บทความ

BRAND นี้ท่านได้แต่ใดมา ไขความลับกำเนิดยี่ห้อรถยอดนิยม


ชื่อยี่ห้อของรถยนต์ อาจไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนในโลกใคร่รู้ความเป็นมา แต่เราเชื่อว่าคนบน “โลกรถยนต์” (ที่มักเอาเรื่องรถยนต์มาใส่ (ไว้ใน) ใจ จนกลายเป็นเรื่องของตัวเอง) ใบนี้ ต้องสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะมันคือ หนึ่งในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่มีส่วนสำคัญในการสร้าง “BRAND” ของรถยนต์นั้นๆ ให้ติดตลาดมาจนถึงปัจจุบัน นอกเหนือจากคุณภาพ และประสิทธิภาพของมัน

 

ALFA ROMEO

อัลฟา โรเมโอ ของอิตาลี เริ่มผลิตรถยนต์ตั้งแต่ปี 1910 ตอนแรกใช้ชื่อว่า อัลฟา (ALFA) เฉยๆ โดยย่อมาจากชื่อบริษัทในภาษาอิตาลี คือ “SOCIETE ANONYME LOMBARDIA FABBRICA“ แต่พอปี 1915 เจ้าของเดิมขายกิจการให้แก่ นิโกลา โรเมโอ (NICOLA ROMEO) นิโกลา จึงนำนามสกุลตัวเองมาต่อท้ายไว้ดื้อๆ กลายเป็นชื่อ อัลฟา โรเมโอ (ALFA ROMEO) จนถึงปัจจุบัน

ASTON MARTIN

แอสตัน มาร์ทิน รถสปอร์ทเมืองผู้ดีอังกฤษ เริ่มก่อตั้งในปี 1913 โดย ไลโอเนล มาร์ทิน (LIONEL MARTIN) เจ้าของอู่ซ่อมรถ กับ รอเบิร์ท แบมฟอร์ด (ROBERT BAMFORD) นักธุรกิจรายย่อยผู้สนใจในเรื่องรถยนต์ คำว่า “มาร์ทิน” มาจากนามสกุลของ ไลโอเนล อยู่แล้ว ส่วนคำว่า “แอสตัน” ที่พะอยู่ข้างหน้า มาจากชื่อสถานที่ก่อตั้งกิจการของพวกเขาที่ชุมชน แอสตัน คลินทัน (ASTON CLINTON) ในบัคคิงแฮมไชร์ (BUCKINGHAMSHIRE) นั่นเอง

AUDI

กำเนิดค่าย 4 ห่วง เอาดี ต้องย้อนไปปี 1902 ที่ เอากุสต์ โฮร์ค (AUGUST HORCH) วิศวกรชาวเยอรมัน เปิดกิจการผลิตรถยนต์ขึ้น โดยใช้นามสกุลของเขาตั้งเป็นยี่ห้อรถ แต่เพราะทุนน้อยจึงเจ๊งไม่เป็นท่า จนปี 1909 เขาไม่ยอมแพ้ ตั้งกิจการขึ้นมาใหม่อีกหน แต่ครั้นจะใช้ชื่อเดิมก็ไม่ได้ เพราะไม่สอดคล้องกับกฎหมาย จึงแปลสกุล โฮร์ค ของตน ให้เป็นภาษาละติน ซึ่งตรงกับคำว่า เอาดี (AUDI) ที่แปลว่า “ฟัง” และใช้มาตั้งแต่นั้น

BENTLEY

ผู้ให้กำเนิด เบนท์ลีย์ คือ วอลเตอร์ โอวิน เบนท์ลีย์ (WALTER OWIN BENTLEY) ซึ่งได้ก่อตั้งเบนท์ลีย์ มอเตอร์ ลิมิเทด (BENTLEY MOTOR LIMITED) ขึ้น ในปี 1920 และสร้างโรงงานขึ้นที่เมืองคริคเคิลวูด ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน เพื่อผลิตรถยนต์ออกจำหน่าย โดยใช้นามสกุลเป็นยี่ห้อรถ ก่อนจะประสบปัญหาทางการเงิน จนต้องขายกิจการทั้งหมดให้แก่ โรลล์ส-รอยศ์ แล้วลดสถานะตัวเองจากผู้ถือหุ้นใหญ่ ไปเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่ง

