บทความ

เที่ยวงานอุ้มพระดำน้ำ ชมเมืองโบราณ


เป็นอีกครั้งที่ผมเข้าร่วมกิจกรรมคาราวานท่องเที่ยวกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คณะของเรามีจุดหมายที่ จ. เพชรบูรณ์ เพื่อชมอุทยานประวัติศาสตร์ และประเพณีโบราณ รวมถึงพักผ่อนในดินแดนโรแมนทิค ที่ได้รับฉายา สวิทเซอร์แลนด์เมืองไทย ทั้งยังอิ่มบุญกับการเดินทางเข้าไปยังธรรมสถานอีกหลายแห่ง โดยเป็นคณะเดินทางวีไอพี มีมัคคุเทศก์จากสำนักงานการท่องเที่ยวพิษณุโลก คอยให้ข้อมูล

ขบวนคาราวานเดินทางจากปั๊มปตท. ร.1 ถ. วิภาวดีรังสิต โดยมี พฤศ พุทธณบ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวานรถยนต์ ซึ่งมีแต่รถ โตโยตา ทั้งเก๋ง พิคอัพ และเอสยูวี กว่า 20 คัน เข้าร่วมขบวน ระยะทางเกือบ 400 กม. จากกรุงเทพ ฯ ถึง จ. เพชรบูรณ์ ใช้เวลากว่า 3 ชม. ตามทางหลวงหมายเลข 1 กรุงเทพ ฯ-พุแค (จ. สระบุรี) ตัดเข้าทางหลวงหมายเลข 21 สระบุรี-หล่มสัก เพื่อไปยังจุดหมายแห่งแรกของทริพนี้

 

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
เมืองโบราณทวารวดี

จุดหมายแรกอยู่ที่ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ในอดีตสมัยสุโขทัยเคยเป็นเมืองศรีเทพ เมืองโบราณแห่งนี้ถูกดิน ทราย ทับถมมานานหลายศตวรรษ จนปรากฏขึ้นครั้งแรกหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จตรวจราชการมณฑลเพชรบูรณ์ ในปี 2477

ภายในมีคูน้ำและคันดินเป็นกำแพงเมืองล้อมรอบพื้นที่เกือบ 3,000 ไร่ แบ่งออกเป็น เมืองชั้นใน 1,300 ไร่ เมืองชั้นนอกอีกกว่า 1,500 ไร่ และโบราณสถานอีก 50 แห่ง พบหลักฐานร่องรอยของชุมชนดั้งเดิมในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ คือ โครงกระดูกมนุษย์ และของใช้ที่อยู่ระดับความลึก 4 ม. จากผิวดิน อายุ 2,000 ปี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-18 จนกระทั่งเมืองถูกทิ้งร้างไปราวต้นสมัยสุโขทัย

สิ่งก่อสร้างในอุทยานแห่งนี้ ประกอบด้วย กองหินขนาดใหญ่ เรียกว่า เขาคลังใน ชื่อนี้มีที่มาจากความเชื่อว่าภายในโบราณสถานเป็นคลังเก็บสิ่งของมีค่า และอาวุธในสมัยโบราณ ใกล้กับเขาคลังใน มีพระปรางค์เด่นตระหง่าน เรียกว่า ปรางค์ศรีเทพ และปรางค์สองพี่น้อง ซึ่งเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู และยังมีชิ้นส่วนของทับหลังอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17

ห่างจากอุทยานศรีเทพ ประมาณ 2 กม. เป็นที่ตั้งของเขาคลังนอก มีสภาพสมบูรณ์กว่าเขาคลังใน ลักษณะเป็นมหาสถูปขนาดใหญ่ ประดับตกแต่งด้วยศิลาแลง และยังมี ปรางค์ฤาษี โบราณสถานแบบเทวาลัย สถาปัตยกรรมเขมรโบราณ มีโบราณวัตถุสำคัญในศาสนาฮินดู ได้แก่ ศิวลึงค์ และชิ้นส่วนโคนนที เป็นต้น

 

พระพุทธมหาธรรมราชาจำลอง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเพชรบูรณ์

หลังจากแวะชมเมืองโบราณ ขบวนคาราวานได้แวะพักการเดินทาง เพื่อนมัสการพระพุทธมหาธรรมราชาจำลอง องค์ใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมถนนหลวงสาย 21 (สระบุรี-หล่มสัก) จัดสร้างขึ้นโดย ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยหน่วยงานราชการ และประชาชนชาว จ. เพชรบูรณ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนม์มายุครบ 84 พรรษา

