บทความ

ปรับ EQUALIZING และ TUNING ให้เครื่องเสียงรถยนต์ของคุณ (จบ)


ฉบับที่แล้วได้กล่าวถึง การ TUNING โดยใช้เทคนิคขั้นพื้นฐานกันไป และในฉบับนี้จะเป็นเรื่องของ GAIN STRUCTURE หรือสร้างอัตราขยายสำหรับอุปกรณ์แยกชิ้นที่อยู่ภายในระบบเสียงทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในสมัยก่อนกว่า 90 เปอร์เซนต์ของระบบเสียงรถยนต์ ตลาดหลังการขาย (AFTER MAKET) ไม่ได้มีระบบปรับ GAIN (อัตราขยาย) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเสียง เหมือนในสมัยนี้

สร้างอัตราขยาย
เพื่อคุณภาพเสียงที่มีประสิทธิภาพ

การตั้งค่าครอสส์โอเวอร์ และสร้างอัตราขยาย ซึ่งแน่นอนว่าสามารถส่งผลกระทบกับชิ้นส่วนอื่นๆ ในเครื่องเสีย เมื่อสร้างอัตราขยายที่ได้รับการตั้งค่าอย่างถูกต้องแล้ว ระบบจะได้รับระดับสัญญาณเอาท์พุทสูงสุด มีเสียงรบกวน และความเพี้ยนน้อยที่สุด โดยระบบจะมีประสิทธิภาพ และคุณสามารถใช้งานได้ โดยรวมความสามารถในการควบคุมระดับเสียงทั้งหมด ซึ่งมันไม่ยากที่จะดำเนินการ และ
ใช้เวลาทำไม่มาก แต่ต้องใช้เทคนิคและเครื่องพิเศษบางอย่างควบคู่กันไปสำหรับวัตถุประสงค์ในครั้งนี้ เราจำเป็นต้องใช้สมาธิในการควบคุมอัตราขยาย โดยตั้งระดับความสัมพันธ์ในทุกแชนแนล เพื่อให้การตอบสนองค่าความถี่โดยรวมถูกต้อง

สิ่งสำคัญในการฟัง

ขณะนี้คุณควรรับรู้บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับระบบเสียงขั้นพื้นฐาน อันดับแรก คือ การตั้งค่าเลเวลของซับวูเฟอร์เพื่อเปรียบเทียบกับลำโพง ค่าความถี่สูง จะต้องบันทึกไว้ อุปกรณ์ วัสดุ และความคุ้นเคยเมื่อเราเลือกเล่นกับระบบเสียงคุณภาพสูง ซึ่งการใช้แผ่น MP3 ที่มีการบันทึกเสียงเบสส์หนักๆ ด้วยการสังเคราะห์เสียงดนตรีขึ้นมา ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก และควรจะหาแผ่น CD ที่มีการบันทึกเสียงแบบไดนามิค (พลังเสียงเบสส์ที่มีชีวิตชีวา) และเป็นเสียงเบสส์ที่ไม่มีการผสมเสียงเบสส์ให้กังวานเข้าไปในส่วนที่เหลือของดนตรี จากนั้นใช้เวลาในการฟังเพลงกับระบบเสียงบ้านคุณภาพดีๆ เพื่อใช้อ้างอิงในการปรับระบบเสียงภายในรถยนต์ของคุณ

โดยฟังระบบที่มีระดับเสียงปานกลาง และการปรับอัตราขยายสัญญาณของแอมพ์ซับวูเฟอร์ และแอมพ์ค่าความถี่สูง เพื่อให้เสียงโดยรวมระหว่างความถี่สูง และ ต่ำ มีความสมดุล ไม่ดังก้อง และเสียงไม่บางจนเกินไป เพื่อให้เกิดความสมดุลโดยรวมที่ดี

ปรับค่าความถี่ครอสส์โอเวอร์

ลำดับต่อไปเลื่อนค่าความถี่ครอสส์โอเวอร์ขึ้นและลง เพื่อปรับเปลี่ยนจุดตัดความถี่ จึงทำให้เกิดความแตกต่างของเสียงในระบบอย่างไร ซึ่งจุดตัดค่าความถี่ที่เกิดขึ้นจริง สามารถทำให้เราตั้งค่าณ ที่ใดก็ได้ ที่จะใช้ในย่านค่าความถี่ที่คาบเกี่ยวกัน (OVERLAB) ระหว่างลำโพงวูเฟอร์ และมิดเรนจ์