BMW

อันที่จริง บีเอมดับเบิลยู เริ่มต้นกิจการที่เยอรมนีในปี 1916 โดยวิศวกรเครื่องกลชาวบาวาเรีย 2 คน คือ คาร์ล รัพพ์ (CARL RAPP) และ แมกซ์ ฟริซ (MAX FRIZ) ทีแรกพวกเขาตั้งใจตั้งบริษัทเพื่อสร้างเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน โดยใช้ชื่อว่า BAYERISCHE FLUGZKUGWERKE AG แต่เพียง 2 ปีหลังจากนั้น ก็เปลี่ยนมาผลิตรถยนต์ ทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น BAYERISCHE MOTOREN WERKE AG ซึ่งแปลว่า “งานผลิตรถยนต์ ของคนบาวาเรีย”

CHEVROLET

เชฟโรเลต์ แห่งสหรัฐเมริกา ก่อตั้งเมื่อปี 1911 โดย หลุยส์ เชฟโรเลต์ (LOUIS CHEVROLET) และ วิลเลียม ซี ดูแรนท์ (WILLIMAM C DURANT) คู่หูนักแข่ง ผู้พิสมัยเรื่องรถ และความเร็วเป็นที่หนึ่ง พวกเขาพบกันครั้งแรกเพราะทำงานที่ บริษัทรถยนต์ บิวอิค (BUICK) ด้วยกัน และสนิทสนมกัน โดย หลุยส์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์กลไก ส่วน วิลเลียม เป็น ผู้จัดการทั่วไป จนตกลงปลงใจผลิตรถยนต์ร่วมกันในที่สุด โดยใช้นามสกุล เชฟโรเลต์ เป็น ยี่ห้อ

CITROEN

ให้เกร็ดนิดหน่อยว่า รถ ซีตรอง ที่บ้านเราเรียกว่า รถตรา “สิบโท” จริงๆ คือ รูป “ฟันเกียร์” เพราะก่อนที่จะผลิตรถขาย บริษัท ฯ เคยผลิตเฟืองเกียร์มาก่อน เอาล่ะ…ผู้ที่ก่อตั้ง และทำให้ชื่อ ซีตรอง เป็นที่รู้จักทั่วโลกก็ คือ อองดเร ซีตรอง (ANDRE CITROEN) ชาวฝรั่งเศสเชื้อสายยิว ที่สร้างโรงงานผลิตรถยนต์ขึ้นในกรุงปารีสเมื่อปี 1915 และ 4 ปีให้หลัง 1919 รถคันแรก ที่ใช้ชื่อเดียวกับนามสกุลเขา ก็เริ่มออกขาย

DAIHATSU

ไดฮัทสุ เจ้าพ่อรถจิ๋ว ของญี่ปุ่น มีที่มาซับซ้อนไม่เบา และไม่เกี่ยวข้องกับชื่อคนด้วย โดยประกอบจาก 2 คำมาประสมกัน คือ คำว่า ได (DAI) เป็นการอ่านแบบจีนของชื่อเมือง โอซากา (OSAKA) ซึ่งเป็นเมืองที่ใช้ตั้งโรงงาน ส่วนคำว่า ฮัทสุ (HATSU) เป็น 2 พยางค์หน้าของคำว่า ฮัทสึโดกิ (HATSUDOKI) ที่แปลว่า “เครื่องยนต์” โดยผลิตรถคันแรกเป็นแบบ 3 ล้อ ชื่อเหมือนพระเอกการ์ตูนฟุตบอลญี่ปุ่น คือ สึบาซะ (TSUBASA) ในปี 1930

