บทความ

ไฟไหม้รถ ! อันตรายเพราะอยากประหยัด


ผู้ใช้รถบ้านเรามักเกาะติดตามกระแสต่างๆ ได้ง่าย จนเกินความยั้งคิด หลายครั้งกระแสที่เกิดขึ้นมันเหมือนไฟไหม้ฟาง ไม่นานก็ลืมกันไป ปัญหาของผู้ใช้รถพิคอัพที่ผ่านมา คือเรื่องราคาของน้ำมันดีเซลที่พุ่งกระฉูดจนเจ้าของรถหลายๆ คนต้องหาทางออกให้แก่
ตัวเอง ด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์เบนซิน แล้วติดแกสซะเลย

การเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์เบนซิน แล้วติดแกส เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นรวดเร็ว แล้วก็เลิกฮิทเร็วเมื่อน้ำมันดีเซลเกิดถูกขึ้นมา ช่วงนั้นกิจการซื้อขายเครื่องยนต์เก่า และการติดตั้งแกสคึกคักเป็นอันมาก แต่ไม่นานนักหลังจากราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจด้านนี้ก็เริ่มซบเซา และเจ้าของรถเริ่มมีความยั้งคิดมากขึ้น

เจ้าของรถที่เปลี่ยนเครื่องยนต์ หรือที่ติดตั้งแกสไปแล้ว อย่ากังวลใจ ปัญหาที่เราจะมาคุยในวันนี้มันเป็นเรื่องการดูแลที่ต่อเนื่องตามมา ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัย

รถยนต์ที่เปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์มานั้น ต้องมีการดัดแปลงหลายๆ ระบบ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ แน่นอนว่าเครื่องยนต์ที่นำมาวางกัน มันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับรถพิคอัพเว้นแต่ว่าได้เครื่องยนต์ที่บรรจุอยู่ในพื้นฐานเดียวกัน การดัดแปลงก็จะน้อยลง

รถที่เปลี่ยนเครื่องมาใหม่ และรถที่ติดตั้งแกสมานั้น ส่อเค้าว่าจะเกิดปัญหาในการใช้งานโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนปีนี้ ที่มีแววว่าอากาศจะร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านๆ มา เรื่องที่น่ากลัวคือ ความผิดพลาดในการทำงานของระบบต่างๆ รวมถึงความเสื่อมโทรมของชิ้นส่วน ซึ่ง
จะส่งผลให้เกิดความเสียหาย รวมถึงอาจจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ง่าย ซึ่งเป็นอันตรายที่น่ากลัวมาก

ไฟไหม้รถ มักเกิดจากความบกพร่องของชิ้นส่วนต่างๆ หรือมาจากการทำงานผิดพลาดของระบบซึ่งเราสามารถป้องกัน หรือลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งมันเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากการวางเครื่องยนต์ ที่ต้องมีการดัดแปลงชิ้นส่วนต่างๆ

แน่นอนว่าการดัดแปลงนั้น อะไหล่ อย่างท่อทางเดินน้ำ น้ำมัน สายไฟ ฯลฯ หลายๆ อย่างมันไม่ได้มาตรฐานตามผู้ผลิตออกแบบมา อะไหล่หลายชิ้น เป็นอะไหล่ที่เกิดจากการดัดแปลงหรือนำของที่มีในท้องตลาดมาใช้งาน อาจจะมีคุณภาพมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปนั่นกลับกลายเป็นต้นตอของปัญหาเรื่องของการรั่วซึม

ต้นเหตุจากความร้อนที่เกิดจากภายในห้องเครื่อง และสภาพแวดล้อม เพราะระบบระบายความร้อนนั้น มีชิ้นส่วนค่อนข้างมาก จุดที่พบว่ามีการรั่วซึมบ่อย คือ ท่อยาง หม้อน้ำ ระบบฮีเตอร์ ฯลฯ อุปกรณ์เหล่านี้จะมีการเสื่อมโทรมไปตามอายุการใช้งาน

