รู้ทันเทคนิค

โบช กับระบบ ESP? 15 ปี ที่ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน


ความปลอดภัยในการออกแบบและพัฒนาตัวรถนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง มาก่อนความสวยงาม หรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ เป็นที่รู้กันว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไม่ได้ผลิตรถด้วยตัวเอง 100 % อุปกรณ์และระบบหลายอย่างมาจากซัพพลายเออร์ เช่น ระบบเกียร์, ระบบไฟฟ้า, เบรค หรือแม้แต่ระบบแอคทีฟต่างๆ ที่มักมาจากบริษัทคู่ค้า ประเด็นหลัก คือ การลงทุนในเรื่องเหล่านี้ใช้เงินมหาศาล ไม่คุ้มกับการลงทุนนัก จ้างเขาผลิต หรือซื้อเขามาจะดีกว่า และส่งผลให้ต้นทุนต่ำกว่าด้วย

อีเอสพี (ESP) ระบบเพิ่มความปลอดภัย

โบช (BOSCH) เป็นผู้ผลิตระดับโลกที่มีเทคโนโลยีอันหลากหลาย โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ถูกกล่าวขานมานาน ผู้ผลิตรถยนต์ต่างให้ความสนใจ และนำไปใช้มากยี่ห้อหนึ่ง เราจะมาเรียนรู้ระบบ ELECTRONIC STABILITY PROGRAM (ESP?) อันที่จริงระบบนี้ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ ถูกคิดค้นมานานแล้ว

แต่ยังไม่สามารถใช้ได้จริง จนเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา ระบบ ESP ถูกนำมาใช้และเริ่มแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากเป็นระบบแอคทีฟที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนกลายมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถหลายรุ่นไปซะแล้ว สำหรับระบบ ESP ประกอบด้วยคุณลักษณะสำคัญของทั้งระบบ ABS และ TCS (ระบบควบคุมการลื่นไถลของล้อ) โดยระบบ ABS จะป้องกันไม่ให้ล้อลอค เมื่อมีการใช้ระบบ ห้ามล้อหรือเบรค ในขณะที่ระบบ TCS จะช่วยป้องกันไม่ให้ล้อปัดเมื่อรถยนต์เริ่มเคลื่อนที่ นอกจากนี้ ระบบ ESP จะตรวจจับการลื่นไถลที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยใช้เซนเซอร์จับสัญญาณ เพื่อเปรียบเทียบทิศทางที่ผู้ขับต้องการไปกับทิศทางที่รถวิ่ง ถ้าทิศทางทั้ง 2 ไม่ตรงกัน ระบบจะทำงานด้วยการลดกำลังของเครื่องยนต์ และใช้แรงห้ามล้อต่างๆ ระบบดังกล่าวช่วยป้องกันการลื่นไถล และช่วยให้รถยนต์ทรงตัวได้อย่างปลอดภัย

บังคับใช้แล้ว ในหลายประเทศ

แม้เป็นระบบที่ให้ความปลอดภัยมากขึ้น แต่ในการใช้งานจริงกลับพบว่ามีรถไม่มากนักที่มีใช้อยู่ การวิจัยพบว่าระบบนี้สามารถเพิ่มความปลอดภัย และลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น ทำให้หลายๆ ประเทศให้ความสนใจในการออกกฎหมายให้ระบบ ESP และระบบ ABS เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานซึ่งจากการศึกษาประโยชน์เมื่อเทียบกับต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยมหาวิทยาลัยแห่งโคโลญน์ ในปี 2550 แสดงให้เห็นว่า การใช้ระบบ ESP ในยุโรปเพียงแห่งเดียว จะช่วยลดตัวเลขการเสียชีวิตบนท้องถนน
ได้ถึง 4,000 ราย และลดตัวเลขผู้บาดเจ็บได้ถึง 100,000 รายในทุกปี นอกจากนี้ NATIONAL HIGHWAY TRAFFIC SAFETY ADMINISTRATION ของสหรัฐ ฯ ยังคำนวณไว้ในปี 2549 ว่า 34 % ของอุบัติเหตุ และ 71 % ของการพลิกคว่ำของรถทั้งหมดในสหรัฐ ฯ สามารถป้องกันได้ หากมีการบังคับใช้ระบบ ESP เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน การวิเคราะห์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกฎหมายฉบับแรกของโลกที่บังคับให้ติดตั้งระบบ ESP ในรถยนต์ใหม่ทั้งหมด เมื่อถึงเดือนกันยายน 2554 ยานยนต์ขนาดเล็กจนถึงขนาด 4.5 ตัน ที่ขายในสหรัฐ ฯ ทั้งหมดจะต้องติดตั้งระบบ ESP ตามด้วยออสเตรเลียในเดือนพฤศจิกายน 2556 ยุโรปในเดือนพฤศจิกายน 2557 และรัสเซียในเดือนมกราคม 2557 ตามลำดับ ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 กระทรวงคมนาคมของสาธารณรัฐเกาหลี ได้ประกาศมาตรการบังคับใช้ระบบ ESP ในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีประเทศญี่ปุ่นที่ปัจจุบันกำลังทำประชาพิจารณ์กฎหมาย ECE ซึ่งจะบังคับให้ระบบ ESP เป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป ส่วนบ้านเราจะมีหรือไม่ ต้องคอยลุ้นกัน



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2554
คอลัมน์ : รู้ทันเทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/PiFQj

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน