บทความ

สาธิต เตชะลาภอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยนตรกิจเกียมอเตอร์ จำกัด


“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์ สาธิต เตชะลาภอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยนตรกิจเกียมอเตอร์ จำกัดผู้นำเข้า และจำหน่ายรถยนต์ เกีย และ นาซา ถึงมุมมองที่มีต่อตลาดรถยนต์ของเมืองไทยในปีนี้และอนาคต

ฟอร์มูลา : คุณคาดการณ์ว่าสถานการณ์ตลาดรถยนต์ปีนี้อย่างไร ?

สาธิต : ปีนี้ ผู้ประกอบการทุกราย ต้องทุ่มเททำการตลาดมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีบทเรียนจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 จึงระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น และจะตัดสินใจซื้อยากขึ้น ผู้บริโภคหลายคนชะลอการจับจ่ายสินค้าลง โดยรอดูว่าผู้ประกอบการจะลดราคาสินค้าลงเมื่อใด หรือมีแคมเปญทางการตลาดใดที่น่าสนใจ

ผมมองว่า ตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกน่าจะยังไม่ค่อยดีนัก ถ้าเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา โอกาสที่ตลาดจะฟื้นตัวค่อนข้างยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากไม่มีการสนับสนุนจากนโยบายต่างๆ ของภาครัฐ และคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีตลาดรถยนต์โดยรวมน่าจะเติบโตลดลงประมาณ 20 % จากปีที่แล้ว

ฟอร์มูลา : วางแผนกระตุ้นยอดจำหน่ายในปีนี้ไว้อย่างไร ?

สาธิต : สิ่งสำคัญของการทำตลาดรถยนต์ในปีนี้ คือ การดึงความต้องการซื้อรถของลูกค้า โดยเน้นการนำเสนอให้ลูกค้าเห็นถึงประโยชน์ใช้สอยของรถ ด้วยการพยายามชี้ให้ลูกค้าเห็นว่ารถยนต์ เกียมีความคุ้มค่า คุ้มราคา คุ้มประโยชน์ใช้สอย กับการตัดสินใจซื้อ รวมทั้ง เน้นการจัดกิจกรรมที่ใกล้ชิดกับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น อาทิ การจัดกิจกรรมให้ลูกค้าได้ทดลองขับรถ เพื่อที่ลูกค้าจะได้รับรู้ถึงความคุ้มค่า คุ้มราคา ของรถยนต์ เกีย โดยบริษัท ฯ มั่นใจว่า หากลูกค้าได้มีโอกาสทดลองขับรถยนต์เกีย ทุกรุ่น ลูกค้าจะชื่นชอบ และตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก ฉะนั้น ปีนี้บริษัท ฯ จึงใช้นโยบายการตลาดว่า “ของเขาดีจริงๆ”

นอกจากนี้ บริษัท ฯ ยังได้จัดแคมเปญต่างๆ เพื่อช่วยเหลือลูกค้า ให้สามารถมีเงื่อนไขในการผ่อนชำระที่ดี และเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย อาทิ การร่วมมือสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกับบริษัท ฯคือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) มอบเงื่อนไขพิเศษสำหรับลูกค้า เกีย เช่น แคมเปญดาวน์น้อยผ่อนนาน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เนื่องจากปัจจุบัน หากเงื่อนไขในการปล่อยกู้ไม่ดี ลูกค้าไม่
ตัดสินใจซื้ออย่างแน่นอน

ฟอร์มูลา : มีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่หรือไม่ ?

สาธิต : บริษัท ฯ วางแผนเปิดตัวรถยนต์นั่งขนาดเล็กในช่วงกลางปีนี้ คือ เกีย โซล ซึ่งเป็นรถธงของเกีย ที่เปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ปารีส ปี 2551 และเพิ่งเปิดตัวรถรุ่นพวงมาลัยขวาไปเมื่อเดือนเมย. ที่ผ่านมา บริษัท ฯ มั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบความแตกต่าง รวมทั้งการเปิดตัว เกีย โซล ยังถือเป็นการปรับภาพลักษณ์ของบแรนด์ เกีย ให้มี
ความทันสมัยมากขึ้น

เกีย โซล เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก 4 ประตู มี 2 รุ่น คือ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร และ 2.0 ลิตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาถึงราคาที่เหมาะสม สำหรับการทำตลาดในเมืองไทย โดยคาดว่าราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,000,000 บาทต้นๆ

อย่างไรก็ตาม รถยนต์ เกีย ทุกรุ่น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม อาทิเกีย ปิกันโต ซึ่งเป็นรถซิที คาร์ ราคาไม่แพง และประหยัดน้ำมัน เกีย เค 2900 ซึ่งเป็นรถพิคอัพจัมโบ รายแรกของเมืองไทยที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล 2.9 ลิตร เทอร์โบ อินเตอร์คูเลอร์ที่ได้มาตรฐานยูโร 4 ทั้งยังมีความสามารถในการบรรทุกได้มาก และยังประหยัดน้ำมัน จึงช่วยประหยัดค่าขนส่งสำหรับผู้ประกอบการ นอกจากนี้ เกีย กแรนด์ คาร์นิวัล รถ เอมพีวี 11ที่นั่ง ซึ่งเป็นรถครอบครัว ก็ยังได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี

ฟอร์มูลา : วางเป้าหมายยอดจำหน่ายปีนี้ไว้เท่าไร ?

