บทความ

ตะวันขึ้นที่เมืองไทย


พลตต. ทวิธาร วรินทราคม เป็นเพื่อนร่วม “เอื้องฟ้า-โดมชรา” กับผม เคยเป็นผู้บังคับการกองทะเบียน กรมตำรวจ ตำแหน่งราชการครั้งสุดท้ายก่อนเกษียณ คือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กำกับและดูแลกองทะเบียน กองตำรวจป่าไม้ กองตำรวจทางหลวง กองพิสูจน์หลักฐานและกองตำรวจน้ำ

พลตต. ทวิธาร มีชื่อเรียกในหมู่เพื่อนฝูงว่า “เหลา” เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2474 มีพี่สาวคนหนึ่ง และน้องอีก 5 คน เป็นชาย 2 หญิง 3 พลอากาศเอก เฉลย วรินทราคม เป็นน้องชายคนหนึ่งของ เหลาการศึกษาเล่าเรียนเริ่มชั้นประถมและมัธยมในจังหวัดลพบุรี อาชีวะชั้นสูงที่โรงเรียนพณิชยการพระนครและประกาศนียบัตรชั้นสูงทางการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ เหลา ยังได้ศึกษาเพิ่มเติม เป็นนิติศาสตร์บัณฑิต มธ., PH.D. ประกาศนียบัตร รร. สอบสวนกรมตำรวจ รร. เสนาธิการทหารอากาศ รร. เสนาธิการทหาร (บก. ทหารสูงสุด) รร. ปราบปรามยาเสพติดกระทรวงการคลัง สหรัฐอเมริกา (ขณะนั้น) วิทยาลัยการตำรวจระหว่างชาติ สหรัฐ ฯ และหลักสูตรพิเศษรร. การรบพิเศษ ฟอร์ท บแรกก์ กองทัพบกสหรัฐ ฯ

เหลา เข้าเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี รุ่นเดียวกับผมในปี 2493 งานอดิเรกที่ประทับใจผมมากก็คืองานเขียนหนังสือ เหลา เขียนหนังสือได้ดี มีความรอบรู้ในหลายด้าน อีกทั้งมีพรสวรรค์ในการเขียนบทกลอน

รูปแบบงานเขียนมีทั้งเป็นแผ่นพับ เมล์แจกระหว่างเพื่อน เป็นบทความทางวิชาการในนิตยสารตำรวจและนิตยสารอื่นๆ รวมทั้ง นิตยสาร ต่วย’ตูน

เมื่อพวกเราแก่เฒ่าด้วยกันแล้ว ก็มีนัดพบปะกินข้าวเที่ยงเป็นประจำทุกเดือน โดยที่ เหลา ก็จะเป็นคนหนึ่งในคณะทำงานติดต่อเพื่อนฝูงด้วยการเขียนหนังสือส่งถึงเพื่อน เช่น“ถึงสงกรานต์คราใดให้คิดถึง เคยทำบุญให้รุ่นกันในวันหนึ่ง นี่ใกล้ถึง “ยี่สิบสี่มิถุนา”
จึงร่อนสาส์นถึงเพื่อนเตือนกันไว้ เงียบหายไปนานนักจักถามหา ไม่เคยลืมเอื้องโรย-โดมชรา ถึงอยู่ป่าดอยเขาจงเข้าใจ แต่พากเพียรเขียนกลอนสุนทรสาส์น ยากจะหาคำหวานมาขานไข ไร้อารมณ์กวีนี่กระไร โปรดเข้าใจคนหลังเขาเฝ้าเจียมตน จะร้อยร่ำคำกลอนสุนทรเสนาะ ให้หวานเพราะจับใจไม่ได้ผลรายงานข่าวความจริงสิ่งยุบล มันอับจนลำบากยากกระไร ไหนต้องได้ใจความตามประสงค์ สัมผัสส่งคงคำทำไฉน ขาดรสชาติโวหารวานอภัย เพราะไม่ใช่กวีกานท์งานประพันธ์ หากสุนทรอ่อนไปมือไม่ถึง ขอ
อย่าพึงขึ้งเคียดคิดเดียดฉันท์ จงยกโทษโปรดให้อภัยกัน “นักประพันธ์สมัครเล่น” จำเป็นเอย”งานชิ้นนี้ส่งมาจากดอยขุนตาน อันเป็นที่พักของชีวิตในบั้นปลายของ เหลา เมื่อวันที่ 15 เมษายน2553

