ข่าวรอบโลก

รถพลังงานทางเลือก และทิศทางในอนาคต


จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น มีผลทำให้ผู้บริโภคหันไปสั่งจอง โตโยตา ไฮบริด ซึ่งเป็นรถไฮบริดที่ขายดีที่สุดในโลก ในปี 2551 โตโยตา จำหน่ายรถไฮบริดไปถึง 241,000 คัน รวมไปถึง แคมรี ไฮบริด ด้วย ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ยอดขายรถไฮบริดของ โตโยตา ครองสัดส่วนทางการตลาดถึงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ ส่งผลให้ค่าย จีเอม และไครสเลอร์ ได้หันกลับมาสนใจในเรื่องไฮบริด โดยผลิตรถ เชฟโรเลต์ ตาโฮ ไฮบริด และแคดิลแลค เอสกาเลด ไฮบริด ในขณะที่ ไครสเลอร์ ได้ผลิตเอสยูวี ไฮบริด ดอดจ์ แอสเปน ค่ายต่างๆ หันมาพัฒนาเทคโนโลยีด้านเครื่องยนต์เพื่อใช้กับระบบไฮบริดแบบพลัก-อิน ที่สามารถชาร์จไฟโดยการเสียบปลั๊กไฟฟ้าโดยทั่วไป รวมไปถึงการผลิตรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าซึ่งได้นำออกแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ ช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ในขณะที่ค่ายรถหรู เลกซัส ก็ได้เผยโฉม เอชเอส 250 เอช รถไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับตลาดระดับสูง คาดกันว่ารถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบทเตอรีจะเป็นขั้นตอนต่อไปในอนาคต และภายใน 10 ปีข้างหน้านี้ ไฮบริดจะเป็นอุปกรณ์พิเศษให้ผู้ซื้อเลือกติดตั้งได้ ในขณะที่ค่าย เมร์เซเดส-เบนซ์ ก็ได้นำรถแนวคิด บลู ซีโร อี-เซลล์ แบทเตอรี และอี-คลาสส์ ไฮบริด ออกแสดงในงานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เชฟโรเลต์ ได้สร้างสีสันในงานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ ด้วยการแนะนำรถไฟฟ้าต้นแบบ เชฟโรเลต์ โวลท์ เพื่อขยายไลน์การผลิตรถพลังไฟฟ้า เพื่อที่จะออกจำหน่ายในปี 2554 คาดว่า โวลท์ จะทำยอดขายได้กว่า 40,000 คัน/ปี

ผู้บริหารระดับสูงของ จีเอม ให้ข้อมูลว่า จากการที่นโยบายประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ คนใหม่ เน้นในเรื่องสิ่งแวดล้อม และลดการนำเข้าน้ำมัน มีผลทำให้บริษัทรถยนต์เริ่มหาแนวทางที่จะผลิตรถรุ่นใหม่ที่ประหยัดเชื้อเพลิง



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Vq3z8
เพิ่มเพื่อน