ท่อยางหม้อน้ำจะบวมปริฉีกขาด หรือแตกลายงาเนื่องจากความร้อน เพราะวัสดุที่ใช้มียางเป็นส่วนผสมหลัก เมื่อเจอกับความร้อนสูงๆ นานก็จะเสื่อม รวมถึงท่อยางของระบบฮีเตอร์ (เฉพาะในรถที่มีระบบนี้) เวลาที่ติดตั้งแกสจะต้องมีการตัดต่อเพื่อนำท่อทาง
เดินน้ำร้อนเข้ามาใช้

ที่สำคัญ ก็คือ การดัดแปลงท่อทางต่างๆ และสายไฟ มักจะมาจากร้านอะไหล่ที่มีหลายเกรดให้เลือก บางครั้งแม้จะเป็นของดี แต่เป็นของเก่าเก็บก็มี ไม่ต้องแปลกใจเลยที่ใช้งานไปไม่นานนัก จะมีการแตกร้าว หรือรั่วซึมจากอะไหล่เหล่านี้ ถ้าหมั่นตรวจเชคระบบต่างๆ
ของเครื่องยนต์อยู่เสมอ คุณก็จะทราบว่ารถคุณมีความผิดปกติเกิดขึ้น

อย่างกรณีน้ำในถังพักน้ำ (ของระบบระบายความร้อน) พร่องหายไป เช่น ต้องเติมน้ำอาทิตย์ละครึ่งแก้ว ก็ถือว่าลางไม่ค่อยดีแล้ว ต้องรีบตรวจเชคโดยเร็ว อย่าลืมตรวจเชคการรั่วซึมของปั๊มน้ำด้วยนะครับ ปัญหานี้นอกจากจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายแล้วยังอาจทำให้ไฟไหม้ได้โดยไม่คาดคิด เนื่องจากความร้อนที่เกิดขึ้นสูงอาจส่งผลให้พลาสติคหรือสายไฟเส้นเล็กๆ ละลาย แล้วเกิดการลัดวงจร ผลที่ตามมาก็คือ การลุกไหม้

ดังนั้นการตรวจเชคสภาพของเครื่องยนต์ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดโอกาสเสี่ยงนี้ได้ท่อทางเดินต่างๆ ที่เปลี่ยนเข้าไปใหม่นั้น ให้ลองสัมผัสดู ถ้ารู้สึกว่าแข็งกระด้าง ให้รีบเปลี่ยนโดยไม่ต้องรอจนเกิดความเสียหาย เพราะราคาไม่แพง ดังนั้นอย่ารอให้เสียหายแล้วค่อยเปลี่ยน

สิ่งที่ต้องตรวจเชคเป็นพิเศษ คือ เรื่องท่อทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน หรือดีเซลต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยอุณหภูมิห้องเครื่องยนต์ที่สูงการเสื่อมสภาพของท่อทางที่แตกลายงา หรือเปื่อยยุ่ย อาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิด
ตามมา แม้ว่าเราจะเปลี่ยนท่อทางเดินใหม่ หรือกรองเชื้อเพลิงแล้ว ความผิดพลาดในการประกอบ ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ไม่น้อยเช่นกัน

น้ำมันเบนซินนั้น จะว่าไปแล้วเหมือนอันตรายกว่า เมื่อเกิดการรั่วซึม แต่ในความเป็นจริงการรั่วซึมแต่ไม่มีประกายไฟจากจุดอื่นๆ โอกาสที่จะเกิดเพลิงลุกไหม้ถือว่าเป็นเรื่องยากทีเดียว การลุกไหม้ของน้ำมันเบนซินต้องอาศัยประกายไฟเป็นสำคัญ แม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดการลุกไหม้ได้ทันที เคยเจอกับตนเองมาแล้วท่อน้ำมันเบนซินรั่วฉีดน้ำมันออกมาเป็นสายด้วยซ้ำ แม้จะโดนท่อไอเสียก็ไม่เกิดการลุกไหม้

การวางเครื่องยนต์ใหม่ต้องให้ความสำคัญต่อท่อทางเดินน้ำมันให้มาก โดยเฉพาะรถที่วางเครื่องยนต์มามากกว่า 1 หรือ 2 ปีขึ้นไป การติดตั้งท่อน้ำมันอาจจะดูเป็นเรื่องง่ายๆเพราะท่อยางสามารถดัดแปลงได้ง่าย แต่การบิดตัวของท่อที่ไม่ได้ออกแบบมาโดยเฉพาะ
เมื่อต้องบิดท่อให้ไปตามช่องว่างที่มีตัวท่อจะเกิดแรงบิดขึ้นที่บริเวณเข็มขัดรัด เมื่อระยะเวลานานขึ้น แรงบิดจะทำให้ท่อฉีกขาดก่อนเวลาอันควร เป็นเรื่องง่ายๆ ที่เรามักมองข้ามไปแต่นั่นส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการใช้งาน

