บทความ

เซกซ์กับคนเมือง


สถานีโทรทัศน์ เอชบีโอ (HBO) สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมีหนังซีรีส์เรื่องหนึ่งชื่อ SEX AND THE CITY ได้รับความนิยมอย่างสูง รันได้ยาวถึง 6 ปี ตั้งแต่ปี 2541 (1998)ถึง 2547 (2004) รวม 6 ฤดูกาล

อเมริกันชนร้อยละ 80 นิยมเคเบิลทีวี ชาวอเมริกันที่เปิดโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมีจำนวนแตกต่างกับผู้ดู ASTV ในเมืองไทยเหมือนฟ้ากับดิน

“เซกซ์กับคนเมือง” เป็นเรื่อง 4 ดรุณี 3 ใน 4 เป็นสาวอายุ 30 ปีกลางๆ คนที่ 4 คนเดียวอายุ40 ปี มะพร้าวกำลังมันทั้ง 4 ลูกนี้เดินเรื่องเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของสังคมได้อย่างตรงประเด็นเช่น การมีเซกซ์อย่างปลอดภัย เซกซ์แพร่เชื้อโรค เปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า และพาร์ทีหมู่ตะลุมบอน สังคมอเมริกันถือหนังเรื่องนี้เป็นบทตรวจสอบชีวิตผู้หญิงทำงานชาวอเมริกันระหว่างปลายทศวรรษที่ 90

ภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างจากนวนิยายของ แคนดิศ บุชเนลล์ ซื้อลิขสิทธิ์มาเป็นเงิน 50,000เหรียญสรอ. หรือประมาณ 1.75 ล้านบาท เริ่มออกแพร่ภาพ 6 มิถุนายน 2541 และสิ้นสุดลงในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2547

ซีรีส์มีทั้งหมด 74 ตอน ความยาวตอนละ 30 นาที ใช้คนหลายคนเขียนบท โดยส่วนมากผู้เขียนจะเป็น ดาร์เรน สตาร์ เปิดฉากตอนแรกด้วยพาร์ทีวันเกิดปีที่ 30 กว่าของ มิแรนดา วันเกิดปีที่ 30 กว่าๆ ก็คือ 30 อะไรก็ได้ เพื่อนคนหนึ่งชื่อ แคร์รี เกิดไอเดียบรรเจิดตกลงกับเพื่อนว่า ชีวิตที่เหลืออยู่ต่อไปนี้เรามาเล่นบทรักกัน ผู้ชายทำได้อย่างไร-ผู้หญิงอย่างเราก็ต้องทำได้อย่างนั้น ปรัชญานี้ได้รับการตอบรับจาก ซาแมนธา และชาร์ลอทท์

4 ตะลุมบอนก็เริ่มชีวิตใหม่ทันที แคร์รี-เจ้าของไอเดีย มั่วกับ มิสเตอร์บิก ขณะที่ มิแรนดา มีนัดกับ จอห์นสัน ส่วน ชาร์ลอท มีเดทกับ ดันแคน แต่เมื่อเธอบอกว่ามีอะไรกันได้หมดทุกกระบวนท่า ยกเว้นมีเซกซ์ ดันแคน ก็หันไปหา ซาแมนธา

ปีที่หนึ่งตลอดทั้งปี ถ่ายทำในระบบ 16 มม. ที่เหลือ 5 ปี หรือ 5 ฤดูกาลต่อมา ถ่ายทำในระบบ35 มม.

แฟนของ แคร์รี ที่ชื่อ “มิสเตอร์บิก” เป็นชื่อเรียกเล่นๆ ที่ แคร์รี ตั้งขึ้นมาเอง และชื่อนี้ถูกใช้ต่อมาทุกตอน โดยไม่มีใครรู้ว่าผู้ชายคนนี้มีชื่อจริงว่าอะไร มาปรากฏในตอนอวสาน เพียงว่าเขาชื่อ “จอห์น”

กาลครั้งหนึ่ง ผมไปเที่ยวสหรัฐอเมริกา และเข้าไปในเมืองนิวยอร์ค เมืองของหนังซีรีส์เรื่องนี้ มีคนไทยคนหนึ่งอาชีพขับแทกซีอาสาพาตระเวนเที่ยวซ่อง พอถึงบ้านผู้หญิงก็กดสัญญาณประตูหน้าบ้าน มีเสียงถามจากข้างในว่า ใครน่ะ ?

