บทความ

ใครว่าฝรั่งไม่ใช้แตร”


คงจะเขียนเรื่องราวต่างบ้านต่างเมืองให้ท่านอ่านอีกสักพัก ช่วงหนึ่งคณะเล็กๆ ของเราไปเยือนเมืองนิวยอร์ค ซึ่งตามข่าวปีที่จะถึง คือ 2011 ได้รับเลือกเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก เชียงใหม่ของไทยก็ใช่ย่อย ติดอันดับ 10 แน่ะ

เมื่อเป็นมหานคร ความแออัดทั้งรถทั้งคนจึงหนีไม่พ้น ลีลาการขับรถภายในเมืองนี้ เลยแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ค่อนข้างมาก ที่ชัดเจน คือ “ความใจร้อน” เมื่อมีรถขวาง ไม่ว่าด้วยเหตุใด ทำให้เดินหน้าตามที่ต้องการไม่ได้ เช่น มีรถบรรทุกกำลังจอดส่งของ หรือรถหน้าขับช้าไปนิด รถหน้ารีๆ ขวางๆ ยังหาทางไปไม่ได้ เพื่อนบีบแตรไล่ หรือบีบแตรด่าทันที ไม่ใช่แค่คันเดียว หรือครั้งเดียว ช่วยกันหลายๆ คันบีบแตรหลายๆ หน เล่นเอาดังระงม

ที่เคยเห็นฝรั่งใจเย็น ขับรถแสนจะสุภาพตามเมืองอื่นๆ แทบไม่ใช้แตรกันเลย ต้องไปดูที่นิวยอร์คกลายเป็นหนังคนละม้วน คณะของเรามาจากเมืองเล็กและเป็นผู้ดี ขับรถแบบผู้ดีเป๊ะๆ ถึงกับอึ้งบ่นกันพึมพำ ทำไมมันช่างใจร้อนนักวุ้ย รถแยะ จะขับสบายๆ ก็ไม่ได้อยู่ดี บีบแตรใส่มันก็ไม่เกิดประโยชน์ ช่วยอะไรไม่ได้มากนี่หว่า

นึกอยู่เหมือนกัน ถ้าบ้านเราบีบแตรไล่กันอีแบบนี้ มีหวังเป็นเรื่อง ได้ยิงกันเปรี้ยงปร้างแน่ๆ ส่วนฝรั่งยังไม่เป็นอย่างพวกเรา ยังทนฟังเสียงแตรได้ว่างั้นเหอะ

เคยเห็นบางชุมชนในนิวยอร์ค คงจะรำคาญ เลยปักป้ายไว้ริมทาง เขียนว่า “NO HORN” หมายถึง ห้ามใช้แตร ระบุค่าปรับไว้ด้วย ตั้ง 300 เหรียญสหรัฐ ฯ ผมยังบอกเจ้าของรถที่นั่งไปกับเขาว่า“ยูบีบแตรได้เลย ไม่โดนปรับชัวร์ เพราะรถยูมีแตร ไม่ใช่ “NO HORN” หรือไม่มีแตร อย่างที่เขาเขียนไว้ในป้าย”

ทีแรกฝรั่งเป็นงง พอรู้ว่าผมยิงมุก แปลคำว่า “NO HORN” หมายถึง ไม่มีแตร ไม่ได้แปลว่า “ห้ามใช้แตร” จึงได้หัวเราะ แต่ไม่กล้าใช้แตรอยู่ดีนั่นแหละ

ชะแว่บไปหาคดีความอย่างเคย เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อตำรวจท้องที่หนึ่งขยันทำงานทำการตามปกติไปคว้าคอคนร้ายมาได้ตั้ง 4 คน ในจำนวนนั้นมี “นายส่งเสริม” รวมอยู่ด้วย ทั้งหมดยอมรับกับตำรวจว่า ร่วมกันทำผิดจริง จึงโดนอัยการฟ้องข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยใช้รถมอเตอร์ไซค์และมีดเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ได้ทรัพย์จากเจ้าทุกข์ไปหลายหมื่นบาทจำเลยพากันจ้างทนายสู้คดี

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์เป็นไปตามฟ้อง ฟังได้ว่าทำผิดจริง ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยคนอื่นๆ โดยมีส่วนลดเพราะรับชั้นโรงพัก เหลือคนละ 16 ปี เฉพาะ นายส่งเสริม โดนเข้าไป 10 ปี 8 เดือน บังคับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินแก่เจ้าทุกข์

