บทความ

ทำความสะอาดพัดลมแอร์ ถอดก็ง่าย ใช้เวลานิดเดียว !


เคยเจอเสียงแปลกๆ เวลาเร่งพัดลมแอร์บ้างไหม ถ้าเคยแสดงว่ามีสิ่งแปลกปลอมเล็ดลอดเข้าไปได้ ดังนั้นมาทำความสะอาดพัดลมแอร์กันเถอะ !

พัดลมแอร์ นอกจากทำให้เกิดลมแรงๆ ให้เรารู้สึกสบายแล้ว ยังแฝงเชื้อโรคร้ายต่างๆ มากับสายลมด้วย ถ้าปล่อยให้ฝุ่นละออง จับทับถมกันเป็นระยะเวลานานแล้วล่ะก็…งานเข้าแน่ๆ DIY ฉบับนี้ มีวิธีทำความสะอาดพัดลมแอร์อย่างง่ายๆ มาฝากกัน

ทำไมต้องทำความสะอาด ?

ถ้าจะทำความสะอาดแอร์ทั้งระบบนั้น ดูแล้วอาจจะซับซ้อนไปหน่อย เพราะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือพอตัว และอาศัยเวลาพอสมควร อาจไม่ต้องล้างถึงขนาดนั้น เพราะเราสามารถยับยั้งสิ่งสกปรกเหล่านั้น ด้วยการทำความสะอาดพัดลมแอร์ ที่เป็นต้นทางของการนำพาฝุ่นภายในรถ โดยลมที่ผ่านพัดลมแอร์นี้ จะพัดไปหาคอยล์เย็น ถ้าปล่อยให้ฝุ่นผ่านไปเรื่อยๆ คอยล์เย็นจะอุดตัน ทำให้เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย นานๆ ไปคอยล์เย็นก็จะรั่ว ดังนั้นควรถอดพัดลมแอร์ และกรองอากาศแอร์ (ถ้ารถมี) ออกมาทำความสะอาดบ้าง

ต้องทำตอนไหน ?

การทำความสะอาดพัดลมแอร์ คู่มือในรถ มักไม่มีบอก โดยทั่วไปจะทำความสะอาดพัดลมแอร์ทุกๆ 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าระหว่างการเดินทาง พบเจอฝุ่นเป็นประจำ ก็อาจล้างบ่อยสักหน่อย ที่เป็นแบบนี้เนื่องจากในระบบหมุนวนภายในรถ จะมีช่องให้อากาศภายนอกเข้ามาได้ ถึงจะปิดดีแล้ว ฝุ่นก็ยังคงเข้าได้อยู่ดี แต่ในปริมาณที่น้อย พอพัดลมแอร์ทำงานก็จะดูดฝุ่นเหล่านั้นมาสะสมไว้ และจุดที่ต้องทำความสะอาดเป็นพิเศษ คือ บริเวณใบพัด และขั้วมอเตอร์

เชื้อโรคร้าย ในห้องโดยสาร

คนที่ใช้ชีวิตอยู่ภายในรถ วันละหลายชั่วโมง อาจได้รับอันตรายจากเชื้อโรคร้ายที่แฝงตัวอยู่ ได้มีการพิสูจน์ ระบบแอร์ภายในรถ พบว่า เป็นที่สะสมฝุ่นละออง ทั้งเส้นใยขนาดเล็ก รวมทั้งเชื้อโรคบางชนิด เช่น บริเวณเบาะรถยนต์ (โดยเฉพาะเบาะผ้า) จะมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งตามเกณฑ์มาตรฐาน จะต้องมีปริมาณฝุ่นขนาด 10 ไมครอนได้ไม่เกิน 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เพราะฝุ่นขนาดเล็กเหล่านี้ สามารถเข้าไปสะสมในปอดได้ง่าย นอกจากนี้ภายในรถยังมี พรม ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่ง ที่กักเก็บฝุ่นได้เป็นอย่างดี

อุปกรณ์

1. หัวเป่าลมและปั๊มลม
2. ไฟส่องสว่าง
3. ไขควงแฉก
4. ผ้าขี้ริ้ว
5. ถุงมือ

ขั้นตอนการเปลี่ยนกรองเชื้อเพลิง

1. ต่อไฟส่องสว่าง โดยนำขั้วบวก/ลบ ไปหนีบที่ขั้วแบทเตอรี โดยสีแดงเป็นขั้วบวก และสีดำเป็นขั้วลบ
2. ถอดลิ้นชักหน้ารถ ค่อยๆ บิดตัวลอคลิ้นชักออกทีละข้าง แล้วดึงลิ้นชักออกมาอย่างระมัดระวัง
3. หาปลั๊กไฟพัดลมแอร์ให้เจอ แล้วค่อยๆ ถอดปลั๊กออก โดยบีบที่ตัวลอคแล้วดึง
4. สำรวจตำแหน่งการถอด ถ้าเกิดพบว่าพลาสติคข้างรถขวางอยู่ ให้ถอดพลาสติคออกก่อน
5. คลายนอทยึดที่พัดลมแอร์ออกให้หมด โดยต้องเอามือประคองมอเตอร์ไว้ด้วย
6. ค่อยๆ ถอดมอเตอร์พัดลมแอร์ ออกมาอย่างช้าๆ เพราะอาจมีผงฝุ่นหลุดตามออกมาด้วย
7. ใช้ผ้าขี้ริ้วชุบน้ำ เช็ดคราบฝุ่นออกให้หมด โดยสามารถถอดชุดใบพัดออกมาได้อีก
8. เมื่อเช็ดเสร็จแล้ว อาจเป่าลมเข้าไปไล่ผงฝุ่นที่ซ่อนอยู่ จนฝุ่นหมด
9. เสียบปลั๊กไฟให้เรียบร้อย ก่อนทำการใส่พัดลมแอร์เข้าที่เดิม
10. ค่อยๆ ใส่พัดลมแอร์กลับที่เดิม โดยต้องหันทิศทางให้ถูกต้อง แล้วขันนอทให้เรียบร้อย
11. เมื่อใส่พัดลมแอร์เรียบร้อยแล้ว ก็นำพลาสติคที่ถอดไว้ ใส่ที่เดิมแล้วขันนอทกลับให้ครบ
12. เชคพัดลมแอร์ โดยหมุนเปิดปรับความแรงพัดลมแอร์ระดับต่างๆ ว่ามีเสียงอะไรหรือไม่ เป็นอันเสร็จ
ถ้าเราหมั่นทำความสะอาดพัดลมและกรองแอร์อยู่เสมอๆ ฝุ่นที่เกิดในระบบแอร์ก็จะน้อยลง สุขภาพร่างกายของเราก็จะดี ฉะนั้นควรใส่ใจดูแลรถของคุณบ้าง เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ประเทศไทยนั้นเป็นเมืองร้อน มักมีฝุ่นละอองกระจ่ายทั่วไป เราควรหมั่นทำความสะอาดพัดลมแอร์ และกรองแอร์อยู่เสมอ หรืออย่างน้อยทุกๆ 2-3 เดือน ระบบการทำงานของแอร์จะราบรื่นขึ้น แล้วคุณจะได้ขับรถอย่างมีความสุขไปตลอดทุกเส้นทาง



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2554
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Z9jKG

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจเชครถ
ขจัดกลิ่นอับด้วยวิธีธรรมชาติ
อัพเดทล่าสุด
19 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th