บทความ

ข่าวดี ที่มาก่อนข่าวร้าย


คงไม่ต้องพูดถึงข่าวร้าย ที่ชาวไทยจำนวนมาก ประสบปัญหากันจากเรื่องน้ำท่วมขัง รวมทั้งคนที่นี่ด้วย หลายคน คุยกันเรื่องข่าวดีๆ ที่มาก่อนข่าวร้าย พร้อม “ป้าน้ำ” ที่คนไทย รู้จักกันดีอยู่แล้ว

เป็นข่าวดีของเดือนกันยายน ที่ยอดการขายรถทุกประเภท รวมทั้งสิ้น 87,012 คัน เพิ่มขึ้น 27.5 % ขณะเดียวกัน ยอดการผลิตของเดือนกันยายน เช่นกัน อยู่ที่ 174,212 คัน เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 23.19 % และเป็นอัตราที่สูงสุดในประวัติการณ์รอบ 51 ปี นับตั้งแต่การก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในเมืองไทย ตั้งแต่ปี 2504 เพราะเป็นช่วงที่ ผู้ผลิตชิ้นส่วนจากญี่ปุ่น ได้ส่งชิ้นส่วนจำนวนมากมาให้ค่ายรถยนต์ในไทย หลังจากฟื้นตัวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแล้ว ให้ใช้ในการผลิตเพื่อส่งออก เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก

แต่หลังจากที่ประเทศไทย ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จะส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์ในเดือน ตุลาคม-ธันวาคม หรือในช่วงไตรมาส 4 จะต่ำกว่าเป้าเดิมถึง 150,000 คัน หรือทำให้ทั้งปีคาดว่า ค่ายรถยนต์จะผลิตรถได้เพียง 1.65 ล้านคัน จากเป้าที่กำหนดไว้ 1.8 ล้านคัน

คงไม่ต้องบอกว่า ค่าย ฮอนดา คือ ค่ายที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะแหล่งผลิต ในเขตประกอบการนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่โรงงานหายไปกับสายน้ำ แต่ ฮอนดา ยังมอบเงินแก่รัฐบาลไทย จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม รวมทั้งค่ายรถยนต์อื่นๆ อีกมาก ที่คงได้ข่าวกันไปแล้ว

นี่แหละครับ เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในยามตกทุกข์ได้ยาก

แต่ข่าวที่น่าชื่นใจที่สุด เห็นจะเป็นคำมั่น จากค่ายรถยนต์ต่างๆ ที่ยืนยันว่า จะไม่ย้ายฐานการผลิต ไปยังประเทศเพื่อนบ้านแน่นอน เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตที่สำคัญ และมีความเหมาะสมมากที่สุดในภูมิภาคนี้ แต่คงจะมีการปรับเปลี่ยนทางด้านชิ้นส่วนอะไหล่ บางอย่าง ไม่ฝากความหวังไว้กับที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ

นั่นก็เป็นเรื่องใหญ่ ที่ควรจะหันกลับมาทบทวนเรื่อง กลุ่ม คลัสเตอร์ หรือกลุ่มของชิ้นส่วนแต่ละประเภทกันใหม่ได้แล้ว
สิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมร้องขอ ก็อยากให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือ มาตรการฟื้นฟูเร่งด่วนหลังน้ำลด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ให้กับนักลงทุน

ภาครัฐบาล ก็ออกมาประเมินผลกระทบ เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ต่อการส่งออกไทย ยอมรับว่า ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และไตรมาสแรกของปีหน้า การส่งออกน่าจะได้รับผลกระทบ เพราะกว่าโรงงานจะเริ่มกลับมาผลิตและส่งออกได้ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ก็จะพยายามเพิ่มมาตรการ และกระตุ้นการส่งออกสินค้ากลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อชดเชยยอดการส่งออกสินค้าสำคัญที่ลดลง เช่น ยานยนต์ และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเลคทรอนิคส์

