บทความ

4 WHEEL สไตล์ไหน เหมาะกับตัวคุณ ?


รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ยุคนี้ ผลิตออกมาจำหน่ายกันหลากหลายระบบ ทั้ง PART TIME/REAL TIME และ FULL TIME จนหลายคนสับสน ว่าแต่ละแบบมี ข้อเด่น ข้อด้อย อย่างไร ที่สำคัญ แบบไหนล่ะ จึงจะเหมาะกับการใช้งานของเราที่สุด

หลายคนบอกว่า เดี๋ยวนี้ถนนหนทางบ้านเราดีจะตาย รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ อาจไม่จำเป็นนัก อย่างถนนสายหลัก ที่มุ่งสู่ภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มีความกว้างอย่างน้อยก็ 4 เลน สามารถร่นระยะเวลาการเดินทางได้มาก ขณะเดียวกัน รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ รุ่นใหม่ๆ ก็คลอดออกมาโชว์ตัว ยั่วน้ำลายใครบางคนที่ชอบรถประเภทนี้ อาจจะซื้อมาขับเพื่อ “ความเท่” มากกว่าที่จะรู้ และใช้สมรรถนะของมันจริงๆ

รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วิ่งในเส้นทางทุรกันดารเสมอไป บริษัทรถยนต์หลาย
ค่ายก็นำระบบนี้มาใช้ เพื่อช่วยให้การขับขี่บนถนนปกติ มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นการที่จะเลือกซื้อรถขับเคลื่อน 4 ล้อ แสนแพงสักคันมาใช้งาน จำเป็นต้องรู้ว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ นั้นมีหลายประเภท ตอบสนองการใช้งานแตกต่างกัน

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ประเภทต่างๆ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

1. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ บางเวลา พาร์ทไทม์ (PART TIME)

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบนี้ ออกแบบมาให้ใช้วิ่งในสภาพเส้นทางทุรกันดาร เพื่อให้สามารถผ่านอุปสรรครูปแบบต่างๆ ได้สบายๆ โดยระบบส่งกำลังของระบบนี้ จะแบ่งออกได้อีก 2 แบบ คือ PART TIME HIGH (4H) และ PART TIME LOW (4L) ซึ่งเมื่อผู้ขับขี่เปลี่ยนระบบขับเคลื่อน
มาอยู่ในตำแหน่ง 4H หรือ 4L เฟืองตัวกลางของห้องเกียร์ขับเคลื่อน จะเลื่อนเข้าลอคติดกับห้องเกียร์ปกติ ทำให้กำลังของเครื่องยนต์ ถูกแบ่งไปที่ล้อคู่หน้า และล้อคู่หลังอย่างละ 50:50ส่วนใหญ่รถที่มีระบบขับเคลื่อนลักษณะนี้ จะมีระบบที่ช่วยกระจายแรงขับเคลื่อนไปในล้อที่มีแรงเสียดทานต่างกัน ให้มีแรงขับเคลื่อนที่เท่าๆ กัน ทั้ง 2 ข้าง ลิมิเทดสลิพ (LIMITED SILP)

ข้อเด่น: ขับขี่ในเส้นทางทุรกันดารได้ดีมาก เพราะมีระบบส่งกำลังที่สามารถเลือกการขับขี่ได้ในสภาพถนนหลากหลายรูปแบบ

ข้อควรระวัง: เมื่อเราใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบนี้แล้ว กำลังของเครื่องยนต์จะถูกแบ่งไปที่ล้อคู่หน้า และล้อคู่หลัง อย่างละ 50:50 ดังนั้นเวลาที่บังคับเลี้ยว จะเกิดอาการขืนที่พวงมาลัย เนื่องจากล้อหมุนในจำนวนรอบที่เท่ากันทุกล้อ ทั้งล้อคู่หน้า และล้อคู่หลัง จึงห้ามใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ พาร์ทไทม์ วิ่งบนถนนที่คดโค้ง โดยใช้ความเร็วสูงๆ เด็ดขาด

