บทความ

นม นม นม


น่าจะเป็นธรรมชาติในการชอบนมของคนเรา ซึ่งส่วนใหญ่จะชอบนมเด็ก…หรืออีกนัยหนึ่ง คือนมไม่ขาดอายุ การเลี้ยงเด็กแต่โบราณกาลมา ก็เลี้ยงด้วยนมมารดา ไม่มีนมกระป๋อง หรือนมกล่อง

ข่าวทุจริตเรื่องนมโรงเรียน ดูจะเวียนมาเป็นปัญหาแห่งชาติบ่อยครั้ง นับตั้งแต่เมืองไทยเรามีนโยบายเรื่องนมโรงเรียนปี 2535 สมัย ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี

คุณชวนไม่ใช่คนจุดประกายเรื่องนม คนที่ริเริ่มเป็นคนแรก คือ สหประชาชาติ เนื่องจากสหประชาชาติต้องการเห็นเด็กไทยมีร่างกายแข็งแรง และสมบูรณ์พูนสุข จึงรับหน้าเสื่อช่วยเหลือจัดการบริการนมเพื่อดื่มตามโรงเรียน ด้วยการบรรจุลงถังใหญ่นำมาวางไว้
ตามโรงเรียน

นักเรียนทุกคนย่อมรู้ดีว่า นั่นคือ นมสหประชาชาติ

พ่อแม่นักเรียนก็ดีอกดีใจ ลูกได้กินนมทุกวันที่ไปเรียนหนังสือ กลับบ้านก็มีกล้วยน้ำว้าให้กินอีกต่างหาก

พูดถึงกล้วยน้ำว้า ผมชอบเป็นการส่วนตัว และหากินจนถึงทุกวันนี้

สหประชาชาติ เป็นคนโฆษณาว่านมมีประโยชน์ต่อร่างกาย รัฐบาลก็เลยเห็นสอดคล้อง และดำเนินการโครงการนมโรงเรียน เริ่มต้นจากงบประมาณ 278.60 ล้านบาท เป็นการดื่มนมในระยะเวลา 120 วัน/ปีการศึกษา

รัฐบาลในปี 2546 งบประมาณนมโรงเรียนกลายเป็น 6,819.30 ล้านบาท เพราะจัดเพื่อเด็กนักเรียน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงประถมปีที่ 4 มีระยะเวลา 230 วัน/ปีการศึกษา มีเด็กนักเรียนในโครงการนี้ประมาณ 6 ล้านคน

เป้าหมายหลักมี 3 อย่าง เพื่อความเจริญของร่างกาย มีน้ำหนัก ส่วนสูงเป็นไปตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อปลูกฝังการดื่มนม และเพื่อสนับสนุนการใช้นมดิบตามโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมของรัฐ ฯ

ปริมาณนมที่ดื่มอยู่ที่ขนาด 200 ซีซี/1 วัน

แรกทีเดียวรัฐบาลเป็นผู้ดูแล และเจ้าของโครงการ ต่อมาได้โอนให้เป็นหน้าที่ของ อปท.(องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) ตามบทบัญญัติการกระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองมากขึ้น

นมโรงเรียนกลายเป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ โดยเกิดจากพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของนักการเมืองระดับชาติร่วมมือกับนักการเมืองระดับท้องถิ่น

ปัญหานมโรงเรียนก็เริ่มฟักตัวขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอนแต่ก็ไม่วายถูกโกงจนได้ เริ่มตั้งแต่การจดทะเบียนเป็นผู้ผลิตนมโรงเรียน มีทั้งผู้ผลิตแท้ และผู้ผลิตเทียม

ในบรรดาเหตุปัจจัยที่ทำให้รัฐบาล้มได้ นอกจากจะเป็นราคาน้ำมันแพงขึ้นตามสมัยก่อนๆนี้แล้ว ปัญหาเรื่องนมโรงเรียนก็อยู่ในข่ายที่ล้มรัฐบาลได้ นมโรงเรียนที่เป็นข่าวการทุจริตนั้นจึงเป็นประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งของรัฐบาลที่จะต้องจัดการแก้ปัญหาให้ทะลุ

เรื่องนี้สำหรับคนที่อยู่ข้างนอก “เอาท์ไซเดอร์” อาจมองเห็นว่าไม่น่าเป็นปัญหาเพราะไม่ใช่โครงการสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนงำ แค่หานมที่มีคุณภาพมาให้เด็กนักเรียนดื่มเท่านั้นโดยรัฐบาลเป็นผู้ออกสตางค์

แต่เป็นเพราะงบประมาณ ทำให้ผลประโยชน์เกิดขึ้น และถูกชักนำไปสู่วงจรอุบาทว์ของโครงการที่เอกชนกับรัฐ ฯ ร่วมกันเป็นคู่สัญญา

เหมือนกับโครงการสร้างถนน สร้างสะพาน 100 บาท สำหรับโครงการ แต่เมื่อทำจริงๆแล้วจะถึง 30 บาทหรือเปล่า ก็ยังไม่มีสำนักวิจัยที่ไหนค้นคว้าหาตัวเลขออกมาเปิดเผย

ไม่มีใครชื่นชมเรื่องของการทุจริตนมโรงเรียน เพราะถือเป็นการทำร้ายเด็กอย่างน่ารังเกียจมากที่สุด

เมื่อรัฐบาลมีปัญหา ทุกคนก็แสดงความเห็นอยากจะช่วยเหลือ เพื่อต้องการเห็นเด็กนักเรียนมีนมดื่มกินต่อไป บ้างก็ออกความคิดให้แจกคูปอง เพื่อนำคูปองไปแลกนมยี่ห้ออะไรก็ได้ที่ร้านค้า

