บทความ

เชือด ประกัน-นายหน้า สั่งลา ’53


ตามที่เคยคุยกันไว้ในหลายฉบับก่อนหน้านี้ ถึงสัญญาณเตือนภัยปัญหาบริษัทประกันภัย อาจมีล้มให้เห็นอีก และภาครัฐในฐานะเป็นผู้กำกับดูแล ก็จะใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น มาถึงวันนี้ ก็ได้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว คปภ. (คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) สั่งเชือด ทั้ง บริษัทประกันภัย และตัวแทน-นายหน้า ลงโทษถึงขั้นถอนใบอนุญาตเลยทีเดียว

คปภ. สั่งลงโทษปรับและห้ามทำธุรกรรมรับประกันภัย รวมถึงสั่งถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ อ้างอิงจากประกาศของ คปภ. ดังต่อไปนี้

1. บริษัทประกันภัย
– กรณีบริษัทประกันวินาศภัย กระทำการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และคณะกรรมการเปรียบเทียบได้มีคำเปรียบเทียบปรับ ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 3/2553 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2553 มีดังต่อไปนี้

บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ จำนวน 187,500 บาท บริษัทไม่ชำระค่าปรับ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ

บริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด กระทำการในลักษณะที่ฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่โดยไม่จัดเตรียมเอกสารให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับจำนวน 40,000 บาท บริษัทไม่ชำระค่าปรับ ชณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ

บริษัท เอ.พี.เอฟ. อินเตอร์ เนชั่นแนล อินชัวรันส์ จำกัด จัดสรรเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัท และเงินสำรองสำหรับค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 23 ไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด และจัดสรรสินทรัพย์หนุนหลังตามมาตรา 27/4 ไว้สำหรับหนี้สินและภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัยไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ จำนวน 187,500 บาท บริษัทไม่ชำระค่าปรับ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ

– กรณี บริษัทดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย ปี 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และดำเนินการแก้ไขฐานะเงินกองทุน จนสามารถดำรงเงินกองทุนครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว

บริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด มีจำนวนเงินกองทุนที่บริษัทดำรงไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย ได้แก่ 121.03 ล้านบาท (31 พค. 2553)/133.97 ล้านบาท (30 เมย. 2553)/135.25 ล้านบาท (31 มีค. 2553)/117.44 ล้านบาท (28 กพ. 2553)/100.17 ล้านบาท (31 มค. 2553)/147.10 ล้านบาท (31 ธค. 2552)/134.72 ล้านบาท (30 พย. 2553) โดยมีจำนวนเงินกองทุนที่บริษัทดำรงครบถ้วนตามกฎหมาย 30 ล้านบาท เงินกองทุนที่บริษัทดำรง 143.56 ล้านบาท (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2553) แต่นายทะเบียนยังคงมีคำสั่งให้ บริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทยังค้างจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย หรือประชาชนเป็นจำนวนมาก และมีการดำเนินงานไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย
– กรณีบริษัทประกันวินาศภัย กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และคณะกรรมการเปรียบเทียบได้มีคำเปรียบเทียบปรับ ตามมติ ที่ประชุมครั้งที่ 3/2553 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2553 ได้แก่

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัย คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ จำนวน 125,000 บาท โดยบริษัทได้ชำระค่าปรับแล้ว ณ วันที่ 17 กันยายน 2553 คดีเป็นอันเลิกกัน

บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดสรรสินทรัพย์หนุนหลังตามมาตรา 27/4 ไว้สำหรับหนี้สิน และภาระผูกพันตามสัญญาประกันภัย และฝากสินทรัพย์ไว้กับสถาบันการเงินไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ จำนวน 130,000 บาท บริษัทได้ชำระค่าปรับแล้ว ณ วันที่ 20 กันยายน 2553 คดีเป็นอันเลิกกัน

บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด จัดสรรเงินสำรองสำหรับเบี้ยประกันภัยที่ยังไม่ตกเป็นรายได้ของบริษัทและเงินสำรองสำหรับค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 23 สำหรับเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม 2552 และมกราคม-กุมภาพันธ์ 2553 ไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับจำนวน 1,520,000 บาท บริษัทได้ชำระค่าปรับแล้ว ณ วันที่ 20 กันยายน 2553 คดีเป็นอันเลิกกัน
– กรณีบริษัทดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย ปี 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

บริษัท วิคเตอรี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด จำนวนเงินกองทุนที่บริษัทดำรงไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย 36.92 ล้านบาท (31 กค. 2553) เนื่องจากบริษัท นำเงินไปลงทุนโดยไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย หรือประชาชน นายทะเบียนด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ คปภ. จึงได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 52 มีคำสั่งให้ บริษัท ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย ภายในวันที่ 31 มกราคม 2554 โดยในระหว่างที่บริษัท ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ห้ามบริษัทขยายธุรกิจตามความในมาตรา 27/6