คนไทยของผมก็ตอบทันที “จอห์น” แล้วก็ได้เรื่อง คือ แฮพพีเอนดิง

แคร์รี บแรดชอว์ เป็นผู้บรรยายทุกตอนของซีรีส์ ซาแมนธา โจนส์ เป็นผู้หญิงที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม 4 นางนี้ หล่อนมีความเชื่อมั่นในตัวเองเกี่ยวกับเซกซ์ และเป็นผู้หญิงชอบ “ทดลองของใหม่” ทุกด้าน อะไรที่ใหม่สำหรับหล่อน จะต้องขอทดสอบทันที

ชาร์ลอทท์ ยอร์ค ทำงานเกี่ยวกับอาร์ทแกลเลอรี เป็นผู้หญิงที่มีจิตวิญญาณเกี่ยวกับความรักแตกต่างกับเพื่อน หล่อนเห็นว่าความรักไม่ใช่ความใคร่

มิแรนดา ฮอบบ์ส์ เป็นทนายความ จบด้านกฎหมายจากฮาร์วาร์ด ในฟิลาเดลเพีย เป็นเพื่อนของ 3 ดรุณีที่มีเหตุผล และให้ความเป็นเหตุเป็นผลกับเพื่อนได้ดีที่สุด

ชื่อแต่ละตอนฟังแล้วหวาดเสียว แต่ถ้าดูแล้วก็อย่างนั้นแหละ ไม่หวาดเสียวสมกับชื่อของแต่ละตอน เช่น “หุบผาแห่ง ๒๐ ผู้ชาย” “อำนาจเซกซ์จากผู้หญิง” “ความเร้นลับของเซกซ์” “3 คนนี่มันแออัดนะ” “THE MAN, THE MYTH, THE VIAGRA” “THE FUCK BUDDY” “THE GOOD FIGHT” และ “GREAT SEXPECTATIONS”

นี่ก็แปลว่า เกี่ยวกับเรื่องเซกซ์ด้วยกันแล้ว ฝรั่งถือเป็นเรื่องปกติ สามารถเอามาตีแผ่ และยำกันได้ ไม่น่าเกลียด

แปลกสำหรับผมก็คือ เรื่องของเซกซ์ เป็นเรื่องซ้ำซากและจำเจ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่น่าจะเป็นเรื่องปิดบัง หรือเอามาตีแผ่ เพราะไม่มีอะไรจะต้องมาพูดถึง แล้วมันก็แปลก เมื่อมีคนเอ่ยถึงเรื่องนี้ จะต้องมีคนฟังทุกทีไป หรือถ้าเมื่อไร และที่ไหนมีพาร์ที มีงานโชว์ ก็มักจะมีเรื่องเซกซ์เข้ามาปนเปื้อนเป็นเป้าหมายหลักของบรรดาผู้ไปร่วมงาน

อาทิ งานรางวัลออสการ์ หรืองานตุ๊กตาทองของฮอลลีวูด ทุกปีจะมีการแต่งตัวประกวดประชันแข่งกันในด้านเซกซ์อุตลุด แต่ละชุดมาด้วยราคาแพง และมักจะมาแบบโป๊ โชว์เนื้อหนังมังสาให้มากที่สุด

งานนี้เขาโชว์กันในตอนสายัณห์ ก่อนเวลาประกาศผลรางวัล 2 ชั่วโมง ประพฤติกันเป็นประเพณีจนเรียกเป็น “งานบนพรมสีแดง”

เรื่องอย่างนี้ เมื่อฝรั่งทำได้ คนไทยก็ทำได้ เหมือนเมื่อครั้งงานประกาศรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 18 (ออสการ์ของฮอลลีวูดครั้งที่แล้ว เป็นครั้งที่ 81-ตัวเลขสลับกันกับไทย) สุดเริ่ดในเรื่องการแต่งกายของนักแสดงฝ่ายหญิง

อันที่จริง งานสุพรรณหงส์ที่มีชุดวับๆ แวมๆ แบบนี้ก็ไม่ใช่จะเพิ่งปรากฏเอาในครั้งที่ 18 ก่อนหน้านี้ก็มีมาไม่ขาด

ตั้งแต่มีเรื่อง ดาราทำเต้าหล่นกลางงาน จนถึงชุดสุดเซกซีมากที่สุดของนักแสดง เป็นหัวข้อของชมรมบิกเมาท์สนั่นบางกอก