FERRARI

ค่าย “ม้าลำพอง” แฟร์รารี จากอิตาลี ก่อตั้งโดย เอนโซ แฟร์รารี (ENZO FERRARI) ผู้คร่ำหวอดในวงการมอเตอร์สปอร์ท และกีฬารถแข่ง ในปี 1940 เขาเคยเป็นนักแข่งให้แก่ อัลฟา โรเมโอ มาก่อน พออายุได้ 42 ปี เขาลาออก และก่อตั้งกิจการขึ้นเอง ที่มีชื่อว่า SOCIETA AUTO AVIO COSTRUZIONI FERRARI ในปี 1940 เพื่อออกแบบและผลิตรถแข่ง และรถสปอร์ท โดยใช้ชื่อของเขาเองนั่นแหละเป็นยี่ห้อ

FIAT

แม้บ้านเราจะไม่มีผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการมานั่งขาย เฟียต แล้วก็ตาม (เว้นแต่ผู้นำเข้าอิสระที่นำรถแฟชัน รุ่น 500 มาขายเจาะตลาดไฮโซ) แต่รถ เฟียต ในอดีตก็ยังเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกับคนไทยไม่แพ้ยี่ห้ออื่น สำหรับคำว่า เฟียต (FIAT) เป็นชื่อย่อมาจากภาษาอิตาลี คือ FABBRICA ITALANA AUTOMOBILI TORINO ที่แปลว่า โรงผลิตรถยนต์ แห่งเมืองตูริน ซึ่งใช้เป็นฐานการประกอบหลัก ตั้งแต่สมัยก่อตั้งกิจการในปี 1899

FORD

ฟอร์ด ได้ชื่อมาจากนามสกุลของ เฮนรี ฟอร์ด (HENRY FORD) นักประดิษฐ์ผู้ก่อตั้งกิจการรถยนต์ ฟอร์ด ขึ้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1903 สาขาต่างประเทศที่มีความสำคัญที่สุด คือ FORD MOTOR CO., LTD. ที่อังกฤษ ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1911 โดยสมัยนั้นมอบหมายให้ เพอร์ชิแวล เพอร์รี (PERCIVAL PERRY) ดูแล และเป็นเจ้าของด้วย โดยถือหุ้นร้อยละ 40

HONDA

ฮอนดา ก่อตั้งเมื่อปี 1948 โดย โซอิชิโร ฮอนดา (SOICHIRO HONDA) ซึ่งไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ด้วยผลงานที่สามารถขยายกิจการไปทั่วโลก เขาจึงได้รับสมญาว่า “เฮนรี ฟอร์ด ออฟ เจแปน”

HYUNDAI

ฮันเด ได้รับการตั้งชื่อจาก จู ยุง ชุง (JU YUNG CHUNG) แปลว่า “ความทันสมัย” เพราะเขาไม่ชอบล้าหลัง เขาเริ่มกิจการศูนย์บริการรถยนต์ ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ มาตั้งแต่ปี 1946 ในชื่อ HYUNDAI AUTO SERVICE ล่วงมาจนปี 1967 เขา และน้องชาย ซี ยุง ชุง (SE YUNG CHUNG) เบนเข็มมาผลิตรถยนต์ แล้วตั้งบริษัทใหม่ในชื่อว่า HYUNDAI MOTOR COMPANY

ISUZU

เดิมที เจ้าพ่อรถกระบะบ้านเรา ไม่ได้ใช้ชื่อยี่ห้อ อีซูซุ เหมือนปัจจุบัน แต่ใช้ชื่อว่า สุมิดะ (SUMIDA) และ ชิโยดะ (CHIYODA) ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 1906 ต่อมามีการรวมบริษัท และเปลี่ยนชื่ออีกหลายครั้ง จนปี 1949 ได้เปลี่ยนมาใช้ อีซูซุ ทั้งยี่ห้อ และ ชื่อบริษัท ซึ่งเป็นชื่อของแม่น้ำสายหนึ่งในญี่ปุ่น เพียงชื่อเดียว

