วิถีตลาดรถ

กระเตื้องขึ้นนิดหน่อย


วิกฤตเศรษฐกิจยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่อง สภาวะซึมเซามีปรากฏให้เห็นในแทบทุกวงการธุรกิจ รัฐบาลพยายามเร่งให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินขึ้นโดยอัดฉีดเงิน จะเรียกว่าเป็นโบนัสกินเปล่าก็ได้ สำหรับผู้ประกันตนที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท และผู้ที่มีอายุเกินกว่า 60 ปีขึ้นไป ซึ่งก็น่าจะทำให้ความฝืดเคืองในครัวเรือนลดลงได้บ้าง

สำหรับธุรกิจยานยนต์ เมื่อรัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ขอให้ลดภาษีสรรพสามิตลง ซึ่งจะทำให้ราคาจำหน่ายของรถยนต์ลดลงคันละ 30,000-50,000 บาท ทำให้ธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์ที่ตกอยู่ในภาวะสุญญากาศมาช่วงระยะหนึ่ง เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอความแน่นอนในเรื่องดังกล่าวนี้เมื่อได้คำตอบที่แน่นอน เดอะโชว์ ถึงจะมัสโกออนต่อได้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีความชัดเจนในเรื่องของราคารถ รวมไปถึงความพยายามผลักดันให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น จากข้อเสนอการขายพิเศษ และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของค่ายทว่ารถยนต์หลายๆ ค่ายก็ยังไม่สามารถกู้ตัวเลขยอดจำหน่าย ให้มียอดเป็นบวกได้มากมายเท่าใดนัก เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ถึงแม้ว่าตัวเลขสรุปยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ เดือนกุมภาพันธ์ จะกระเตื้องขึ้นจากเดือนมกราคม เล็กน้อย โดยมียอดจำหน่ายรวมกันทุกบแรนด์ที่ 34,353 คัน แต่เมื่อรวมตัวเลขเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ เข้าด้วยกันแล้วยังแตกต่างจากช่วง 2 เดือนแรกของปีที่แล้วถึงลบ 30.3 % บแรนด์ที่จำหน่ายรถยนต์โมเดล
ต่างๆ ในค่ายของตัวเองออกไปได้มากที่สุด เดือนกุมภาพันธ์ยังคงเป็นการเรียงลำดับจากจำหน่ายได้มากที่สุดไปหาน้อยที่สุด 5 อันดับแรกหน้าเดิมๆ ทั้งสิ้น ยังไม่มีหน้าใหม่สอดแทรกเข้ามาได้แต่อย่างใด

โตโยตา จำหน่ายได้มากที่สุด 14,217 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 41.4 % อีซูซุ ตามมาเป็นอันดับ 2 จำหน่ายได้ 7,674 คัน ส่วนแบ่งตลาด 22.3 % อันดับที่ 3 เป็น ฮอนดา 5,812 คัน ส่วนแบ่งตลาด 16.9 % อันดับที่ 4 นิสสัน 1,641 คัน ส่วนแบ่งตลาด 4.8 % และอันดับที่ 5มิตซูบิชิ 1,217 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 3.5 %

ในจำนวนทั้ง 5 บแรนด์นี้ มีเพียง นิสสัน บแรนด์เดียวที่ยอดจำหน่ายรถยนต์รุ่นต่างๆเดือนกุมภาพันธ์ลดน้อยลงกว่าเดือนมกราคม แต่เมื่อรวมตั้งแต่ต้นปีแล้ว ไม่มีบแรนด์ไหนมียอดจำหน่ายที่สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเลย

ในส่วนของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เดือนนี้ยังคงเดินหน้าทำผลงานเป็นบวกต่อไป และตลาดรถยนต์นั่งนี่เอง ที่ทำให้ยอดจำหน่ายรวมของ นิสสัน ลดลงจากเดือนมกราคม ที่ผ่านมา เพราะเป็นเพียงบแรนด์เดียวที่มียอดจำหน่ายที่ติดลบในเดือนนี้ แถมยังทำให้หลุดไปจาก 5 อันดับรถยนต์นั่งที่จำหน่ายขายดีในเดือนนี้ โดยมีรถยนต์นั่งระดับหรูจากค่ายดาวสามแฉก เมร์เซเดส-เบนซ์ สอดแทรกขึ้นมาอยู่ใน 5 อันดับแรกแทน

รถยนต์นั่ง หรือรถเก๋ง จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 13,805 คัน โดยอันดับ 1 เป็นขบวนรถยนต์นั่งจากค่ายยักษ์ใหญ่ โตโยตา จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 6,537 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 47.4 % ลดลง 22.8% อันดับที่ 2 เป็น ฮอนดา จำหน่ายได้ 5,527 คัน ส่วนแบ่งตลาด 40.0 % จำหน่ายได้ลดลง 4.0% อันดับที่ 3 เป็นอีกค่ายหนึ่งที่มาแรงในช่วงต้นปีนี้ รถยนต์นั่งจาก มาซดา มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 310 คัน ส่วนแบ่งตลาด 2.2 % ปรับตัวสูงขึ้น 53.5 % อันดับที่ 4 เข้าชาร์ทมาเป็นเดือนแรกรถยนต์นั่งที่มีราคาค่าตัวต่ำสุดเป็นเลข 7 หลักขึ้นไป เมร์เซเดส-เบนซ์ จำหน่ายไปได้ 284 คันได้ส่วนแบ่งตลาดไป 2.1 % ลดลง 21.1 % และอันดับที่ 5 เป็นของ เชฟโรเลต์ จำหน่ายไปทั้งสิ้น 269 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.9 % ยอดลดลง 56.8 %

จากตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งเดือนกุมภาพันธ์ จะเห็นได้ว่าถึงแม้เศรษฐกิจจะย่ำแย่สักขนาดไหน ความหรูหรามีหน้ามีตาในสังคมยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ดี รถ เมร์เซเดส-เบนซ์ เกือบ300 คัน คิดเป็นเม็ดเงินขั้นต่ำกว่าร่วม 300 ล้านบาทแล้ว

ส่วนตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ เดือนนี้มียอดจำหน่ายติดลบอยู่แล้ว โดยยอดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการใช้งานประเภทนี้ อยู่ที่ 821 คัน โตโยตา ยังยึดตำแหน่งหัวแถว จำหน่ายไปได้อีก 521 คัน ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 63.5 % ขณะที่คู่แข่งตลอดกาล อีซูซุ จำต้องรับตำแหน่งพระรอง เป็นอันดับที่ 2 อีก 1 เดือน โดยจำหน่ายได้ 213 คัน ส่วนแบ่งตลาด 25.9% สำหรับความนิยมของพิคอัพค่าย นิสสัน ยังคงได้รับการต้อนรับจากผู้ใช้เหมือนเดิม ยืนหยัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของพิคอัพขายดีเดือนกุมภาพันธ์ โดยจำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 43 คัน รับส่วนแบ่งตลาดไป 5.2 % เช่นเดียวกับ มิตซูบิชิ ทไรทัน จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 30 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3.7 %

โตโยตา ไม่พลาดในตลาดรถเอสยูวี หรือรถกิจกรรมกลางแจ้ง ยังคงความเป็นเบอร์ 1 ของตลาดนี้อย่างเหนียวแน่น เรียกว่าผูกขาดตำแหน่งแชมพ์ออฟเธอะเยียร์ ล่วงหน้าได้เลย ถ้าฟ้าไม่ถล่มดินทลายลงไปเสียก่อน ในเดือนกุมภาพันธ์ ตัวเลขยอดจำหน่ายของรถยนต์ประเภทนี้ อยู่ที่2,233 คัน

เบอร์ 1 ของตลาด โตโยตา ที่มีรถให้เลือกทั้งแบบเอสยูวีหรู ในบแรนด์ เลกซัส และเอสยูวีระดับชาวบ้าน พะยี่ห้อ โตโยตา อย่าง ฟอร์ทูเนอร์ มียอดจำหน่าย 1,051 คัน ทิ้งห่างอันดับ 2 เกือบ1 เท่าตัว โตโยตา ได้ส่วนแบ่งการตลาดไป 47.1 % ตามมาด้วยอันดับ 2 อีซูซุ ที่ส่ง มิว-7 เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ต้องการใช้รถยนต์ประเภทนี้เพียงโมเดลเดียว จำหน่ายได้ 375 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 16.8 % อันดับ 3 เป็นของ มิตซูบิชิ ที่ความร้อนแรงของ ปาเจโร สปอร์ท เริ่มคลายมนต์ขลังลงไปบ้าง แต่จากยอดจำหน่ายที่ผ่านมานับตั้งแต่วันเปิดตัว ก็ทำให้ผู้บริหารของค่ายนี้ได้ชื่นอกชื่นใจไปพอสมควร มิตซูบิชิ จำหน่ายไปได้ 300 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 13.4% เบอร์ 4 ของตลาดรถยนต์ประเภทนี้เป็นของ ฮอนดา โดย ซีอาร์-วี จำหน่ายไปได้อีก 285 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 12.8 % และอันดับที่ 5 เป็นของ เชฟโรเลต์ ที่มีหัวหอกเป็น แคพทีวาซึ่งมีแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องในทุกๆ เดือน จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 121 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 5.4 %

ในช่วงเดือนมีนาคม คาดว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ น่าจะกระเตื้องขึ้นบ้างอีกเล็กน้อย เพราะเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน สำหรับครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในช่วงงานมอเตอร์โชว์ ปลายเดือนมีนาคม คาบเกี่ยวถึงต้นเดือนเมษายน เพราะในช่วงงานดังกล่าว ค่ายรถยนต์ทั้งหลาย ต่างก็มีแคมเปญพิเศษออกมาดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคกันทั้งสิ้น บางค่ายตีฆ้องร้องป่าวตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมกันไปเลย ว่านี่แหละเป็นแคมเปญพิเศษ เงื่อนไขเดียวกับที่ใช้ในงานมอเตอร์โชว์ ไม่จำเป็นต้องรอ รีบตัดสินใจกันโลด



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2552
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/zfsS9
เพิ่มเพื่อน