที่ยวงานพระปฐม ได้คุยกับผมซึ่งเป็นเด็กเล็กคนหนึ่ง พูดกันรู้เรื่อง แบบไปไหนมาสามวาสองศอก ที่ตอบได้ก็ตอบ ที่ตอบไม่ได้ก็ยิ้มๆ

 

พอเขาถามผมว่าเกิดที่ไหน ผมบอกว่าเกิดที่ “CHAINAT” (ชัยนาท) ฝรั่งก็ตกใจ เลิกคิ้ว เพราะเข้าใจว่าผมเกิดที่เมืองจีน (CHAINA) ก็ต้องเข้าใจ เพราะฝรั่งสมัยนั้น รู้จักคำว่า “หนองปลาดุก” มากกว่าจังหวัดชัยนาท

 

เรื่องของผม พอเทียบได้กับเรื่องหนึ่งที่ผมได้ยินมาต่อไปนี้

 

THERE’S A TOWN IN JAPAN THAT STAMPS LOCALLY MADE PRODUCTS MADE IN USA IT’S ALL PERFECTLY PROPER, THOUGH-THE NAME OF THE PLACE IS USA

 

ถ้าสินค้าโอทอพของเราที่จังหวัดชัยนาท พิมพ์คำว่า MADE IN CHINAT บ้าง ก็อาจมีฝรั่งบางคนเข้าใจว่า “ทำในประเทศจีน” เหมือนกัน และไม่ถือเป็นข้อผิดพลาด

 

ก่อนนี้ เรามักได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่พูดกันว่า ภาษาอังกฤษน่ะหรือพูดไปเถอะ จะผิดถูกอย่างไรก็พูดไปเถอะ มันไม่ใช่ภาษาแม่ของเรา

 

และภาษาอังกฤษก็น่าจะเข้ามาถึงเมืองไทยให้ชาวสยามรู้จักนานแล้ว ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ก่อนนิคมอุตสาหกรรมจะถูกน้ำท่วม ดังจะเห็นได้ว่ามีคำอังกฤษหลายคำเพี้ยนๆ กันมาถึงทุกวันนี้ เช่น คำว่า

 

“สะเตแท่น” หรือสถานี ที่มาจากคำอังกฤษที่ว่า “STATION”

 

“ตะแลบแก๊ป” หรือโทรเลข ที่มาจากคำภาษาอังกฤษว่า “TELEGRAPH”

 

คำอังกฤษของคนไทยในปัจจุบันไม่เพี้ยนมากเหมือนแต่ก่อน เพราะคนสยามวันนี้คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมากขึ้นตามโลกาภิวัฒน์ และหลายคนก็ใช้ภาษาอังกฤษปะปนกับภาษาไทยเหมือนจะบอกว่า ตนเองเป็นคนทันสมัย เป็นชาวอารยธรรมที่เจริญแล้ว

 

ผมเคยติดสอยห้อยตามเจ้านายเก่า คุณกำพล วัชรพล ไปเมืองญี่ปุ่นก่อนนี้ เพื่อหาซื้อแท่นพิมพ์มาพิมพ์หนังสือพิมพ์ เห็นป้ายต่างๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นไม่มีภาษาอังกฤษเลย ก็ไม่รู้สึกโกรธแค้นตามฐานะนักเดินทางต่างชาติ และชมเชยที่คนญี่ปุ่นเห็นว่า ภาษาญี่ปุ่นของเขาเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศ มีความภาคภูมิใจที่จะใช้ในทุกโอกาส

 

เข้าใช้บริการสุขาในญี่ปุ่น นั่งส้วมก็ยังเห็นส้วมของเขามีแต่ภาษาญี่ปุ่นกำกับปุ่มกด ทุกปุ่ม ต้องเดาเอาว่ามันคืออะไร น้ำอุ่น น้ำไม่อุ่น น้ำพุ น้ำไม่พุ จิปาถะ

 

หรือแม้แต่สินค้าที่คนญี่ปุ่นใช้ในประเทศ ก็จะมีคู่มือการใช้เป็นภาษาญี่ปุ่น ขณะสินค้าเพื่อคนต่างประเทศซื้อไปใช้ต่างหาก ก็จะมีขายในบางพื้นที่ของเมือง และจะมีภาษาอังกฤษบนสินค้าและในคู่มือการใช้

 

ดังเช่นผู้นำของประเทศบางประเทศ นิยมที่จะกล่าวคำพูดในที่ประชุมต่างแผ่นดินเป็นภาษาแม่ของตนเอง โดยไม่กล่าวเป็นภาษาอังกฤษ เพราะมีผู้แปลคำเหล่านั้นในรูปแบบ “คำต่อคำ” อยู่แล้ว ซึ่งผมก็เห็นว่าเป็นเรื่องถูกต้อง และเป็นความภาคภูมิใจของเราด้วย ที่ใช้ภาษาของเรา

 

สำหรับคนไทยวันนี้ ภาษาอังกฤษก็คล่องแคล่วว่องไวกันมาก เห็นผู้ประกาศของสถานีโทรทัศน์หลายแห่งพูดภาษาอังกฤษกันเป็นว่าเล่น ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เป็นนักวิชาการผู้สูงวัยวุฒิ

 

สิ่งหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษก็คือ เทคโนโลยีในด้านการสื่อสาร เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ข้อมูลที่ได้มาจากอินเตอร์เนท สิ่งนี้ช่วยให้เรารู้จักภาษาอังกฤษมากขึ้นกว่าเดิม และถ้าเราเจอคำที่ไม่เคยพบ ก็จะไขว่คว้าค้นหาที่มาของมันโดยอัตโนมัติ

 

หรือไม่ก็จะเป็นคำที่ได้มาจาก ภาพยนตร์ฝรั่ง บางคำก็จะมาจากชื่อเรื่อง เช่น “อาบูหะซัน” และมาจากชื่อนักแสดง เช่น “จอห์น เวย์น” “มาริลีน มอนโร”

 

พรรคพวกผมที่อยู่ชนบทเคยเล่าให้ฟังว่า คืนหนึ่งไปวิกโรงหนังเพื่อจะดูหนัง เห็นหนุ่มสาวสองคนยืนดูภาพแผ่นหน้าโรงภาพยนตร์ ฝ่ายหญิงบอกฝ่ายชายว่า

 

“คนนี้เล่นอีกแล้ว น่าจะสนุกดีนะ” พลางชี้นิ้วไปที่โพสเตอร์ภาษาอังกฤษคำที่ว่า “TECHNICOLOR”

 

ผู้ชายก็เออออห่อหมกตาม พูดขึ้นมาว่า

 

“ใช่แล้ว จำได้ มันเล่นหนังดี มีหนวดสวย”



------------------------------
เรื่องโดย : สยาม เมืองยิ้ม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2555
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/DEXRt
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th