JAGUAR

แจกวาร์ รถหรูจากเกาะอังกฤษ ใช้สัญลักษณ์เดียวกับชื่อ คือ “เสือแจกวาร์” ก่อตั้งโดยเซอร์วิลเลียม ลีองส์ (WILLIAM LYONS) เขาเคยตั้งบริษัทกับเพื่อนสร้าง “ไซด์ คาร์” ขายมาก่อน แต่ต้องยุติไปเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 พอเหตุสงบ เห็นแววเศรษฐกิจสดใส ในปี 1948 เซอร์ลีองส์ จึงตัดสินใจผลิตรถยนต์ และด้วยเหตุที่เป็นคนชอบสัตว์ จึงเลือกชื่อยี่ห้อจากชื่อสัตว์ต่างๆ จนในที่สุดก็ตัดสินใจเลือก แจกวาร์

KIA

คำว่า เกีย มีรากศัพท์มาจากภาษาจีน แปลเป็นไทยได้ว่า “การถือกำเนิดขึ้น” เดิมที ตั้งแต่ ปี 1944 เกีย เคยดำเนินกิจการ ผลิต บอดี พาร์ท รถจักรยาน มาก่อน และพัฒนามาผลิตรถจักรยานยนต์ และรถบรรทุกเล็ก 3 ล้อ ในเวลาต่อมา จนมาเริ่มผลิตรถยนต์ ให้กับ ฟอร์ด ในปี 1987 และผลิตรถยนต์ในบแรนด์ของตัวเองเมื่อปี 1990

LAMBORGHINI

ชื่อ ลัมโบร์กินี มาจาก แฟร์รุชโช ลัมโบร์กินี (FERRUCCIO LAMBORGHINI) ผู้ก่อตั้ง สัญลักษณ์ของ ลัมโบร์กินี เป็นรูปวัวกระทิง เนื่องจากเป็นสัตว์ปีเกิดของเขา เขาควักเงินทุนก้อนหนึ่งก่อตั้งบริษัท AUTOMOBILI FERRUCCIO LAMBORGHINI SPA ขึ้นเมื่อปี 1962 เพื่อผลิตรถสปอร์ทชั้นยอด ขายแข่งกับยักษ์ใหญ่อย่าง แฟร์รารี ที่ แฟร์รุชโช เคยเป็นลูกค้า และมีข้อพิพาทกันมาก่อน

ROVER

โรเวอร์ เป็นรถยนต์นั่งของอังกฤษที่เก่าแก่และมีชื่อเสียง ซึ่งไม่ค่อยต่างจากผู้ผลิตรถยนต์ร่วมสมัยรายอื่นๆ คือ ก่อร่างสร้างตัวด้วยการผลิตจักรยาน โดยตั้งบริษัทเมื่อปี 1877 ชื่อ โรเวอร์ ไซเคิล คัมพานี ลิมิเทด (ROVER CYCLE COMPANY LIMITED) เพื่อผลิตจักรยาน “โรเวอร์” ขาย ก่อนที่จะเปลี่ยนฐานะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ในภายหลัง โดยใช้ชื่อ โรเวอร์ เหมือนเดิม

LEXUS

ค่าย เลกซัส บแรนด์ระดับบน ของ โตโยตา ที่เกิดขึ้นมาเพื่อใช้เจาะตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นสำคัญ เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 1989 ชื่อ เลกซัส ได้รับเลือกจาก 219 ชื่อ ที่ตั้งไว้ 2 เหตุผล คือ ด้วยแนวคิดของรถ โดยจับคำว่า LUXURY กับ ELEGANCE มามิกซ์กัน กลายเป็นชื่อของรถที่ “หรูหรา สง่างาม” และ ด้วยตลาดที่มุ่งหวัง โดยใช้อักษรนำจากประโยค LUXURY EXPORT TO UNITED STATES (LEx US: LEXUS) มารวมกันนั่นเอง

MASERATI

มาเซราตี รถสปอร์ทจาก อิตาลี ยี่ห้อนี้มีที่มาจากนามสกุลของ พี่น้อง ตระกูล มาเซราตี ทั้ง 6 คนที่ ร่วมก่อตั้ง และผลิตรถยนต์ มาเซราตี ตั้งแต่ปี 1914 ได้แก่ การ์โล (CARLO) บินโด (BINDO) อัลฟิรี (ALFIRI) มารีโอ (MARIO) เอตโตเร (ETTORE) และ แเอร์เนสโต (ERNESTO) เพื่อใช้ลงแข่งขันในรายการต่างๆ และแข่งด้วยตัวเอง ก่อนที่จะผลิตขายจริงจังราวปี 1937