การกินข้าวเที่ยงด้วยกันเป็นรายเดือนนั้น มักปฏิบัติในวันอาทิตย์ต้นเดือน โดยเป็นการพบปะระหว่างเพื่อนชายล้วน บางครั้ง 8 คน นานทีจะมีถึง 10 ที่นั่ง

เมื่อวันอาทิตย์ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา (4 กันยายน) เรานัดกินข้าวเที่ยงด้วยกันเป็นปกติ ที่ “ชายทะเลจันทร์เพ็ญ” ร้านอาหารเก่าแก่ของกรุงเทพ ฯ ถนนพระราม 4 ซึ่ง เหลา มาร่วมด้วยอีกไม่ถึง 2 อาทิตย์ต่อมา เราก็รับข่าวร้าย ชอคกันทั้งกลุ่มว่า เหลา ถึงแก่กรรม ตั้งศพสวดพระอภิธรรมที่วัดตรีทศเทพ ฌาปนสถานกรมตำรวจ พระราชทานเพลิงศพวันพฤหัสบดีที่ 22กันยายน 2554

หนึ่งในนามปากกาของ พลตต. ทวิธาร คือ “วรินทราศรม” งานเขียนชิ้นหลังสุดที่ผมได้มีโอกาสอ่านเรื่อง “พระพุทธเมตตาประชาไทย ไตรโลกนาถ คันธารราฐอนุสรณ์” ในหนังสือ ต่วย’ตูน ประจำปักษ์หลังกันยายน 2554

เหลา เขียนเรื่องนี้จากพระบรมราโชวาท สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ 11 สิงหาคม 2554
พระราชทานชาวไทยทุกหมู่เหล่า เนื่องในวโรกาสมหามงคลวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2554
เป็นเรื่องราวที่น่าอ่านอีกเรื่องหนึ่ง จากกลุ่มงานอดิเรกของ เหลา

เหลา ในฐานะ “ลูกเหลืองแดง” ได้ประกอบคุณงามความดีจนได้รับเกียรติบัตรประกาศเกียรติคุณ จากมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2549 ในฐานะศิษย์เก่าผู้บำเพ็ญประโยชน์ สร้างและเผยแพร่ชื่อเสียงหรือปกป้องเกียรติคุณของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในรอบ 72 ปี

และเมื่อ 10 มิถุนายน 2552 เหลา ได้เขียนถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในรอบ 75 ปี ในรูปแบบแฟนพันธุ์แท้

“วรินทราศรม” เขียนถึงการกำเนิดของมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อ 27 มิถุนายน2477 โดย ปรีดี พนมยงค์ (หลวงประดิษฐ์มนูธรรม) ผู้ประศาสน์การ ซึ่งเป็นทั้งวันสถาปนามหาวิทยาลัยและวันเปิดเรียนภาคการศึกษาที่ 1 และถือเอาวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม 2475 เป็นวันเปิดภาคการศึกษาที่ 2

ตราธรรมจักรบนผืนธงมหาวิทยาลัย ถูกออกแบบให้มีรัฐธรรมนูญวางอยู่บนพานแว่นฟ้า สัญลักษณ์ปฐม
เทศนาแห่งพระพุทธศาสนา สอดคล้องกับหลักการของมหาวิทยาลัยที่สอนวิชา “ธรรมศาสตร์” (MORAL) พร้อม
กับสอนวิชาการเมือง (POLITICAL SCIENCES)