ส่วนลำโพงมิดเรนจ์ ผู้ผลิตจะกำหนดค่าความถี่ต่ำสุดที่ลำโพงสามารถผลิตได้ อย่างไรก็ตามค่าความถี่ต่ำของลำโพงมิดเรนจ์ที่เกิดขึ้นจริง จะถูกจำกัดในระบบเสียงของคุณ ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากสิ่งที่อยู่ในคู่มือ ส่วนเทคนิคที่ดี สำหรับกำหนดขีดจำกัดของค่าความถี่ต่ำสุดของลำโพงมิดเรนจ์ คือ การเปิดลำโพงซับวูเฟอร์ ด้วยการฟังการตอบสนองค่าความถี่ต่ำของเสียงกลางที่แตกต่างกัน ในขณะที่ตั้งค่าจุดครอสส์โอเวอร์ การฟังเสียงกีตาร์เบสส์ กลองกระเดื่อง และจุดตัดครอสส์โอเวอร์อื่นๆ โดยเปลี่ยนจากค่าความถี่ที่สูงกว่าไปยังค่าความถี่ที่ต่ำกว่า ซึ่งคุณสามารถได้ยินการเปลี่ยนแปลงของเสียง เมื่อปรับจุดตัดครอสส์โอเวอร์ลงตั้งแต่ 125-100 HZ แต่ในบางจุด คุณจะสังเกตเห็นว่า ที่การตอบสนองค่าความถี่ต่ำ เสียงจะไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อจุดตัดครอสส์โอเวอร์เปลี่ยนแปลง นั่นคือ จุดต่ำสุดที่เสียงกลาง สามารถผลิตเสียงดนตรีได้ แต่ในกรณีนี้จุดครอสส์โอเวอร์ต่ำสุดของมิดเรนจ์ ไม่ควรตั้งค่าต่ำกว่าที่ผู้ผลิตแนะนำไว้สำหรับลำโพง

มิดเรนจ์
ปรับค่าความลาดชันครอสส์โอเวอร์

ลำดับต่อไป การปรับค่าความลาดชันครอสส์โอเวอร์ (ADJUST CROSSOVER SLOPES) ถ้าครอสส์โอเวอร์มีคุณสมบัติดังนี้ ปรับค่าความลาดชันสูง ปรับความลาดชันตื้น ถ้าเป็นไปได้ คุณสามารถผสมผสานการใช้ความแตกต่างของค่าความลาดชันทั้งโลว์พาสส์ และไฮพาสส์ ดังตัวอย่าง เช่น24 ดีบี/ออคเทฟกับซับวูเฟอร์ และ 12 ดีบี/ออคเทฟกับมิดเรนจ์ ซึ่งอาจจะเป็นเทคนิค สำหรับวงการ
เครื่องเสียงบ้าน ซึ่งมันมีประสิทธิภาพมาก เมื่อทำงานในสภาพแวดล้อม คือ ภายในห้องโดยสาร (ACOUSTIC) ซึ่งค่าความลาดชันที่สูงกว่า มักจะทำงานได้ดีกว่าค่าความลาดชันที่ตื้น

นอกจากนี้ให้ลองแยกจุดไฮพาสส์ และโลว์พาสส์ ดังตัวอย่าง เช่น การตั้งโลว์พาสส์ ครอสส์โอเวอร์สำหรับซับวูเฟอร์ ที่ 60 HZ และจุดไฮพาสส์ที่ 80 HZ สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นเทคนิคที่ดี ที่ใช้กับระบบเสียงเป็นจำนวนมาก เพราะการตกแต่งภายในรถส่วนใหญ่ จะมีจุดสูงสุดที่ตอบสนองตามธรรมชาติของอคูสติค บางแห่งในย่านค่าความถี่ 50-100 HZ ที่รุนแรง ซึ่งจุดตัดครอสส์โอเวอร์ สามารถช่วย
ปรับปรุงการตอบสนองที่จุดนี้ และฟังการเปลี่ยนแปลงการตอบสนองค่าความถี่ที่โด่ง หรือจม (PEAKS/DIPS) ในย่านครอสส์โอเวอร์ หรือฟังการไล่คอร์ดกีตาร์ ตั้งแต่สูงไปถึงต่ำ ซึ่งคุณได้ยิน

โนทบางตัวที่ดังกังวานกว่าตัวอื่นๆ และสามารถปรับจุดตัดครอสส์โอเวอร์ให้นุ่มนวลสิ่งนี้เป็นหลักวิธีการปรับค่าความถี่ เพื่อชดเชยให้เท่าเทียมกัน (EQUALIZATION) และมีประสิทธิภาพมากในการปรับปรุงการตอบสนองค่าความถี่ในระบบเสียงของคุณ



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2554
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/bvyTz
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th