ส่วนน้ำมันดีเซล แม้ว่าประกายไฟอาจจะทำให้เกิดการลุกไหม้ยากกว่า แต่อุณหภูมิของท่อไอเสียอาจทำให้ลุกไหม้ได้ง่ายๆ เนื่องจากการติดไฟของน้ำมันดีเซลนั้นต้องการเพียงอุณหภูมิที่เหมาะสมเท่านั้น ไม่มีประกายไฟมันก็ลุกไหม้ได้ทันที
ดังนั้นต้องหมั่นเชคท่อทางเดินน้ำมัน เมื่อพบว่าท่อยางเริ่มแข็งกระด้างหรือมีการแตกลายงาเกิดขึ้น ต้องรีบเปลี่ยนทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังการลุกไหม้ภายในห้องเครื่องยนต์นั้น แม้ดูว่าจะอันตราย แต่การลุกไหม้จนถึงระดับนั้นต้องใช้เวลาพอสมควรก่อนจะเริ่มควบคุมไม่อยู่

เรื่องการเกิดเพลิงไหม้นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ถ้าไม่ระวังให้ดี โดยส่วนตัวแล้วเคยใช้รถที่เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ปรากฏว่ามัดสายไฟที่เข้ากล่องอีซียูนั้น ไม่ได้บัดกรี มักใช้การพันสายเข้าด้วยกันธรรมดาๆ เมื่อความร้อนเกิดสะสม และมีการสั่นสะเทือนจุดต่อของสายไฟมีการขยับจนสปาร์ค ทำให้เทปพันสายไฟลุกไหม้ โชคดีที่ อีซียู อยู่ในห้องโดยสาร จึงสามารถเห็นได้ตั้งแต่ควันออกมา จึงดับได้ทันขณะที่เปลวไฟเพิ่งเริ่มก่อตัว

เหตุการณ์ต่อมา คือ ท่อน้ำมันรั่วทั้งๆ ที่เปลี่ยนไปไม่นาน แต่การเดินท่อนั้นต้องบิดหลบชิ้นส่วนอื่นๆ แรงบิดที่เกิดขึ้นทำให้รั่ว แต่โชคดีที่ไม่เกิดอะไรรุนแรง เพราะเมื่อบิดสวิทช์กุญแจไปที่ตำแหน่ง ON แล้วยังไม่ได้สตาร์ทในทันที ทำให้ได้กลิ่นน้ำมันก่อน เมื่อเปิด
ฝากระโปรงพบว่าน้ำมันพุ่งเป็นสายในห้องเครื่องยนต์ จึงปิดสวิทช์กุญแจแก้ไขทัน

ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม ควรซื้อถังดับเพลิงติดรถไว้สักถัง เพราะมันสามารถช่วยป้องกันการลุกลามของเพลิงไหม้ได้ นั่นหมายความว่า คุณต้องเตรียมสภาพรถให้พร้อมเป็นอันดับแรก จากนั้นต้องเพิ่มรายการอุปกรณ์ช่วยเหลือ นั่นก็คือ ถังดับเพลิงไว้ในรถ
การเลือกถังดับเพลิงนั้น ต้องเลือกสารดับเพลิงที่ดับได้ทั้งไฟฟ้า และน้ำมัน ส่วนขนาดนั้นควรเป็นถังขนาดกลาง หรือใหญ่

สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกเมื่อพบว่าเพลิงไหม้ ให้จอดรถ และดับเครื่องยนต์ทันที เมื่อแง้มฝากระโปรงขึ้นแล้ว อย่าเพิ่งเปิดหมด ให้แง้มไว้เล็กน้อย แล้วฉีดน้ำยาดับเพลิงเข้าไป จะช่วยไม่ให้เพลิงโหมเร็วเกินไป เพราะการเปิดฝากระโปรงสูงๆ ทันที อากาศจะเข้าไปมาก
ยิ่งทำให้เพลิงลุกไหม้โหมเร็วขึ้น