พระพุทธมหาธรรมราชาจำลอง ประดิษฐาน ณ พุทธอุทยานเพชบุระ ใกล้กับสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ จ. เพชรบูรณ์ องค์พระมีน้ำหนัก 60 ตัน หล่อด้วยทองเหลือง ขนาดหน้าตักกว้าง 11,984 ม. ซึ่งตัวเลขทั้ง 7 หลักมีความหมายดังนี้

เลข 1 ตัวแรก หมายถึง ในหลวงเป็นหนึ่งในดวงใจคนไทยทั้งประเทศ
เลข 1 ตัวที่ 2 หมายถึง พระพุทธมหาธรรมราชาที่มีหนึ่งเดียวในโลก
เลข 9 หมายถึง รัชกาลที่ 9
เลข 84 หมายถึง พระชนม์มายุครบ 84 พรรษา

นอกจากแวะนมัสการพระพุทธมหาธรรมราชาจำลอง คณะของเรายังนำเครื่องอุปโภคบริโภคที่แพคมา บริจาคให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ก่อนที่จะเดินทางขึ้นเขาค้อ ที่พักของการเดินทางในทริพนี้

 

นอนเขาค้อ 1 คืน
อายุยืน 1 ปี

เขาค้อ ได้รับการขนานนามว่าเป็น สวิทเซอร์แลนด์เมืองไทย เพราะสภาพพื้นที่เป็นป่าเขา และมีโอโซนหนาแน่น จนเป็นที่มาของคำว่า นอนเขาค้อ 1 คืน อายุยืน 1 ปี ผู้ร่วมทริพจึงได้สัมผัสความสดชื่นกัน

นอกจากนี้ยังได้ชมอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ บนยอดสูงสุดของเขาค้อ สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่พลีชีพในการสู้รบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ รวมถึงจุดชมวิวที่อดีตเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการสู้รบของเหล่าวีรชน ซึ่งมองเห็นวิวของเทือกเขาค้อได้อย่างเต็มๆ ตา

รวมถึงยังได้เข้าชม วัดพระธาตุผาแก้ว เดิมทีใช้ชื่อว่า พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว เป็นสถานปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสงฆ์ และพุทธศาสนิกชน ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต. แคมป์สน อ. เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์ บรรยากาศเหมาะกับการปฏิบัติธรรม เพราะเงียบสงบ โอบล้อมล้อมด้วยภูเขาสูงใหญ่

จากนั้นจึงเดินทางเข้าอิมพีเรียล ภูแก้วฮิลล์ รีสอร์ท ซึ่งเป็นรีสอร์ทหรูกลางเขาค้อ อยู่ห่างเพียงไม่ถึง 10 กม. เพื่อเข้าพักผ่อนชาร์จพลังให้ร่างกาย ก่อนที่จะเดินทางต่อในเช้าวันถัดไป

 

อุ้มพระดำน้ำ
งานใหญ่ของคนเพชรบูรณ์

ไฮไลท์ของการเดินทางทริพนี้ อยู่ที่งานประเพณี “อุ้มพระดำน้ำ” งานประจำปีของ จ. เพชรบูรณ์ ภายในงานมีชาวเพชรบูรณ์กว่า 1,000 คน หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ตัวเอง และในปีนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาเป็นประธานในพิธี

สถานที่จัดงานอยู่ใจกลางเมือง บริเวณวัดไตรภูมิ ถ. เพชรรัตน์ ต. ในเมือง อ. เมือง จ. เพชรบูรณ์ โดยจะมีการอัญเชิญ พระพุทธมหาธรรมราชา มาเป็นพระประธานในการดำเนินพิธี

พระพุทธมหาธรรมราชา ถือว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของ จ. เพชรบูรณ์ มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยพระองค์เจ้าชัยวรมันที่ 6 กษัตริย์แห่งอาณาจักรขอม ในช่วงปี 1600 องค์พระได้รับการสร้างด้วยศิลปะลพบุรีทรงเครื่อง เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งได้สร้างอิทธิปาฏิหาริย์ไว้มากมาย