พวกของ นายส่งเสริม ทั้ง 3 คนคงเข้าข่ายกล้าทำกล้ารับ จึงไม่อุทธรณ์ ส่วน นายส่งเสริม ไม่อยากติดตะราง ดิ้นรนด้วยการยื่นอุทธรณ์ อ้างว่าไม่ได้ไปปล้นกะเขาเลย ขอให้ปล่อยเถิด แต่ยังไม่รอดสันดอน

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืน

เรื่องถึงศาลฎีกา เพราะ นายส่งเสริม เล่นเกมยาว อ้างว่าไม่ได้ให้การอย่างที่ตำรวจเขียนไว้ แต่โดนซ้อมโดนบังคับให้เซ็นในสำนวนการสอบสวน อ่านมาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านคงมึน และนึกในใจ “เฮ้ย มันเกี่ยวกับคดีรถตรงไหนวุ้ย มีแต่เรื่องปล้นทรัพย์ล้วนๆ นี่นา เอายังไงแน่”

แฮ่ะ แฮ่ะ ใจเย็นๆ พี่น้อง ไม่ต้องบีบแตรด่า คือ ยังงี้ครับ การที่ นายส่งเสริม แกต่อสู้คดีว่า ไม่ได้ไป
ร่วมปล้นกับพรรคพวกอีก 3 คน ซึ่งยอมยกธงขาว ยอมติดตะรางคนละ 16 ปี โดยไม่อุทธรณ์ฎีกา นั้น
เป็นความจริง นายส่งเสริม ไม่ได้ไปจี้ปล้นกะเขาจริงๆ วันเวลาที่เกิดเหตุกำลังไปหาสาว แต่ศาลชั้นต้น
และศาลอุทธรณ์ ตั้งหน้าจะเอา นายส่งเสริม เข้าคุกไม่ใช่น้อย 10 กว่าปี อยู่ยังงั้นแหละ

สาเหตุเกิดจากพวกของ นายส่งเสริม ทั้ง 3 คนไปชวน นายส่งเสริม ออกปล้น แต่ นายส่งเสริม กำลังอินเลิฟจึงบอกกับพรรคพวกว่าไม่ว่าง กำลังจะไปหาสาว เอางี้ก็แล้วกัน เราให้พวกนายยืมรถมอเตอร์ไซค์กับมีดปลายแหลมไปใช้งาน ขอให้โชคดีเนอะ ข้อเท็จจริงนี้ปรากฏในชั้นสอบสวน และศาลฎีกาได้ชี้ขาดออกมาว่า

เมื่อพยานหลักฐานชัดเจนว่า นายส่งเสริม ให้พรรคพวกอีก 3 คนยืมรถมอเตอร์ไซค์และมีดไปปล้นทรัพย์

รู้ว่าพรรคพวกยืมไปปล้นทรัพย์ ข้ออ้างที่ว่าโดนตำรวจซ้อมเอาถุงพลาสติคคลุมหัว บังคับให้เซ็นในคำให้การชั้นโรงพัก ศาลไม่เชื่อ เพราะมากล่าวอ้างแก้ตัวในภายหลัง ฟังได้ว่า นายส่งเสริม ให้การสนับสนุนในการปล้น จึงเอาผิดได้ ศาลล่างวางโทษถูกต้องแล้ว พิพากษายืน

เห็นหรือยังว่า การให้เพื่อนฝูงยืมรถไปจี้ปล้นคนอื่น แม้เจ้าของไม่ได้ไปร่วมวงด้วย ก็ติดคุกหัวโต
ฐานเป็นผู้สนับสนุน ดังเช่นคดีนี้

แต่ถ้าเป็นกรณีที่ให้เขายืมรถ หรืออาวุธ โดยไม่รู้จริงๆ ว่า เขาเอาไปจี้ปล้น นำพยานมาสืบหักล้างจนศาลเชื่อว่าไม่รู้จริงๆ ก็รอด

คดีนี้จึงให้ประโยชน์แก่พี่น้องอย่างเห็นๆ สำหรับการให้คนยืมรถไปใช้ ต้องระมัดระวัง เดี๋ยวติดตะรางโดยไม่ต้องส่งชิ้นส่วน โดยไม่รู้ตัวนะ

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2553

 



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2554
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/K7zQj
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
24 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th