MAZDA

ชื่อ มาซดา มีที่มาจาก 2 แหล่ง คือ นามสกุลของ จูจิโร มาสึดะ (JUJIRO MATSUDA) ผู้ก่อตั้ง ซึ่งออกเสียงใกล้เคียง และ อาฮูระ มาซดา (AHURA MAZDA) อันเป็นพระนามของ “เทพเจ้าแห่งแสงสว่าง” ของชาวเปอร์เซีย เดิมที จูจิโร เริ่มผลิตไม้ก๊อกขาย ตั้งแต่ปี 1920 ต่อมาพัฒนาเป็นผลิตจักรยานยนต์ และรถบรรทุก ในชื่อ มาซดา ดา (MAZDA DA) ณ โรงงานที่เมือง ฮิโรชิมา ในปี 1931 จนหลังผ่านพ้นวิกฤตระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงผลิตรถยนต์นั่ง 4 ล้อ ในชื่อ มาซดา (เฉยๆ) ตั้งแต่ปี 1950 มาจนวันนี้

MERCEDES-BENZ

เมร์เซเดส-เบนซ์ แยกชื่อเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก มาจากการที่ โกทท์ลีบ ไดมเลร์ (GOTTLIEB DAIMLER) ผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประดิษฐ์รถยนต์ 4 ล้อคันแรกของโลกถึงแก่กรรม วิลเฮล์ม มายบัค (WILHELM MAYBACH) เข้ามาสืบทอดกิจการต่อ และตั้งชื่อรถแข่งที่บริษัทส่งไปแข่งแล้วได้รับชัยชนะที่เมืองนีศ ประเทศฝรั่งเศสว่า “เมร์เซเดส” ตามชื่อลูกสาวคนโตของ เอมิลเจลลิเนค (EMIL JELLINEK) นายธนาคารชาวออสเตรีย ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถให้แก่ ไดมเลร์ในขณะนั้น จึงใช้ชื่อ เมร์เซเดส ตั้งแต่นั้นมา

ส่วนที่ 2 มาจาก ชื่อของ คาร์ล เบนซ์ (CARL BENZ) นักประดิษฐ์ที่ผลิตรถยนต์ออกจำหน่ายในนาม BENZ & CIE CO., LTD. ต่อมา 2 บริษัทนี้รวมตัวกัน ฉะนั้น จึงจับชื่อมาชนกัน แล้วขายรถในชื่อ “เมร์เซเดส-เบนซ์” ตั้งแต่ปี 1926

MINI

ชื่อ มีนี เกิดขึ้นในปี 1950 จากแนวคิดของ “เซอร์ อเลกซ์ อิสซิโกนิส” (SIR ALEX ISSIGONIS) นักออกแบบรถยนต์ประจำบริษัท BMC (BRITISH MOTOR COPORATION) ยักษ์ใหญ่ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศอังกฤษ เพราะเขาอยากให้คนรู้สึกว่ารถคันนี้ “เล็ก” ไปด้วยขนาด ราคา และความประหยัดเชื้อเพลิง จึงซื้อมัน เพราะช่วงนั้น อียิปต์เข้ายึดคลองสุเอซ ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันจากเอเชียกลาง ถึง ยุโรป มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว แถมรถยนต์อื่นๆ ก็มักถูกสร้างให้มีขนาดใหญ่ เครื่องยนต์ซีซีสูง แรงม้ามาก ราคาก็แพงเกินกว่าคนธรรมดาจะซื้อมาขับได้