ผมคิดว่า ปัญหาทุกอย่างแก้ได้นั้น จำเป็นที่สุดต้องอยู่บนเงื่อนไขของผู้ปฏิบัติ โครงการนมโรงเรียนเป็นโครงการที่ดีอย่างหนึ่งของรัฐ ฯ แต่ผู้ปฏิบัติมีจิตใจไม่สะอาดพอจึงเป็นปัญหา

เช่นเดียวกับระบบอีกหลายระบบ แม้แต่ระบอบการปกครองก็ยังถูกผู้ปฏิบัติบิดเบือนจนเสียรูปโฉม ถ้าเป็นนักมวยก็ถึงขั้นเสียมวยไปเลย

สมมติแจกคูปอง แต่เพื่อนไม่ยอมดื่มนมเอาคูปองไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น เจตนารมณ์ที่ต้องการให้นักเรียนดื่มนมทุกวันก็ไม่เกิดผล

โครงการนมโรงเรียนเท่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ก็น่าจะดี หากได้รับการดูแลอย่างตรงไปตรงมามีการตรวจสอบจากทุกฝ่ายก็น่าจะไม่มีปัญหา

ทุกวันนี้ผมซื้อนมกล่องจากร้านค้า เพื่อนำมาใช้แทนครีมผสมกาแฟ แม้จะเป็นนมที่ผลิตจากบริษัทนมใหญ่นมโต ผมก็ยังเจอนมกล่องที่ไม่มีคุณภาพจนได้ เทออกมาไหลโจ๊กเป็นน้ำไม่มีความข้นของนมติดอยู่เลย

น่าเห็นใจผู้ปกครอง ก่อนหน้าที่รัฐบาลจะมีนโยบายเรียนฟรี เข้าอนุบาล หรือตั้งแต่เตรียมอนุบาลก็ต้องมีค่านม

รัฐบาลก็ถามนักเรียนทุกวัน วันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง

เดือนนี้เป็นเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนยากจนที่สุดสำหรับผู้ปกครอง สภาพคล่องของผู้ปกครองพากันหดตัวด้วยความเรียบร้อย ถ้ามีการเข้าคิวที่ไหนในเดือนนี้ จะเห็นคิวเข้าโรงรับจำนำมากที่สุด

สมัยก่อนผมเคยทำโฆษณาภาพยนตร์เข้าฉายตามโรงภาพยนตร์ชั้นหนึ่งของกรุงเทพ ฯผมยอมรับว่า เดือนพฤษภาคมเป็นห้วงเวลาที่โรงภาพยนตร์มักหาหนังไม่มีระดับมาคั่นฉายระหว่างห้วงเวลาของการเปิดภาคเรียนหนังสือ

วันนี้โลกกำลังเกิดวิกฤตการเงินและเศรษฐกิจชะลอตัว การที่เด็กนักเรียนได้ดื่มนมฟรีทุกวันที่โรงเรียน จึงเป็นปัญหาที่รัฐบาลมองข้ามไม่ได้ บทอาขยานของรัฐบาลวันนี้นอกจากจะถามเด็กว่ากินนมแล้วหรือยัง จะต้องร้อง “คนว่างงานได้ แต่เด็กจะเว้นวรรคนมไม่ได้”

คนไทยไม่เพียงแต่เด็กนักเรียน ผมโตแล้วก็ยังเรียกหานม ซึ่งจะเป็นเพราะผมชอบนมหรือเป็นเพราะรัฐบาลรณรงค์ให้ชอบก็ไม่ทราบ

นอกจากนี้ผมดันเป็นผู้ชายที่มีอาการแพ้นมจากเต้า ผู้หญิงในความคิดของผมต้องมีนมเป็นสรีระหลัก เพราะผมถือว่าผู้หญิงไม่มีหน้าอก ไม่น่าจะใช่ผู้หญิง

ดาราหนังที่ผมจำได้แม่นยำกว่าคนอื่น ก็ต้องเป็นดาราหนังประเภทหน้าอกมาก่อน เช่นเจน แมนฟีลด์/อันนิตา เอคเบิร์ก/โซเฟีย ลอเรน/มาริลีน มอนโร และ “แพม” พาเมลา แอนเดอร์สัน

นักร้อง เจเนท แจคสัน ที่ทำเต้าข้างขวาของเธอหล่น ระหว่างร้องเพลงกับ จัสติน ทิมเบอร์เลค โชว์พักครึ่งเวลาอเมริกันฟุตบอลซูเพอร์โบว์ล 2004 ผมก็จำแม่นยำไม่เลิก

เป้าหมายในเรื่องนมโรงเรียนของรัฐบาล คงไม่ได้อยู่เพียงเด็กนักเรียนและโรงเรียน

ทำอย่างไรนักเรียนจะมีนมที่มีคุณภาพสำหรับดื่ม

ทำอย่างไรเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม จะหมดปัญหานมขายไม่ได้ต้องเอามาเททิ้ง

และรัฐควรทำอย่างไร สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค จึงจะไม่มีปัญหานมล้นสตอค

เป็นสามแพร่งอันตรายที่รัฐบาลน่ามองเห็นแนวทางแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จได้ผลตามที่รัฐบาลผู้ปกครองบ้านเมืองและเด็กนักเรียนต้องการ

นมอาจทุจริตได้ แต่ขอร้องละ อย่าถึงกับเบื่อนมนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : บรรเจิด ทวี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2552
คอลัมน์ : เล่นท้ายเล่ม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/jj0SR
อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th