นอกจากนี้ยังมีระบบขับเคลื่อนบางเวลาที่แยกย่อยลงไปอีก คือ

– ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ บางเวลา แบบอัตโนมัติ เรียลไทม์ ( REAL TIME )

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ลักษณะนี้ ถูกออกแบบมาใช้ในถนนที่ไม่สมบุกสมบันมากนัก ส่วนใหญ่ระบบขับเคลื่อนหลัก จะเป็นล้อคู่หน้า การทำงาน คือ ถ้าล้อหลังล้อใดเกิดการหมุนในความเร็วที่ต่างกัน (รถเกิดอาการลื่นไถล) เพลากลางจะหมุนฉุดปั๊มแรงดันขึ้นโดยอัตโนมัติ ถ้าแรงดันสูงมากพอ จนทำให้แผ่นคลัทช์จับกับเพลาหลังของรถ จะทำให้ระบบส่งกำลังมาที่ล้อหลังกลายเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สมบูรณ์ แต่เมื่อใดที่ล้อหน้าและล้อหลังเกิดหมุนที่ความเร็วเท่ากัน (สภาวะปกติ) เพลากลางจะไม่สามารถสร้างแรงดันที่ปั๊มมากพอที่จะทำให้ไปจับแผ่นคลัทช์ที่เพลาหลังได้ ทำให้ระบบขับเคลื่อนกลับสู่สภาวะปกติ (ขับเคลื่อน 2 ล้อ) นั่นเอง
ระบบลักษณะนี้ รถยนต์บางค่ายอาจจะใช้ระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการสั่งการอีกด้วย

ข้อเด่น: ระบบนี้มีความคล่องตัวเหมือนรถขับเคลื่อน 2 ล้อ ทั่วไป เหมาะสำหรับขับขี่บนถนนที่ไม่ทุรกันดารมากนัก และอาจช่วยประหยัดเชื้อเพลิงกว่าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เล็กน้อย

ข้อควรระวัง: ไม่สามารถใช้ประสิทธิภาพของรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้จริง และไม่อาจรู้ได้ว่าระบบได้เปลี่ยนรูปแบบการขับเคลื่อนให้เราหรือไม่ จึงไม่ควรใช้ในเส้นทางสมบุกสมบันมากจนเกินไป

2. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ตลอดเวลา ฟูลล์ไทม์ (FULL TIME)

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในรถยนต์นั่ง ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสภาพถนนปกติ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนเป็นพิเศษ บนทางโค้งทางเปียกลื่น หรือทางตรงเมื่อใช้ความเร็วสูง ทำงานผ่านชุดเกียร์พิเศษ ทรานสเฟอร์ แคส (TRANSFER CASE ) ที่สามารถถ่ายทอดกำลังผ่านห้องแบ่งกำลัง โดยจะส่งกำลังไปที่เพลาท้าย และเพลาหน้า เพื่อขับเคลื่อนรถต่อไป ส่วนใหญ่ระบบนี้จะส่งกำลังไม่คงที่ เช่น ขณะรถวิ่งในทางตรง ระบบจะกระจายกำลังไปที่ล้อคู่หน้า และล้อคู่หลัง อย่างละ 50:50 แต่เมื่อเลี้ยวรถ ทำให้ล้อคู่หน้าเกิดแรงเสียดทานมากกว่าล้อคู่หลัง ระบบจะถ่ายทอดกำลังไปที่
ล้อคู่หลังมากกว่าล้อคู่หน้า เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และความปลอดภัยในขณะเลี้ยวเป็นต้น

ข้อเด่น: เหมาะสำหรับการใช้งานบนถนนปกติ มีประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนดีเยี่ยม ทั้งในทางโค้ง และทางตรงความเร็วสูง รวมถึงถนนที่เปียกลื่นด้วย ไม่มีปัญหาเรื่องวงเลี้ยวกว้างและการขืนของพวงมาลัยขณะเลี้ยว เหมือนระบบขับเคลื่อนแบบ พาร์ทไทม์

ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำรถไปใช้ในเส้นทางทุรกันดาร เนื่องจากระบบขับเคลื่อนแบบนี้จะเน้นเพิ่มสมรรถนะการขับขี่บนถนนปกติมากกว่า

ข้อควรรู้

กลุ่มรถประเภทกิจกรรมกลางแจ้ง เอสยูวี (SUV) ก็ใช้ระบบนี้อยู่ด้วย โดยจะใช้ระบบเกียร์ยุคใหม่ ที่เป็นได้ทั้งระบบ ฟูลล์ไทม์ และ พาร์ทไทม์ ในคันเดียวกัน คือ มีเกียร์ PART TIME HIGH (4H) และ PART TIME LOW (4L) และ เกียร์ว่าง (N) แถมยังสามารถลอคกำลังไปที่ล้อคู่หน้าและล้อคู่หลัง อย่างละ 50:50 ในโหมด 4H และ 4L ได้อีกด้วย สามารถใช้งานได้ดีในถนนทุกสภาพ รถประเภทนี้ที่มีขายในบ้านเรา ได้แก่ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ และ จีพ กแรนด์ เชอโรคี เป็นต้น

แบบไหน เหมาะกับคุณ ?

ถ้าคุณเป็นคนรักธรรมชาติ ชอบผจญภัย ถึงไหนถึงกัน

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ บางเวลา พาร์ทไทม์ เป็นคำตอบที่ดีที่สุดเพราะคุณสามารถที่จะเข้าใกล้ธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น รถของคุณจะพาเข้าถึงจุดหมายที่รถคันอื่นไปไม่ถึง

รถประเภทนี้ ที่มีขายในบ้านเรา ได้แก่ รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ ทุกรุ่น และรถพิคอัพดัดแปลงเช่น ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท เป็นต้น

ถ้าคุณเป็นคนที่ขับรถในเมือง แต่ก็แอบชอบธรรมชาติ และนิยมลุยแบบพอสนุก ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ บางเวลา แบบอัตโนมัติ เรียลไทม์ เหมาะสมที่สุดเพราะคุณจะได้ทั้งความสะดวกสบายในเมือง แล้วยังสามารถพาแฟนสาวไปในทางที่รถขับ 2หมดปัญญาตามไปดู

รถประเภทนี้ที่มีขายในบ้านเรา เช่น ฮอนดา ซีอาร์-วี และ ฟอร์ด เอสเคพ

ถ้าคุณรักความสะดวกสบาย ขับขี่ในเมืองเสมอ ไม่ชอบลุยสักเท่าไร

ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ ฟูลล์ไทม์ ถูกต้องที่สุดเพราะถนนหนทางสมัยนี้ พูดได้เลยว่าลาดยางเกือบจะหมดแล้ว แต่คุณก็ยังสามารถพาคนรู้ใจไปเที่ยวได้สบายๆ แถมยังเล่นกับโค้งได้มันๆ อย่างที่รถทั่วไปต้องอิจฉา

รถประเภทนี้ที่มีขายในเมืองไทย เช่น ซูบารุ อิมพเรซา/ฟอเรสเตอร์/เลกาซี และ เชฟโรเลต์ แคพทีวา 4WD



------------------------------
เรื่องโดย : วิธวินท์ ไตรพิศ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2552
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Zy7nA
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

คอนทิเนนทัล ชี้เครื่องยนต์ยังเป็นหัวใจสำคัญ
แจกวาร์ แลนด์ โรเวอร์ เปิดสตูดิโอแห่งใหม่ ในภูเก็ต
EA ANYWHERE เปิดสถานีชาร์จไฟฟ้า ตลอดเส้นทางท่องเที่ยว
โตโยตา มอเตอร์สปอร์ท 2018 สนามที่ 2 ลุยสนามช้างฯ บุรีรัมย์