ห้ามฉีดน้ำยาดับเพลิงผ่านช่องกระจังหน้ารถ เพราะรังผึ้งแอร์ หม้อน้ำ และพัดลมจะบังไม่ให้สารดับเพลิงเข้าไปสู่ฐานของไฟได้ การดับเพลิงก็จะไม่เกิดผล การดับเพลิงนั้นเราต้องฉีดสารดับเพลิงเข้าไปที่ฐานของเพลิง จึงจะสามารถดับเพลิงได้เร็ว โดยไม่ต้องใช้สารดับเพลิงมากนัก

เรื่องความปลอดภัยเหล่านี้ หลายคนมองว่าเป็นเรื่องตลก อันที่จริงแล้วมันมีความจำเป็นอย่างมากในการลดความเสียหาย ด้วยจำนวนเงินไม่มากนักในการซื้อถังดับเพลิงติดรถ สามารถลดความเสียหายได้มากอย่างที่คิดไม่ถึง กรณีที่ไม่มีถังดับเพลิงเราไม่ควรใช้น้ำในการดับเพลิง เพราะอาจจะทำให้การไหม้ลุกลามมากขึ้น

ที่ผ่านมาเราเห็นข่าวรถไฟไหม้กันบ่อยๆ หลายครั้งก็เห็นการใช้น้ำในการดับเพลิง วิธีนี้ไม่ค่อยถูกนัก (ยกเว้นมีน้ำปริมาณมากๆ อย่างรถดับเพลิง) เนื่องจากน้ำกับน้ำมันไม่ถูกกันและน้ำก็ไม่สามารถดับเพลิงที่เกิดจากน้ำมันลุกไหม้ได้ กรณีนี้ถ้าเพลิงเพิ่งเริ่มลุกลาม
ต้องอาศัยสติ และความกล้าตัดสินใจ ถ้ามีน้ำอยู่ในรถให้รีบหาผ้าชุบน้ำให้ชุ่มแล้วตบเร็วๆบริเวณฐานเพลิง หรือโป๊ะลงไปเลยก็ได้ นอกจากนี้ ทราย หรือดินร่วนๆ ก็สามารถใช้ดับเพลิงได้เช่นกัน แต่ต้องมีปริมาณเพียงพอ เพราะใช้ขจัดหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ไฟลุก นั่นก็คือ ออกซิเจน

สำหรับรถที่ใช้แกสโดยปกติไม่มีอะไรน่าห่วง เพียงดับเครื่องยนต์ก็จบ เพราะระบบความปลอดภัยที่ถังนั้นมีอยู่แล้ว เมื่อเพลิงไหม้ความร้อนจะทำให้แรงดันในถังสูงขึ้น เมื่อความดันสูงขึ้นวาล์วจะระบายแรงดันในถังออกไปเอง เพื่อลดแรงดันในถังลงไม่ให้เกิดการระเบิดเว้นแต่ว่าการติดตั้งนั้น ใช้ของที่ไม่มีคุณภาพ กรณีนี้อาจทำให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจให้ทำการปิดวาล์วจ่ายแกสที่ถัง หลังจากดับเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้แกสถูกส่งเข้าไปที่ห้องเครื่องยนต์ได้ อันตรายก็จะลดลง

เรื่องความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ด้วยนิสัยของคนไทย ที่ไม่ใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยเป็นทุนเดิมอยู่ เรื่องเหล่านี้จึงมองว่าเป็นเรื่องตลก หรือแปลกประหลาด ทั้งๆ ที่มีไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่เพิ่มความอุ่นใจได้มากทีเดียว นอกจากความใส่ใจในเรื่องเหล่านี้
สิ่งสำคัญอีกอย่าง คือ การศึกษาขั้นตอนเกี่ยวกับความปลอดภัยให้ถ่องแท้ เพื่อที่จะได้เรียนรู้ถึงวิธีการป้องกันตนเองจากเหตุการณ์เหล่านั้นได้



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2552
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/gXiF8

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจเชครถ
ขจัดกลิ่นอับด้วยวิธีธรรมชาติ
อัพเดทล่าสุด
20 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th