สาธิต : บริษัท ฯ ตั้งเป้าหมายยอดจำหน่ายในปีนี้ไว้ประมาณ 1,400 คัน แบ่งเป็น เกีย ปิกันโตประมาณ 800-900 คัน เกีย กแรนด์ คาร์นิวัล ประมาณ 400-500 คัน และรุ่นอื่นๆ อย่างไรก็ตามยอดจำหน่าย เกีย ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 700 กว่าคัน เนื่องจาก เกีย ปิกันโต เข้ามาทำตลาดช้ากว่าแผนที่วางไว้

ฟอร์มูลา : ผลการตอบรับรถยนต์ นาซา จากมาเลเซีย เป็นอย่างไร ?

สาธิต : นาซา เป็นรถบแรนด์ใหม่ จากประเทศมาเลเซีย ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ปัจจุบันยังมีแค่รุ่นเดียว คือ นาซา ฟอร์ซา เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ประหยัดน้ำมัน และมีราคาถูกที่สุดในเมืองไทย ขณะนี้ คือ 349,000 บาท ซึ่งบริษัท ฯ จะใช้จุดนี้เป็นตัวทำตลาดต่อไปเรื่อยๆ นอกจากนี้จากการที่ นาซา ใช้โชว์รูม และศูนย์บริการร่วมกับ เกีย ที่มีกว่า 35 แห่งทั่วประเทศ ผู้บริโภคที่ซื้อ
รถยนต์ นาซา จึงไม่ต้องกังวลใจกับเรื่องการบริการหลังการขาย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาโรงงานผลิตในประเทศมาเลเซีย ผลิตรถส่งให้บริษัท ฯ ไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ปีที่ผ่านมา นาซา ปิดยอดส่งมอบให้ลูกค้าได้เพียง 500 กว่าคัน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ได้เจรจากับโรงงานผลิต ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ให้มากขึ้น ทำให้คาดว่าปีนี้นาซา จะมียอดจำหน่ายรวมประมาณ 1,200-1,300 คัน

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าแนวโน้มรถยนต์ที่จะได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ รถประเภทใด ?

สาธิต : ปีนี้ แนวโน้มของรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะได้รับความนิยมมาก เนื่องจากช่วยประหยัดน้ำมันเพราะคาดว่าราคาน้ำมันในปีนี้อาจขยับสูงขึ้นอีก นอกจากนี้ จากการที่ผู้บริโภคระวัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะหันมาซื้อรถเล็ก ซึ่งมีราคาถูกกว่ามากขึ้น ที่สำคัญ รถเล็กมีอรรถประโยชน์ใช้สอยที่เหมาะสมกับความต้องการใช้รถของกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะการขับขี่ในเมือง

ฟอร์มูลา : คุณคิดว่าการดำเนินนโยบายที่ผ่านมา เดินมาถูกทางแล้วหรือไม่ ?

สาธิต : บริษัท ฯ วางนโยบายการทำตลาดมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะเน้นการทำตลาดเฉพาะ เนื่องจากไม่ได้นำรถเก๋งเข้ามาทำตลาด เนื่องจากมองว่าตลาดรถยนต์เมืองไทย ผู้ประกอบการที่ทำตลาดรถเก๋ง มีหลายราย และมีเจ้าตลาดอยู่แล้ว ระยะเวลาเกือบ 10 ปีของการดำเนินธุรกิจในเมืองไทย เกีย มียอดจำหน่ายรถยนต์ทั้งหมดกว่า 20,000 คัน การเติบโตของ เกีย แม้จะไม่มีช่วงของการเติบโตที่ก้าวกระโดด แต่เราก็สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทุกปีปัจจุบันกลุ่มยนตรกิจเอง ก็ได้มีการเปลี่ยนระบบการบริหารงาน จากระบบครอบครัว มาสู่การบริหารงานแบบมืออาชีพมากขึ้น เพื่อพัฒนา และสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มยนตรกิจ ซึ่งปัจจุบันนับเป็นบริษัท ฯ จำหน่ายรถยนต์รายเดียวในประเทศไทยที่เป็นผู้นำเข้า

ฟอร์มูลา : การทำตลาดบแรนด์ เกีย และ นาซา บริษัท ฯ ต้องปรับเปลี่ยนการบริหารงานในส่วนใดหรือไม่ ?

สาธิต : การนำ นาซา เข้ามาทำตลาดเพิ่มอีกหนึ่งบแรนด์ เป็นการเสริมไลน์สินค้าของบริษัท ฯ ทั้งนี้เกีย มีรถยนต์รุ่นที่ทำตลาดในประเทศไทยเพียง 4-5 รุ่น ส่วน นาซา ปัจจุบันมีเพียงรุ่นเดียว ที่ผ่านมาบอกพนักงานทุกคนให้คิดว่า การนำ นาซา เข้ามาทำตลาด ไม่ใช่เป็นการเพิ่มยี่ห้อรถที่ต้องดูแลแต่เป็นการทำตลาดรถเพิ่มอีก 1 โมเดลมากกว่า ซึ่งไม่ใช่งานที่มากเกินไป หากเทียบกับบริษัทใหญ่ซึ่งมีจำนวนรุ่นรถมากกว่า

ฟอร์มูลา : คุณคาดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยจะฟื้นตัวเมื่อใด ?

สาธิต : ผมมองว่า วิกฤตเศรษฐกิจในต่างประเทศ จะเริ่มฟื้นตัวในช่วงต้นปีหน้า สำหรับในประเทศไทยกลางปีนี้น่าจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจบ้านเราได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกมากที่สุด และน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี 2553 ดังนั้น สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน คือ การฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เมื่อมีความเชื่อมั่นที่จะใช้จ่าย ภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้นอย่างแน่นอน



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา ทองมาก
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2552
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/IprMd

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New