MITSUBISHI

ปี 1870 ยาตาโร อิวาซากิ ก่อตั้งบริษัทรับส่งสินค้าขึ้นในเมืองโอซากา ชื่อว่า สึคูโม โชกาอิ (TSUKUMO SHOKAI) ด้วยเหตุผลหลายประการ ในปี 1908 เขาเปลี่ยนชื่อกิจการของเขา เป็น มิตซูบิชิ โชกาอิ (MITSUBISHI SHOKAI) เพื่อผลิตรถขาย เหตุผลที่เปลี่ยนมาใช้ชื่อ มิตซูบิชิ ซึ่งแปลว่า “เพชร 3 เม็ด” ก็เพราะ เพชร 3 เม็ด ที่ว่า เป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลของเขานั่นเอง

MITSUOKA

มิตซูโอกะ เป็นชื่อที่ตั้งตามนามสกุลของผู้ก่อตั้ง ผลผลิตของ MITSUOKA MOTOR COMPANY ผู้ผลิตรถยนต์รายย่อย ประกอบด้วยมือ ก่อตั้งกิจการขึ้นในญี่ปุ่นเมื่อปี 2522 เริ่มผลิตรถประดิษฐ์พิเศษทั้งคัน ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2525 ในชื่อ รุ่น บูบู 501 ก่อนเปลี่ยนแปลงมาใช้วิธีการนำรถบ้านมาตัดต่อเฉพาะช่วงหน้า และท้ายให้กลายเป็นรถ (ดู) โบราณ

NISSAN

ย้อนไปตั้งแต่ปี 1912 มาสุจิโร ฮาชิโมโตะ (MASUJIRO HASHIMOTO) วิศวกรชาวญี่ปุ่นก่อตั้ง ควาอิชินชา มอเตอร์ เวิร์คส์ (KWAISHINSHA MOTOR WORKS) ขึ้นในกรุงโตเกียว เพื่อผลิตรถยนต์นั่งออกจำหน่าย ใช้ชื่อ ดัท (DAT) ซึ่งได้มาจากอักษรตัวแรกของนามสกุลของบุคคล 3 ท่านที่ให้ความสนับสนุนด้านการเงินแก่บริษัท

ต่อมาเมื่อมีการรวมกิจการได้เปลี่ยนชื่อ เป็น ดัทสัน (DATSON) ซึ่งแปลว่า “ลูกชายของดัท” แต่คำว่า SON ในภาษาญี่ปุ่น ดันแปลว่า “การสูญเสีย” จึงเปลี่ยนชื่อเป็น ดัทสัน (DATSUN) และใช้ทนใช้นานถึง 50 ปี ต่อมาเมื่อเกิดการร่วมทุนกับอีกบริษัท และเพิ่มฐานการผลิตรุกไปที่สหรัฐอเมริกา และเปลี่ยนชื่อเป็น นิสสัน มอเตอร์ คัมพานี ตั้งแต่ปี 1934 แต่ตอนต้น รถที่ผลิตขาย ก็ยังใช้ ชื่อ ดัทสัน เช่นเดิม ยกเว้นในสหรัฐอเมริกา เพิ่งมาเปลี่ยนเป็น นิสสัน ที่แปลว่า “ผลิตภัณฑ์ของชาวญี่ปุ่น” ทั้งโลก หลังจากรู้สึกว่าชื่อนี้ได้รับความนิยมกว่า เมื่อปี 1983 นี่เอง

PEUGEOT

เปอโฌต์ เป็นชื่อตระกูลเจ้าของธุรกิจผู้ผลิตรถยนต์ของฝรั่งเศสที่เก่าแก่มากๆ โดยได้ผลิตสินค้าเครื่องเหล็ก และจักรยานมาสามชั่วคน หลังจากนั้นในปี 1890 จึงหันเหมาผลิตรถยนต์ อายุอานามของ เปอโฌต์ เป็นรองเพียง เมร์เซเดส-เบนซ์ แถมประกอบกิจการตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน โดยไม่มีการเปลี่ยนมือเจ้าของเลย โดย ตระกูล เปอโฌต์ ที่ประกอบธุรกิจอยู่ในปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 11 แล้ว

