บทความ

ก่อนพบ “น้องน้ำ”


ได้รู้จักกันกับ “น้องน้ำ” “ป้าน้ำ” กันถ้วนหน้าแล้วนะครับ

แต่ก่อนเราได้พบกับน้องน้ำ ยอดการขายรถยนต์เดือนกันยายน จบไตรมาสที่ 3 ของปี กำลังไปได้สวย เพราะผลพวงจากบริษัทแม่ ที่ญี่ปุ่น แก้ปัญหาเรื่องชิ้นส่วนขาดแคลนได้ สามารถผลิตส่งมาเมืองไทยได้รวดเร็วขึ้น ค่ายรถยนต์ก็เลยเร่งมือประกอบกันใหญ่ ทำงาน 2 กะนะ เป็นเรื่องธรรมดา พนักงานแทบจะต้องกินต้องนอนอยู่โรงงาน เป็นเรื่องปกติ

แถมต้องเร่งส่งมอบรถที่ค้างจองให้ลูกค้า ก็ยังต้องเร่งกำลังการผลิตรถยอดนิยมรุ่นใหม่ ที่เพิ่งแนะนำกันอีกภาคการผลิตก็เลยสนุกสนานกันถ้วนหน้า

และน่าสังเกตว่า รถเล็ก รุ่นใหม่ๆ ได้รับความนิยม ทำให้ยอดรวมเจริญเติบโตแซงหน้ารถกระบะ ไปเยอะ แถมกำลังซื้อของผู้บริโภค ก็อยู่ในเกณฑ์ดี เพราะสะท้อนมาจากรายได้เกษตรกร ทำให้การเติบโตของการบริโภคและการลงทุน และความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีเป็นอันมาก

แต่หลังจาก น้องน้ำ ผ่านไป ภาคการผลิต โดยเฉพาะโรงงานที่อยู่ในเขตอุทกภัย ก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ส่วนโรงงานที่ไม่ได้อยู่ในเขตประสบภัย ก็โดนหางเลขกันไปด้วย เพราะพึ่งพาชิ้นส่วนจากโรงงานที่อยู่ในเขตอุทกภัย

คาดกันว่า มูลค่าความเสียหาย ของผู้ประกอบการยานยนต์ อาจสูงถึง 1 แสนล้านบาท แถมยังมองอนาคตไม่ออกอีกว่า จะกลับมาทำงานตามปกติได้อีกเมื่อไร

ก็ได้แต่หวังว่า ภาครัฐบาล จะมีแนวทางในการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยความกระตือรือร้น และมีความจริงใจ สิ่งสำคัญ คือ ต้องหาทางป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำในปีหน้า เพราะนักลงทุนญี่ปุ่นค่อนข้างรับไม่ได้ และขาดความเชื่อมั่น หากเกิดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมซ้ำอีก

ถึงอย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์น้ำท่วมกระทบการผลิตรถยนต์ในไทยปีนี้ แต่ก็ยังมั่นใจว่าในปี 2555 ผู้ผลิตจะมีความสามารถผลิตรถยนต์ได้ 2 ล้านคันแน่นอน

ข้อเสนอของผู้ประกอบการ จากการสอบถามข้อมูลในเดือน กันยายน ส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม หรือ เอสเอมอี การทยอยปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาท/วัน, จัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ประกอบการ การเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือ เพื่อสนับสนุนการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และพัฒนาระบบลอจิสติคส์เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เป็นอาทิตย์

แต่ดูแล้ว ค่อนข้างจะเหมือนเดิมนะเนี่ย

ร้องขอกันทุกครั้ง เมื่อมีการสำรวจ จะต้องให้ขอกันไปถึงไหน นานแค่ไหน

อุทกภัยหนนี้ ทำให้ประเทศไทย เป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก เพราะบรรดาโรงงานประกอบรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา ก็พึ่งพาชิ้นส่วนบางประเภทจากบ้านเราเหมือนกัน ทำให้ต้องลดกำลังการผลิตลง เพื่อเตรียมหาชิ้นส่วนจากแหล่งอื่น บางเจ้าก็ยังเชื่อมั่นเมืองไทยอยู่ แต่บางเจ้าก็ไปหาจากที่อื่นแล้ว

ภาครัฐจะรู้เรื่องกันมั่งหรือเปล่าเนี่ย

ยอดการขายรถยนต์ เดือนกันยายน ยอดรวมเดือนเดียว ขายกันทั้งตลาด 87,012 คัน เพิ่มขึ้น 27.5 % ขณะที่ยอดรวม 9 เดือน ขาย 670,969 คัน ยังเพิ่มอยู่ 20.6 %