หลังสุดนี้ หญิง-จุฬาลักษณ์ กฤตยารัตน์ สวมชุดซีธรู เปิดเผยแทบทุกส่วนของเรือนร่างผมเคยพบนักแสดงคนนี้นอกจอ นอกเวที ควงผู้ชายไปกินติ่มซำธรรมดาที่ซอยวัชรพล เธอก็เป็นสาวที่เปิดเผยและตรงประเด็นทุกเรื่อง นั่นก็เป็นสิทธิ์ของเธอ เทวดาก็ห้ามไม่ได้

ชุดในงานสุพรรณหงส์ของ มาช่า วัฒนพานิช ก็ไม่เลว ผ่าตรงไหนได้เป็นผ่าตลอด

หรือชุดอินตะระเดียของ สาวแคนดี-ชุติมา มาเหนือชั้นกว่านักแสดงฮินดูที่เมืองมุมไบ เปิดส่วนบนเกินความจำเป็นเอามากๆ

ผมเป็นผู้ชายประเภท เซเวน-อัพ คือ เกิน 70 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ค่อยสันทัดนักแสดงหน้าใหม่ๆ นอกจากสาวนักแสดงคนนั้นจะมีรูปโฉมและหน้าตาสะดุดอารมณ์ อย่างเช่น มาช่า หรือ อั้ม-พัชราภา

หรือไม่ก็ ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม ซึ่งเธอเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการแต่งกายชุดเซกซีของนักแสดงด้วยกัน โดยเธอเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก สำคัญอย่างที่สุดสำหรับการยืนอยู่บนถนนวงการบันเทิงเมืองไทย

ก็น่าจะเป็นการพูดที่ถูกต้อง แต่ไม่น่าจะจำเพาะเมืองไทย เมืองไหนๆ ผมก็เห็นแต่เรื่องอย่างนี้ทุกเมืองไป

การแต่งเซกซีนั้น ผมยังเชื่อว่า ถ้าคนแต่งไม่มีเซกซ์ แอพพีล ก็จบข่าวมากกว่าชวนชื่น

หรือแต่งเซกซีได้ดีเหมาะสมกับเต้า หรือแก้มสะโพก ปลีน่องจนถึงส้นเท้าและรอยหวาย ถ้าไม่มีความสามารถ หรือพรสวรรค์ของความเป็นนักแสดง ก็จบข่าวเหมือนกัน อย่าหลงคิดว่าเซกซ์เป็นหนังสือเดินทางไปสู่ประตูแห่งความสำเร็จ

การทำเต้าหล่นในที่สาธารณะ ก็ยังเป็นเรื่องพูดได้ทั้งบวกและลบ ผู้หญิงที่ทำเต้าหล่นต้องการอะไร ต้องการเพียงดึงดูดสายตาผู้คน หรือต้องการเด้งตัวเองไปให้ถึงระดับดาราโลก

และผมก็ยังไม่เข้าใจกรณีทำเต้าหล่นของ เจเนท แจคสัน ขณะร้องเพลงกับ จัสติน ทิมเบอร์เลคนักร้องชาย กลางงานระหว่างพักครึ่งเวลาอเมริกันฟุตบอลที่อื้อฉาวปี 2547 คราวนั้น หมดปัญญาวิเคราะห์ เจเนท ต้องการอะไรจากเต้าด้านขวาของหล่อนหล่นตุ้บออกมาเฉย

แต่ถึงกระนั้น ถ้ามาถามผม ก็ต้องตอบตรงไปตรงมาว่า ชอบและต้องการเห็นเต้าหล่น เพราะท่าเต้น หรือเสียงร้องของเธอมันก็งั้นๆ แหละ ไม่ตื่นเต้นและกระชากจังหวะทางเดินของหัวใจผู้ชายอย่างผมสักเท่าไร

ความอวบและความอึ๋ม บวกกับความขาวนวล ดูเป็นภาพเพอร์เฟคท์ในการแต่งเซกซี และผมก็ต้องยกนิ้วให้ ไม่ต้องคิดว่าผมจะเป็นคนแรก หรือคนที่เท่าไรของโลกใบนี้ที่ยกนิ้ว…!



------------------------------
เรื่องโดย : ไก่อ่อน
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2552
คอลัมน์ : รุ่นนี้พอมีเหลือ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/8Spq8
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New