เรื่องเล่าจากอดีตมีความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา ในยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้พระราชทานพระมหาธรรมราชาให้กับพ่อขุนผาเมือง เพื่อเป็นการเจริญสัมพันธไมตรี รวมถึงมอบพระราชธิดานามว่า นางสุขรมหาเทวี และพระราชโอรสนามว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ต่อมาพ่อขุนผาเมือง กับพ่อขุนบางกลางหาว ได้กอบกู้กรุงสุโขทัยคืนจากขอม และสถาปนาให้พ่อขุนบางกลางหาวเป็นกษัตริย์ปกครองกรุงสุโขทัย ทำให้นางสุขรมหาเทวีไม่พอพระทัย จึงได้โยนพระพุทธมหาธรรมราชาลงแม่น้ำป่าสัก แล้วกระโดดน้ำตายตาม

เวลาผ่านไป ได้มีชาวบ้านเหวี่ยงแหหาปลา แล้วได้พระพุทธมหาธรรมราชาขึ้นมา โดยพบที่บริเวณคุ้งน้ำ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวัดโบสถ์ชนะมาร ในเขต อ. เมือง จ. เพชรบูรณ์ หลังจากนั้นได้อัญเชิญพระมหาธรรมราชาไปประดิษฐานที่วัดไตรภูมิ แต่ปรากฏว่า ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งตรงกับวันสารทไทย พระพุทธธรรมราชาได้หายไปจากวัด ทำให้เจ้าอาวาส พระลูกวัด และชาวบ้าน ต่างพากันค้นหา จนพบพระพุทธมหาธรรมราชา บริเวณที่ค้นพบในครั้งแรก

จากนั้นมาทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 จึงมีการแห่พระพุทธมหาธรรมราชาไปรอบเมือง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อุ้มพระธรรมราชาลงดำน้ำทั้ง 4 ทิศ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่จังหวัด จนกลายเป็นประเพณี “อุ้มพระดำน้ำ” ของ จ. เพชรบูรณ์ จนถึงปัจจุบัน

พิธีการนี้เริ่มจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดอัญเชิญพระมหาธรรมราชา ประดิษฐานบนเรือที่ท่าน้ำวัดไตรภูมิ พายเรือทวนกระแสน้ำในแม่น้ำป่าสัก เพื่อทำพิธีที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร เมื่อถึงบริเวณพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดจะอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาเทิดไว้เหนือหัว เพื่อดำน้ำลงไปพร้อมกัน โดยหันหน้าไปทางทิศเหนือ 3 ครั้ง และทิศใต้ 3 ครั้ง ตามความเชื่อที่ว่า จะทำให้น้ำอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข

และจำต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติเท่านั้น เพราะตำแหน่งเทียบเท่ากับเจ้าเมืองในสมัยโบราณ หากปีใดไม่มีการอัญเชิญพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวไปดำน้ำ ชาวเพชรบูรณ์เชื่อกันว่า ปีนั้นบ้านเมืองจะเกิดความแห้งแล้ง จนเกิดสภาวะข้าวยากหมากแพง และพระพุทธรูปองค์นี้จะหายไป

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ คณะคาราวานก็เดินทางกลับกรุงเทพ ฯ ทริพนี้ได้เรียนรู้ความเป็นมาของ จ. เพชรบูรณ์ พร้อมสถานที่ท่องเที่ยว และเป็นการเดินทางที่เต็มอิ่ม ทั้งเรื่องของการทำบุญและพักผ่อน

ฤดูหนาวนี้หากใครต้องการเดินทางแบบชิลล์ๆ ห่างจากกรุงเทพ ฯ ไม่ถึง 400 กม. เพื่อไปสัมผัสกับบรรยากาศสดชื่น ให้ร่างกายได้พักผ่อนหลังจากการทำงานมาตลอดปี หรือจะเลือกเดินทางตามรอยสถานที่ท่องเที่ยวแบบทริพของ ททท. ก็ลองนำ 4 WHEELS เล่มนี้ติดมือไปเพื่อเป็นไกด์ รับรองว่าสนุกแน่ครับ

ฉบับหน้าผมจะพาผู้อ่านไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่โดยการขึ้นดอยสัมผัสอากาศหนาว ไม่ใช่ที่เชียงใหม่ เชียงราย หรือแม่ฮ่องสอน แต่เป็นการชมทะเลหมอก สัมผัสไอหนาว ที่ภาคใต้ จ. พังงา ทัศนียภาพจะสวยงาม และการเดินทางจะผจญภัยขนาดไหนนั้น…โปรดติดตาม

 

ขอขอบคุณ

– การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานพิษณุโลก)
– บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่เอื้อเฟื้อ โตโยตา ไฮลักซ์ วีโก เป็นพาหนะในการเดินทาง



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเทพ เผ่าจินดา
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2554
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/msl9G

Follow autoinfo.co.th