บทความ

ขายประกันทางโทรศัพท์ (ต่อ)


ฉบับนี้เป็นเรื่องขายกรมธรรม์ประกันภัย ผ่านทางโทรศัพท์ ต่อเนื่องจากฉบับที่แล้ว ซึ่ง คปภ.ได้ออกประกาศ ที่เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ผ่านทางโทรศัพท์ พศ.2552” โดยให้ประกาศนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ทันที ประกาศ ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พศ.2552 ลงนามโดย ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

สำหรับเหตุผลในการออกประกาศระบุไว้ชัดเจนท้ายประกาศว่า “เหตุผลที่มีการออกประกาศนี้เนื่องจากปัจจุบันการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย กระทำได้หลากหลายวิธี และวิธีหนึ่งที่แพร่หลาย ก็คือ การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ ดังนั้นเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนมิให้ถูกรบกวน หรือสร้างความรำคาญใจจากการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ จึงจำเป็นต้องออกประกาศนี้“

ดังนั้นหลังจากนี้เป็นต้นไป ในการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ ให้บริษัทประกันต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด

ซึ่งบริษัทประกันก็จะต้องแจ้ง และกำหนดให้ การปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทน หรือนายหน้าประกันภัย-ประกันชีวิต ในการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดให้ตัวแทนและนายหน้าประกันภัย-
ประกันชีวิต ต้องปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติภายใต้การจัดการของบริษัทในประกาศนี้ด้วยหากพบว่า ตัวแทน-นายหน้าประกันภัย-ประกันชีวิต ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศนี้ อาจเป็นเหตุให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือ
ใบอนุญาตเป็นนายหน้าประกันภัย-ประกันชีวิต แล้วแต่กรณีตามความแห่งพระราชบัญญัติประกันภัย-ประกันชีวิต พศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันภัย-ประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พศ. 2551

สำหรับรายละเอียดของวิธีการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในข้อ 9ของประกาศดังนี้

ข้อ 9 วิธีการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย บริษัทจะต้องจัดการให้ตัวแทนประกันชีวิตหรือนายหน้าประกันชีวิตปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติในการเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ ดังนี้

9.1 เมื่อมีการโทรศัพท์ไปยังผู้มุ่งหวัง ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิต จะต้องแจ้งชื่อตัวชื่อสกุลของตน เลขที่ใบอนุญาต ชื่อบริษัทประกันชีวิตที่กำลังเสนอขาย หลังจากนั้น ต้องแจ้งทันทีว่า ตนประสงค์จะเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ในการนี้ให้หลีกเลี่ยงการใช้คำว่าฝากหรือ ฝากเงินแทนการชำระเบี้ยประกันภัย

9.2 หากผู้มุ่งหวังไม่ประสงค์จะทำประกันภัย ไม่ต้องการรับการติดต่อ ตัวแทนประกันชีวิตนายหน้าประกันชีวิตต้องยุติการสนทนาทันที แต่หากผู้มุ่งหวังต้องการทราบการได้มาซึ่งข้อมูลของตนเอง ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิตต้องแจ้งให้ทราบว่า ตนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผู้มุ่งหวังมาได้อย่างไรก่อน จึงจะยุติการสนทนาได้

9.3 เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้มุ่งหวังให้เสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ตัวแทนประกันชีวิตนายหน้าประกันชีวิตต้องขออนุญาตการบันทึกเสียงสนทนาก่อน หากได้รับอนุญาตให้บันทึกเสียงจะต้องขอคำยืนยันการอนุญาตให้บันทึกเสียงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นให้บันทึกเสียงต่อไปจนกระทั่งสิ้นสุดการสนทนา และให้เก็บหลักฐานการบันทึกเสียงนั้นเป็นระยะเวลาเท่ากับสัญญาของกรมธรรม์ประกันภัยนั้น

หากไม่ได้รับอนุญาต ห้ามตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิตบันทึกเสียงสนทนาใดๆทั้งสิ้น

9.4 ในการเสนอขาย ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิตต้องแนะนำให้ผู้มุ่งหวังทำประกันชีวิตให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย(SUITABILITY REQUIREMENT) และในการอธิบายเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยที่เสนอขายตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิตจะต้องอธิบายในเรื่องดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

9.4.1 ชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ของบริษัท

9.4.2 สรุปผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย และข้อยกเว้นความคุ้มครอง

9.4.3 จำนวนเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องชำระ ระยะเวลาเอาประกันภัยระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย ในการนี้ให้หลีกเลี่ยงการใช้คำว่า ฝาก หรือ ฝากเงิน แทนการชำระเบี้ยประกันภัย