มีนักศึกษารุ่นแรกสมัครเรียนถึง 7,094 คน มหาวิทยาลัยได้รับค่าเล่าเรียนคนละ 20 บาท รวบรวมได้3 แสนบาท นำไปซื้อที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากประตูท่าพระจันทร์ ถึงประตูท่าพระอาทิตย์เป็นพื้นที่กว่า18 ไร่ (ซึ่งต่อมาขยายพื้นที่เป็น 50 ไร่โดยประมาณ) สร้างมหาวิทยาลัยเป็นตลาดวิชา หรือตามคำกล่าวเปิดมหาวิทยาลัยของผู้ประศาสน์การตอนหนึ่งที่ว่า

“บ่อน้ำบำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้”ระหว่างปี 2481-2490 มีการตั้งโรงเรียนเตรียมปริญญา มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ต.ม.ธ.ก.)นักเรียนที่จบ ต.ม.ธ.ก. 8 รุ่น มีจำนวนทั้งหมด 5,898 คน

ผู้เรียนจบได้สิทธิ์เลือกเรียนทำปริญญาต่อทางวิชากฎหมาย เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือไม่ก็เลือกเรียนวิชาการบัญชี ซึ่งในระยะต้นมีหลักสูตรการศึกษา 3 ปีกับ 5 ปี นักศึกษาเรียนจบหลักสูตรสามปีจะได้รับประกาศนียบัตรการบัญชีเทียบเท่าปริญญาตรี และหลักสูตร 5 ปีจะได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงทางการบัญชี ซึ่งเทียบเท่าปริญญาโท

ที่มาของประกาศนียบัตรการบัญชีนั้น เป็นเพราะธรรมศาสตร์ถือตามแบบของอังกฤษ ที่เห็นว่าวิชาการบัญชีเป็น
วิชาชีพ (PROFESSIONAL) ไม่ใช่วิชาการ (ACADEMIC)

ตลาดวิชาของธรรมศาสตร์เปลี่ยนไปตั้งแต่ปี 2492 โดยมีการแบ่งการศึกษาออกเป็น 4 คณะ คือ คณะนิติศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะรัฐศาสตร์และคณะเศรษฐศาสตร์ โดยคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เกิดขึ้นอีก 1 คณะ ในปี 2497

ผมเข้าเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ในปี 2493 ซึ่งในทศวรรษ 2490 นั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถูกผลักดันให้ย้ายออกไปจากกลางพระนครสู่ชนบท ซึ่งได้รับการต่อต้านจากพลังนักศึกษาระหว่างปี 2494 เป็นผลให้ฝ่ายทหารค่อยๆ คืนพื้นที่ท่าพระจันทร์ทีละส่วน จนถึงส่วนสุดท้ายในปี 2497

สมัยที่ผมเรียนจึงเป็นสมัย “นักศึกษาชีพจรลงเท้า” ต้องตระเวนไปอาศัยสถานที่เรียนนอกกำแพงชราท่าพระจันทร์
รวมทั้งที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปทุมวัน

มธก. หรือมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ถูกรัฐบาลตัดคำว่า “การเมือง” ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย
18 มีนาคม 2495 มีชื่อใหม่ว่า มธ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นตลาดวิชา เข้าเรียนได้เลยถ้ามีวุฒิตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด และได้เปลี่ยนระบบ
ใหม่จากการเป็นตลาดวิชาเป็นมหาวิทยาลัยปิด มีการสอบคัดเลือกตั้งแต่ปี 2503 และมีการจำกัดจำนวนนักศึกษา
ตั้งแต่ปี 2505 เป็นต้นมา

ธรรมศาสตร์เปิดตำนานใหม่ที่รังสิตในปี 2529 หลังจากที่มหาวิทยาลัยครบรอบ 50 ปีได้ 2 ปีตามโครงการที่วางไว้
ตั้งคณะใหม่อีก 9 คณะ ทั้งคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์
สหเวชศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ศิลปกรรมศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ แลสถาบันเทคโนโลยี
นานาชาติสิรินธร

พร้อมกับมีโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เป็นของมหาวิทยาลัยเพื่อความเป็นสากล ณ ศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต



------------------------------
เรื่องโดย : "สยาม เมืองยิ้ม"
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2554
คอลัมน์ : ระหว่างเพื่อน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/hmFxs

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
25 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th