บทความ

DIY…ตีตู้ซับวูเฟอร์ เล่นเองทำเองทางอินเตอร์เนท


การตีตู้ซับวูเฟอร์ในอดีตที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นแบบลองผิดลองถูกกัน กว่าจะได้ตู้ 1 ใบที่เหมาะสมกับซับวูเฟอร์ยี่ห้อนั้นๆ เพื่อให้ซับวูเฟอร์ สามารถผลิตเสียงเบสส์ได้อย่างมีคุณภาพ เนื่องจากเมื่อก่อนยังไม่มีพโรแกรมที่ออกแบบสำหรับขายให้กับนักเล่นที่ต้องการตีตู้อย่างถูกต้องเหมาะสม แต่ปัจจุบันมีพโรแกรมมากมายที่ช่วยให้ท่านได้ออกแบบตู้ได้ถูกต้อง มีทั้งแบบซื้อแผ่นพโรแกรมสำเร็จรูป หรือซื้อผ่านทางเวบไซท์

สำหรับในโลกอินเตอร์เนท เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายหลายๆ เครือข่ายทั่วโลก ด้วยภาษาที่ใช้สื่อสารกันระหว่างคอมพิวเตอร์ในหลายทาง ไม่ว่าจะเป็น การส่งอี-เมล์ เวบบอร์ด การคัดลอกข้อมูลหรือคัดลอกพโรแกรมมาใช้งาน เช่นเดียวกับเวบไซท์ในโลกเครื่องเสียงทางอินเตอร์เนท อย่างเช่น www.diyaudioandvideo.com ภายในเวบไซท์แห่งนี้จะมีเนื้อหาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบลำโพง การออกแบบครอสส์โอเวอร์ การต่อสายลำโพงซับวูเฟอร์ที่โหลดต่างๆ ฯลฯ

 

DIY ทำเองเล่นเอง

สำหรับฉบับนี้ผมได้นำเรื่องของ DIY (DO IT YOURSELF) เกี่ยวกับเรื่องของการตีตู้ซับวูเฟอร์ในรถยนต์มาฝากกัน เป็นเรื่องไม่ยาก และเหมาะสำหรับนักเล่นแนว DIY ที่ต้องการตีตู้ซับวูเฟอร์อย่างถูกต้อง

อันดับแรกจะต้องรู้รายละเอียดเกี่ยวกับสเปคซับวูเฟอร์ของท่าน ที่เรียกว่า THIELE SMALL PARAMETERS เช่น ค่า FS, QTS, VAS

ส่วนการตีตู้จำเป็นต้องหักความหนาของวัสดุของตู้ออกด้วย โดยคำนวณด้วยการวัดจากด้านในตู้ไม้ รวมความหนาของเนื้อไม้ หรือความหนาของไฟเบอร์กลาสส์ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าท่านใช้วัสดุประเภทไหนทำตู้ลำโพง

 

ตีตู้ให้ซับวูเฟอร์

เมื่อท่านเข้าไปในหน้าเวบไซท์นี้แล้วให้ดูที่กรอบซ้ายมือจะเขียนว่า SEALED VS PORTED เมื่อคลิคเข้าไปจะปรากฏสูตรคำนวณตู้ปิด และตู้เปิด โดยป้อนค่า FS (FREE AIR RESONANCE) กับค่า QES ลงไปในช่อง เมื่อป้อนค่าเสร็จแล้วให้กดคำนวณ (CALCULATE) โดยพโรแกรมจะคำนวณผลออกมาว่า ซับวูเฟอร์ยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ มีประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับตู้ประเภทไหน และพโรแกรมจะแนะนำให้ตีตู้ปิด เปิด หรือได้ทั้ง 2 แบบ

ยกตัวอย่างเช่น ซับวูเฟอร์ยี่ห้อหนึ่งขนาด 10″ วอยศ์คอยล์เดี่ยว 4 โอห์ม มีค่า THIELE SMALL PARAMETERS ต่างๆ โดยเราจะใส่ค่า FS และ QES ลงในช่องก่อน และกดคำนวณ ก็จะได้ผลลัพธ์ออกมา

สำหรับค่า EBP (EFFICIENCY BANDWIDTH PRODUCT) เป็นตัวกำหนดว่า ลำโพงซับวูเฟอร์ตัวนี้จะทำงานได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพในตู้ปิด เปิด หรือทั้ง 2 แบบ ถ้าหากค่า EBP ต่ำกว่า 50 แนะนำให้ตีตู้ปิด ถ้าอยู่ระหว่าง 50-90 สามารถตีตู้ได้ทั้ง 2 แบบ (ตู้ปิดหรือเปิด) แต่ถ้าค่า EBP สูงกว่า 90 พโรแกรมจะแนะนำให้ตีตู้เปิด เมื่อรู้แล้วว่าซับวูเฟอร์ตัวนี้ต้องการตู้แบบไหน สามารถเลือกประเภทตู้ได้ตามต้องการ

เมื่อได้ค่า EBP เรียบร้อยแล้วให้เลื่อนเมาท์ไปเลือกตัวคำนวณ และออกแบบตู้ลำโพง โดยกรอกค่า THIELE SMALL PARAMETERS ของซับวูเฟอร์เช่นเคย เมื่อครบแล้วให้กดไปที่ตัวคำนวณได้เลยเป็นอันเสร็จ โดยผลลัพธ์จะระบุปริมาตรตู้ VAS มีขนาดเท่าไร เพื่อให้เราได้คำนวณความกว้างxสูงxลึก สามารถเลือกได้ทั้งแบบลูกบาศก์ฟุต และลิตร โดยปรับสัดส่วนขนาดตู้ให้เหมาะสมกับเนื้อที่ติดตั้งจริงในรถอีกครั้ง ซึ่งพโรแกรมอันนี้ สามารถนำผลในการคำนวณไปใช้ตีตู้ซับวูเฟอร์ตามสเปคโรงงานได้ระบุเอาไว้ เพื่อเสียงเบสส์ที่มีคุณภาพ ซึ่งก็ไม่ยาก สำหรับนักเล่นประเภท DIY เพียงแต่ว่า ถ้ามีพโรแกรมออกแบบตู้ลำโพงจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการตีตู้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

ส่งท้าย

การออกแบบ และตีตู้ลำโพงซับวูเฟอร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะคุณภาพเสียงเบสส์จะดีหรือไม่อยู่ที่ตู้เป็นหลัก ส่วนองค์ประกอบต่อไป ก็คือ การทูนเสียง และตัดความถี่ให้เหมาะสมกับระบบเสียงโดยรวม ซึ่งในปัจจุบัน มีพโรแกรมสำเร็จรูปขายผ่านทางเวบไซท์เครื่องเสียงรถยนต์ให้ได้เลือกใช้งาน เพื่อช่วยให้การตีตู้ลำโพงมีความถูกต้อง และรวดเร็วยิ่งขึ้น สำหรับเรื่องพิเศษในฉบับหน้าจะเป็นเรื่องอะไรนั้น มาติดตามกันครับ



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน เมษายน ปี 2554
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/3hgDZ

Follow autoinfo.co.th