แชมพ์ยอดการขายรวม ได้แก่ โตโยตา ขาย 39,213 คัน เพิ่มขึ้น 42.1 % ส่วนแบ่ง 45.1 % อันดับสอง เป็นครั้งแรก ฮอนดา ขาย 12,439 คัน เพิ่มขึ้น 24.2 % ส่วนแบ่ง 14.3 % อันดับสาม อีซูซุ ร่วงมาหน่อย ขาย 10,956 คัน ลดลง 7.2 % ส่วนแบ่ง 12.6 % อันดับสี่ นิสสัน ขาย 6,402 คัน เพิ่มขึ้น 17.6 % ส่วนแบ่ง 7.4 % อันดับห้า มิตซูบิชิ ขาย 5,647 คัน เพิ่มเยอะ 56.5 % ส่วนแบ่ง 6.5 %
รวม 3 ไตรมาส โตโยตา ขาย 255,617 คัน อีซูซุ ขาย 116,100 คัน ฮอนดา ขาย 73,318 คัน นิสสัน ขาย 55,110 คัน และ มิตซูบิชิ ขาย 52,708 คัน

แยกเป็นประเภทรถยนต์นั่ง ขายเดือนเดียวได้ 39,454 คัน เพิ่มเยอะ 30.2 % พอรวม 9 เดือน ขาย 291,886 คัน เพิ่ม 26.1 %
ตำแหน่งแชมพ์ โตโยตา ขาย 16,297 คัน เพิ่ม 35.5 % ส่วนแบ่ง 41.3 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 11,331 คัน เพิ่มขึ้น 24.7 % ส่วนแบ่ง 28.7 % ที่สาม นิสสัน ขาย 4,553 คัน เพิ่ม 30.8 % ส่วนแบ่ง 11.5 % ที่สี่ มาซดา ขาย 3,085 คัน เพิ่ม 41.6 % ส่วนแบ่ง 7.8 % และที่ห้า ฟอร์ด ขาย 1,435 คัน เพิ่มมากกว่าเพื่อน 46.6 % ส่วนแบ่ง 3.6 %

ยอดรวม 9 เดือน โตโยตา ขาย 115,649 คัน ฮอนดา ขาย 67,397 คัน นิสสัน ขาย 36,818 คัน มาซดา ขาย 24,298 คัน และ ฟอร์ด 15,905 คัน

รายงานผู้เสียภาษียอดเยี่ยม แจกวาร์ ขาย 7 คัน โพร์เช ขาย 4 คัน แฟร์รารี ขาย 2 คัน โลทัส ลัมโบร์กินี อัลฟา โรเมโอ เบนท์ลีย์ และ มาเซราตี เจ้าละ 1 คัน

ประเภทรถกระบะ 1 ตัน ผู้นำยังคงเป็น โตโยตา ที่มียอดรวมทั้งหมด 16.569 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งถึง 48.6 % ทิ้งห่างที่สอง อีซูซุ ซึ่งทำได้แค่ 9.042 คัน เท่านั้น ตามาห่างๆ ด้วยที่สาม มิตซูบิชิ 3.505 คัน

รถเพื่อการพาณิชย์ หรือรถบรรทุก เดือนเดียวขายกันได้ 1,971 คัน ลดลง 3.2 % แต่รวม 9 เดือนยังเพิ่มอยู่ 19.9 % ขายได้ 19,108 คัน มีแชมพ์ อีซูซุ ขาย 988 คัน เพิ่ม 5.3 % ส่วนแบ่ง 50.1 % ที่สอง ฮีโน ขาย 861 คัน ลดลง 7.3 % ส่วนแบ่ง 43.7 % และที่ 3 มิตซูบิชิ ขาย 53 คัน ลดลง 47.5 % ส่วนแบ่ง 2.7 %

รถอเนกประสงค์อื่นๆ หรือรถแวน ยอดรวมเดือนเดียว ขาย 2,182 คัน เพิ่มขึ้น 14.8 % รวม 9 เดือน ขาย 17,041 คัน เพิ่ม 5.4 % แชมพ์ โตโยตา เจ้าเดียวขาย 1,792 คัน เพิ่มขึ้น 10.9 % ครองส่วนแบ่งสูงสุด 82.1 %

นาทีนี้ก็ได้แต่ภาวนาว่า ประเทศไทย โด่งดังขนาด ประธาน โตโยตา ต้องบินมาด้วยตัวเอง รัฐบาล จะมีน้ำยาแก้ไขปัญหากันได้ขนาดไหนไม่ใช่แก้กันด้วยน้ำตาอย่างเดียวนะ

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนกันยายน ปี 54 กับ 53
ตลาดโดยรวม + 27.5 %
รถยนต์นั่ง + 30.2 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ + 26.9 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ + 34.4 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) + 33.1 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) + 11.5 %
อื่นๆ + 5.5 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือน มกราคม-กันยายน ปี 54 กับ 53
ตลาดโดยรวม + 20.6 %
รถยนต์นั่ง + 26.1 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ + 20.1 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ + 0.4 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) + 9.6 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) + 0.8 %
อื่นๆ + 12.6 %


------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2554
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/rQJ4z

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
25 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th