2. บริษัทประกันชีวิต
– กรณีบริษัทประกันชีวิต กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต และคณะกรรมการเปรียบเทียบได้มีคำเปรียบเทียบปรับ ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 3/2553 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2553

บริษัท สยามซัมซุง ประกันชีวิต จำกัด ประวิงการใช้เงินตามกรมธรรม์ประกันภัย ให้แก่ผู้รับประโยชน์ คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ จำนวน 125,000 บาท บริษัทได้ชำระค่าปรับแล้ว ณ วันที่ 17 กันยายน 2553 คดีเป็นอันยกเลิก

– กรณีบริษัทดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามมาตร 27 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต ปี 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด มีจำนวนเงินกองทุนที่บริษัทดำรงไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย ได้แก่ 927.61 ล้านบาท (31 ตค. 2553)/894.05 ล้านบาท (30 กย. 2553)/858.32 ล้านบาท (31 สค. 2553)/870.81 ล้านบาท (31 กค. 2553)/935.99 ล้านบาท (30 มิย. 2553)/941.70 ล้านบาท (31 พค. 2553)/942.89 ล้านบาท (30 เมย. 2553)/914.15 ล้านบาท (31 มีค. 2553)/971.28 ล้านบาท (28 กพ. 2553)/1,008.65 ล้านบาท (31 มค. 2553)/ 1,008.71 ล้านบาท (31 ธค. 2552)/1,034.87 ล้านบาท (30 พย. 2552) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีคำสั่งให้ควบคุมบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด และคณะกรรมการควบคุมบริษัทมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินกิจการของบริษัทนั้นได้ทุกประการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2553 เป็นต้นไป

3. คำสั่งถอนใบอนุญาต ตัวแทน-นายหน้า
– กรณีนายหน้าประกันวินาศภัย กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และนายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนในอนุญาตนายหน้าประกันวินาศภัย

รัตนพงศ์ กมลวิวัฒน์ชัย หรือชื่อเดิม ชัชพงศ์ กอวัฒนา กระทำการชี้ช่องให้ผู้เอาประกันภัยทำประกันภัยรถยนต์โดยรับชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัย แต่มิได้นำส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้บริษัทประกันภัย อันเป็นเหตุทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย ตามคำสั่งที่ 36/2553 สั่ง ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2553

ชุลีพร บูรณะพงษ์ กระทำการชี้ช่องให้ผู้เอาประกันทำประกันภัยรถยนต์ โดยรับชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัย แต่มิได้นำส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัย อันเป็นเหตุทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัย ตามคำสั่งที่ 38/2553 สั่ง ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2553

4. คำสั่งถอนใบอนุญาตบริษัทประกันภัย
– กรณีบริษัท ดำรงเงินกองทุนไม่ครบถ้วนตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย ปี 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

บริษัท เอ.พี.เอฟ. อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ จำกัด มีจำนวนเงินกองทุนที่บริษัทดำรงไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย ได้แก่ 272.76 ล้านบาท (31 ตค. 2553)/296.84 ล้านบาท (30 กย. 2553)/282.44 ล้านบาท (31 สค. 2553)/277.68 ล้านบาท (31 กค. 2553)/251.82 ล้านบาท (30 มิย. 2553)/292.51 ล้านบาท (31 พค. 2553)/ 114.35 ล้านบาท (30 เมย. 2553)/133.72 ล้านบาท (31 มีค. 2553)/94.45 ล้านบาท (28 กพ. 2553)/69.42 ล้านบาท (31 มค. 2553) โดยนายทะเบียน ได้มีคำสั่งให้ บริษัท เอ.พี.เอฟ. อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์อินชัวรันส์ จำกัด หยุดรับประกันวินาศภัยเป็นการชั่วคราว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2553 ต่อมาภายหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยบริษัท เอ.พี.เอฟ.อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ จำกัด เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2553

หมายเหตุ
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1583/2553 ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท เอ.พี.เอพ.อินเตอร์เนชั่นแนล อินชัวรันส์ จำกัด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไป

2. ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มีคำสั่งคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยที่ 10/2553 แต่งตั้ง สมนึก พุ่มไฉยา และ สมศักดิ์ พันไพศาล เป็นผู้ชำระบัญชี บริษัท เอ.พี.เอฟ อินเตอร์เนชั่นแนลอินชัวรันส์ จำกัด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไป

3. มาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย ปี 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติว่า เมื่อบริษัทใดถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย ให้บริษัทนั้นยกเลิกกันนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และให้มีการชำระบัญชี ในการชำระบัญชีนั้น ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี การใดที่เป็นอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นให้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียน

รายละเอียดคำสั่งถอนใบอนุญาต บริษัท เอ.พี.เอฟ ประกันภัย จำกัด เราค่อยคุยกันฉบับหน้านะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2554
คอลัมน์ : ประกันภัย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/adboX
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th