บทความ

อ่างขาง-ป่าเกี๊ยะ 2 ดอยสูงบนทางหลวงสาย 107


หลังจากที่ภารกิจขึ้นชมยอดดอยฟ้าห่มปกล้มเหลวไม่เป็นท่า เวลาที่ยังพอมีเหลือจึงใช้ในการแอ่วเหนือช่วงฤดูหนาว สถานที่ท่องเที่ยวที่จะนำเสนอในฉบับนี้ยังคงอยู่บนทางหลวงสาย 107 ย้อนรอยมุ่งสู่ อ. เมือง จ. เชียงใหม่

ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนออกเดินทางจากกรุงเทพ ฯ ผมได้หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวไว้ 2 แห่ง นั่นคือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง และสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว ซึ่งมีความงดงาม และมีเสน่ห์เชื้อเชิญให้นักเดินทางได้มาสัมผัสในช่วงฤดูหนาว กับสภาพเส้นทางสไตล์โฟร์วีลดไรฟแบบสนุกๆ

เป้าหมายอยู่ห่างจากอุทยานแห่งชาติฟ้าห่มปก ประมาณ 70 กม. ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเข้าไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท 3.2 ดีไอดี ขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้กลับเข้าสู่ถนนหลวงสาย 107 อีกครั้ง และกำหนดจุดหมายผ่านระบบนำทางผ่านดาวเทียมของ GARMIN ASUS A50 ไว้ที่สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง

ผมเดินทางโดยใช้ทางหลวง 107 พอถึงสี่แยกบ้านปางควาย เลี้ยวขวาตัดเข้าทางหลวงหมายเลข 1249 แล้วขับไปต่ออีกประมาณ 25 กม. แต่ใช้เวลากว่า 1 ชม. เนื่องจากสภาพเส้นทางที่ลาดชัน ในช่วงนี้ผมได้เปลี่ยนระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ให้เป็นแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพราะไม่อยากประมาทกับเส้นทางไม่คุ้นเคย ท่านที่จะเดินทางตามรอยของผม แนะนำว่าให้เชคสภาพของเครื่องยนต์ก่อนขึ้นดอย และผู้ขับขี่ควรจะมีประสบการณ์พอสมควร เพราะสภาพเส้นทางชันมาก แต่ก็ยังดีที่ลาดยางไว้ทุกหนแห่ง ทำให้ความอันตรายบรรเทาลง

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
จากไร่ฝิ่นสู่แปลงเกษตรเมืองหนาว

หลังจากที่พุ่งทะยานไต่ระดับความสูงมาจนถึงปากทางเข้าสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เสียค่าเข้าชมคนละ 30 บาท และค่ายานพาหนะอีกคันละ 50 บาท ก็เข้ามาจอดรถลานจอดรถด้านหลัง ก้าวแรกที่ลงจากรถ ผมได้สัมผัสกับอากาศเย็นสบาย ทำให้ความอ่อนล้าจากการเดินทางหายเป็นปลิดทิ้ง

สถานีเกษตรหลวงแห่งนี้ได้จัดภูมิทัศน์ไว้ทั่วบริเวณอย่างสวยงาม และเป็นระเบียบ มีพื้นที่โดยรอบกว่า 16,000 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า ”ให้พวกเขาช่วยตัวเอง” พื้นที่โดยรอบแต่เดิมเป็นไร่ฝิ่น แต่ได้เปลี่ยนมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาว ซึ่งสร้างรายได้ให้ชาวเขาได้ดีกว่าเก่า มีพันธุ์ผลไม้เมืองหนาวมากกว่า 10 ชนิด ผักเมืองหนาวกว่า 60 ชนิด และดอกไม้เมืองหนาวอีกกว่า 20 ชนิด มีชาวไทยภูเขาเผ่าจีนฮ่อ ไทยใหญ่ มูเซอดำ และปะหล่อง อาศัยอยู่กว่า 600 หลังคาเรือน ใน 6 หมู่บ้าน

ถ้าจะเข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวไทยภูเขา ต้องลองติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่ออำนวยความสะดวก แต่หากจะชมแปลงสาธิตเกษตรเมืองหนาว สามารถขับรถวนได้โดยรอบ ในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางยังมีพระตำหนักของพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งใช้ประทับในการแปรพระราชฐาน ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับบ้านพักรับรองที่เปิดให้เป็นบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย แต่ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน

การเดินทางลงจากดอยไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางเก่า เพราะมีอีกเส้นทางที่จะไปยัง “กิ่วลม” จุดชมวิวอีกหนึ่งแห่งที่นักท่องเที่ยวสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตกดิน ทั้งยังสามารถชมทัศนียภาพของถนนทางขึ้นลงดอยอ่างขางได้อีกด้วย ก่อนกลับให้ขับรถไปตามทางอีกประมาณ 2 กม. ก็จะพบกับที่ประดิษฐานของพระธาตุดอยอ่างขาง แวะนมัสการเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง แล้วค่อยลงจากดอยแบบสบายใจไร้กังวล