ส่วนมาตรการที่เตรียมการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ส่งกำลังทหาร เข้าไปช่วยเหลือการเคลื่อนย้าย เตรียมเครื่องจักร อุปกรณ์ และสินค้าในคลังสินค้า ออกจากพื้นที่อุทกภัย ไปจัดเก็บในพื้นที่ปลอดภัย และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อุทกภัยโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเสียหายของเครื่องจักร อุปกรณ์

ให้กระทรวงการคลัง พิจารณาออกประกาศยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ ทุกประเภท ที่นำเข้ามาเพื่อทดแทน หรือซ่อมแซม เครื่องจักรที่เสียหาย สำหรับโรงงานทุกประเภทที่ประสบอุทกภัยให้อำนวยความสะดวกในการออกวีซา ให้แก่ผู้เชี่ยวชาญ/ช่างจากต่างประเทศ จากภาคการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อเข้าซ่อมแซม และฟื้นฟูเครื่องจักร อุปกรณ์ และระบบสาธารณูปโภค ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย

พิจารณาออกประกาศยกเว้น หรือลดหย่อนอากรขาเข้ารถยนต์สำเร็จรูป และชิ้นส่วนรถยนต์ ที่นำเข้ามาประกอบรถยนต์ เพื่อจำหน่ายในประเทศ ในจำนวน และอัตราที่เหมาะสม ให้แก่ผู้ประกอบการรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ที่ประสบความเสียหายจากอุทกภัย
ที่นี่ ก็ได้แต่เอาใจช่วย ยินดีสนับสนุนในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยกันเอง

คุยเรื่องดีๆ บ้าง เห็นข่าวของ มาซดา โดยบริษัท วินา มาซดา ออโทโมบิล แมนูแฟคเจอริง ฯ ก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ แถบใจกลางประเทศ เพื่อผลิตรถยนต์สำหรับขายในประเทศเวียดนามเท่านั้น โดยตัวโรงงานมีพื้นที่ประมาณ 75,000 ตารางเมตร จะทำการประกอบ มาซดา 2 แบบ 5 ประตู เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี

เวียดนาม ถือเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ในภูมิภาคอาเซียน และถือว่าเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรวัยรุ่นจำนวนมาก และเศรษฐกิจก็มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มาซดา เอง พยายามที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งในตลาดกลุ่มนี้ ด้วยการสนับสนุนทั้งในส่วนของการตั้งโรงงานผลิต และการสร้างเครือข่ายผู้จำหน่าย

มาซดา เริ่มรุกตลาดเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวรถยนต์หลายรุ่น ตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งก็มีทั้ง มาซดา 2, 3, 6 และ ซีเอกซ์-9 ที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น และก็รวมถึง พิคอัพ บีที-50 ที่อิมพอร์ทจากไลน์ผลิตในไทยด้วย

ค่าย ฮันเด ก็มีโรงงานประกอบรถตู้ แบบ เอช-1 ที่ขายอยู่ในบ้านเรา รวมทั้งรถกระบะ 4 ล้อใหญ่อยู่ด้วย ซึ่งเมื่อเปิดเสรีทางการค้ากันเมื่อใด คาดว่า จะได้เห็นเข้ามาวิ่งในบ้านเราแน่นอน

เรื่องถัดไป นโยบายประชานิยม มาตรการลดภาระค่าครองชีพ ด้านการเดินทาง ซึ่งหมดกำหนดไปเมื่อ วันที่ 30 มิถุนายน ช่วงเปลี่ยนถ่ายรัฐบาล หลายฝ่ายต่างก็ตัดสินใจ ขยายระยะเวลาการดำเนินงานไปด้วยตนเอง ภาครัฐ เพิ่งจะอนุมัติให้ ขยายระยะเวลาดำเนินการต่อไป ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2555 ทั้ง การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และการรถไฟแห่งประเทศไทย

คนที่ตัดสินใจยืดออกไปเอง ก็หายใจโล่งอกได้ก็หวังว่า หนหน้า จะได้เขียนเรื่องดีๆ มากกว่านี้ก็แล้วกัน



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2554
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/G9aM8

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th