9.4.4 แจ้งวิธีชำระเบี้ยประกันภัย และให้เริ่มต้นความคุ้มครองตามวันที่ผู้มุ่งหวังกำหนด

9.4.5 แจ้งสิทธิการขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย (FREE LOOK PERIOD) โดยระบุด้วยว่าการใช้สิทธินี้ให้ใช้สิทธิได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้เอาประกันภัยได้รับกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัท หรือ มากกว่า 30 วัน ทั้งนี้ขึ้นกับแบบกรมธรรม์ประกันภัยที่มีการเสนอขายโดยผู้มุ่งหวังจะได้รับเบี้ยประกันภัยคืนเต็มจำนวน

9.4.6 เมื่อมีการตอบตกลงทำประกันภัย ให้บันทึกชื่อ นามสกุลพร้อมเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลนั้น

9.5 เมื่อผู้มุ่งหวังตอบตกลงที่จะทำประกันชีวิต ตัวแทนประกันชีวิต จะต้องแจ้งการทำประกันชีวิตไปยังบริษัทในโอกาสแรกที่กระทำได้ แต่ไม่เกินวันทำการถัดไป

9.6 ตัวแทนประกันชีวิต นายหน้าประกันชีวิตจะต้องแจ้งให้ผู้มุ่งหวังทราบระยะเวลา ซึ่งผู้มุ่งหวังจะได้รับกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัท หรือได้รับการติดต่อจากบริษัทเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัย

9.7 ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่บริษัทส่งกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยบริษัทจะต้องโทรศัพท์ไปขอคำยืนยันจากผู้มุ่งหวังอีกครั้งหนึ่ง (CONFIRMATION CALL) เมื่อได้รับอนุญาตให้สนทนา จะต้องขออนุญาตผู้มุ่งหวังในการบันทึกเทปสนทนา โดยต้องบันทึกตั้งแต่ได้รับอนุญาตจนกระทั่งสิ้นสุดจากการสนทนา และให้บริษัทเก็บเทปสนทนาดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาของสัญญาประกันภัยนั้น ในการสนทนาต้องมีรายละเอียดดังนี้

9.7.1 ชื่อ นามสกุลของผู้ทำการติดต่อ

9.7.2 สอบถามผู้มุ่งหวังว่าได้รับกรมธรรม์ประกันภัย แล้วหรือไม่

9.7.3 ให้สอบถามผู้มุ่งหวังว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงื่อนไข ความคุ้มครองข้อยกเว้นใดๆ หรือไม่หากมี จะต้องมีการอธิบายให้ผู้มุ่งหวังสิ้นสงสัย

9.7.4 หากผู้มุ่งหวังไม่มีข้อสงสัย ให้สอบถามว่า ผู้มุ่งหวังยังคงยืนยันที่จะทำประกันภัย หรือไม่หากยังคงยืนยันในการทำประกันภัยให้แจ้งสิทธิการขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย (FREE LOOK PERIOD) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้มุ่งหวังได้รับกรมธรรม์ประกันภัยจากบริษัทหรือมากกว่า 30 วัน ทั้งนี้ขึ้นกับแบบกรมธรรม์ประกันภัยที่มีการเสนอขาย

หากผู้เอาประกันภัยประสงค์จะยกเลิกการประกันภัย ให้บริษัทคืนเบี้ยประกันภัยเต็มจำนวนโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

การคืนเบี้ยประกันภัยให้บริษัทดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับแจ้งการขอใช้สิทธิยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย

จะเห็นได้ว่าประกาศนี้ออกมาเพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิของประชาชน ในฐานะผู้มุ่งหวังของบริษัทประกัน เพื่อไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบในการได้รับข้อมูลที่ไม่ชัดเจนครบถ้วนก่อนตกลงซื้อประกัน และสามารถจะบอกปัดได้ทันที หากตนเองเห็นว่ากำลังถูกรบกวน
หรือถูกก่อความรำคาญจากบรรดาพนักงานของบริษัทที่โทรเข้ามาเสนอขายประกันซึ่งการปฏิเสธเพียงครั้งเดียวของท่าน จะมีผลให้ท่านไม่ต้องถูกรบกวนจากบริษัทนั้นๆ ไปอีกนานถึง 6 เดือนเลยทีเดียว

หากประชาชนผู้ใดพบเห็นว่ามีการเสนอขายประกันผ่านโทรศัพท์ไม่ได้เป็นไปตามประกาศนี้หรือมีข้อสังสัยใดๆ เกี่ยวกับประกันภัย ให้สอบถามได้ที่โทร. 1186 (สายด่วนประกันภัย) นะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล นิติธรรมโกศล
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ประกันภัย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/U4BGX
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New