ลุยหนัก
ตลอดทางขึ้นดอย

จุดหมายสุดท้ายของการเดินทางในทริพนี้ อยู่ที่สถานีเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว ผมกลับเข้าสู่ถนนหลวงสาย 107 อีกครั้ง ระยะทางที่ GARMIN ASUS A50 ได้คำนวณออกมาอยู่ที่ประมาณ 100 กม.ใช้เวลาเดินทางลัดเลาะทางโค้งกว่า 200 โค้ง กินเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง จนเข้าสู่เขตบ้านแม่นะ สังเกตด้านหน้าปากทางเข้าจะมีป้ายวัดจอมคีรีวงศ์ ต่อจากนี้ไป คือ การเดินทางเพื่อพิสูจน์สมรรถนะของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท เพราะสภาพเส้นทางที่ทุรกันดาร เป็นดินลูกรัง มีหลุมบ่อและร่องลึกที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝน สำหรับรถขับเคลื่อน 2 ล้อจะเดินทางค่อนข้างยากลำบาก

บางช่วงบางตอนของเส้นทางมีเนินที่จะต้องเหยียบคันเร่งส่งให้พ้นยอดเนิน และหากพลาดท่าตกร่องก็จะทำให้เสียเวลาเดินทางอีกมากโข ระหว่างทางมีป้ายหมู่บ้านปางโฮ่ง และปางฮ่าง ถ้าหากพบเจอแสดงว่ามาถูกทาง ขับไปเรื่อยๆ จนถึงหน่วยพิทักษ์ป่าเด่นหญ้าขัด ตรงไปอีกสักประมาณ 15-20 นาทีก็จะพบทางแยกไปโรงเรียนบ้านสันป่าเกี๊ยะ ผ่านหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ห่างจากหน่วย ฯ ประมาณ 500 ม. ก็ถึงสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว

นอนชมดาว
บนดอยป่าเกี๊ยะ

ดอยป่าเกี๊ยะ หรือสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว เป็นหน่วยงานของคณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุดเด่นของดอยป่าเกี๊ยะอยู่ตรงที่ยอดดอยซึ่งมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวแบบเต็มๆ ตา ดอยหลวงเชียงดาวนั้นมียอดดอยที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ น้อยคนนักที่จะสามารถเดินขึ้นไปบนยอดดอยหลวงเชียงดาวได้ เพราะต้องเดินขึ้นดอยเพียงอย่างเดียว โดยใช้เวลาจากจุดเริ่มต้นไปถึงจุดสูงสุดบนยอดดอยประมาณ 8-10 ชม. ที่ดอยป่าเกี๊ยะจึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมยอดดอยหลวงเชียงดาวเป็นจำนวนมาก

ในช่วงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี จะเป็นช่วงที่ดอกพญาเสือโคร่ง หรือที่เรียกกันว่า ดอกซากุระเมืองไทย กำลังบานสะพรั่งเต็มยอดดอย บรรยากาศและวิวทิวทัศนที่สวยงามอย่างนี้หาดูได้ไม่ง่ายนักนอกจากจะเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ที่แห่งนี้ยังมีแปลงเกษตรสาธิตสำหรับนักศึกษาใช้เพื่อเรียนรู้และขยายพันธุ์ทั้งพืชผัก และผลไม้เมืองหนาว อาทิเช่น สตรอว์เบอร์รี กาแฟ และผักกะหล่ำดอก สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการถ่ายภาพชมนก ที่แห่งนี้ยังมีนกหายากบินวนเวียนมาให้เห็นอยู่ตลอดเวลา

บนดอยป่าเกี๊ยะจะมีบ้านพักเป็นแบบโรงนอนที่ให้นักศึกษาพักอาศัย และบ้านพักรับรองสำหรับคณะอาจารย์ แต่นักท่องเที่ยวก็สามารถพักได้ด้วยเช่นกัน ราคาอยู่ที่ท่านละ 200 บาท/1 คืน สำหรับโรงนอน แต่หากอยากพักในส่วนของบ้านพักจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณหลังละ 1,000–2,000 บาท และสำหรับผู้ที่นิยมการนอนพักแรมแบบกางเทนท์ จะเสียค่าบำรุงสถานที่เทนท์ละ 100 บาท ที่นี่มีห้องน้ำและเครื่องครัวคอยให้บริการ แต่ก่อนเดินทางแนะนำให้เชคเรื่องที่พักกับทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เสียก่อน เพราะในช่วงฤดูการท่องเที่ยวนั้น จะมีนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ ซึ่งอาจจะทำให้พลาดการพักแรม เพราะไม่มีที่พักนั่นเอง

หากท่านที่ต้องการเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นยะเยือก พร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สถานที่เที่ยวทั้ง 2 แห่งที่ผมได้ไปสัมผัสมานั้น ถือว่ามีทีเด็ดอยู่มากมาย ทั้งในเรื่องของการเดินทาง และบรรยากาศที่มีมนต์เสน่ห์ แต่ทว่าบนถนนหลวงสาย 107 นั้น ยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย หากจะไปให้ทั่วคงต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ไว้ช่วงปลายปีผมจะไปเก็บภาพสวยๆ ของสถานที่เที่ยวที่เหลือมาให้ชมกันอย่างจุใจ

ขอขอบคุณ
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท 3.2 ดีไอดีขับเคลื่อน 4 ล้อ เป็นพาหนะในการเดินทาง

บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เอื้อเฟื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ GARMIN ASUS A50 เพื่อใช้เป็นระบบนำทาง

บริษัท อิตัลสยาม พาร์ท แอนด์ เซอร์วิศ จำกัด ที่เอื้อเฟื้อเทนท์ นอร์ธอีเกิล ไว้ใช้พักแรมในการเดินทาง



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเทพ เผ่าจินดา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2554
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/F8ldu

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
17 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th