PROTON

ปโรตอน เพิ่งขายบ้านเรามาได้เกือบปี ชื่อของเขามาจากการย่อประโยคในภาษามาเลเซียว่า PERUSAHAAN OTOMOBIL NASIONAL ที่แปลว่า บริษัทรถยนต์แห่งชาติ โดยก่อตั้งขึ้นสมัยอดีตนายกรัฐมนตรี มหาธีร์ มูฮัมหมัด ดำรงตำแหน่ง ในปี 1983 ใช้ชื่อบริษัทว่า (PROTON HOLDINGS BERHAD)

PORSCHE

โพร์เช ตั้งชื่อตามผู้ก่อตั้ง คือ เฟร์ดินันด์ โพร์เช (FEREINAND PORSCHE) ผลิตรถสปอร์ทขายเป็นครั้งแรกในปี 1948 เขาเคยทำงานให้ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำในเยอรมนี มาแล้วหลายราย โพร์เช มีลักษณะกิจการแบบครอบครัว โดยมีโรงงานผลิตเพียงแห่งเดียว ตั้งอยู่ที่เมือง ชตุทท์การ์ท เยอรมนีตะวันตก

RENAULT

เรอโนลต์ ปี 1898 ลูอิส เรอโนลต์ (LOUIS RENAULT) ชาวฝรั่งเศส ร่วมกับน้องชาย 2 คน คือ มาร์เชล และ แฟร์นอง ก่อตั้งกิจการผลิตรถยนต์ในชื่อที่ได้จากนามสกุลของตัวเองขึ้นในย่าน บียงกูต์ ชานกรุง ปารีส การทำงานอย่างทุ่มเทของ 3 พี่น้อง ทำให้กิจการที่ก่อตั้งขึ้นใหม่เติบโตอย่างรวดเร็ว ภายใน 6 เดือน ก็ผลิตรถเก๋งขนาด 2 ที่นั่งได้ถึง 60 คัน

ROLLS-ROYCE

โรลล์ส-รอยศ์ เริ่มกิจการเมื่อปี 1906 โดยคำว่า ROLLS และ ROYCE เป็นการจับนามสกุลของชาวอังกฤษ 2 คนมาไว้คู่กัน คือ ชาร์ลส์ สจวร์ท โรลล์ส (CHARLES STEWART ROLLS ) และ ฟเรเดริค เฮนรี รอยศ์ (FREDERICK HENRY ROYCE) ซึ่งเป็นชาวอังกฤษด้วยกันทั้งคู่ แต่มีฐานะทางครอบครัว และระดับการศึกษาที่แตกต่างกันสิ้นเชิง โรลล์ส อยู่ในตระกูลผู้สูงศักดิ์ และสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่ รอยศ์ เกิดในครอบครัวคนยากจน ต่างกันขนาดนี้ แต่ก็ยังร่วมมือผลิตรถยนต์นั่งสุดหรูขึ้นได้

SAAB

รถสวีเดนอย่าง ซาบ นิยมชื่อย่อ มากกว่าเอานามสกุลมาใช้เป็นชื่อ โดยผสมขึ้นจากอักษรนำของชื่อบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของสวีเดน คือ SVENSKA AEROPLAN AKTIE BOLAEGTTHE ต้นกำเนิดของกิจการผลิตรถ ซาบ ตั้งแต่ปี 1950 หลังจากประกอบกิจการผลิตเครื่องบินจนมีชื่อเสียงติดต่อกันมาหลายสิบปีนั่นเอง

SEAT

เซอัต เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสเปน ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของยุโรป รองจากเยอรมนี และฝรั่งเศส เซอัต (SEAT) ย่อมาจากชื่อบริษัท คือ SOCIEDAD ESPANOLA DE AUTOMOVILES DE TURISMO โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1950 ด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบันอุตสาหกรรมแห่งประเทศสเปน กับบริษัท เฟียต (FIAT) แห่งประเทศอิตาลี

SPYKER

สไปเคอร์ รถสปอร์ททำมือจากเนเธอร์แลนด์ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1898 ชื่อนี้เป็นการแปลงนามสกุลของ 2 พี่น้อง จาโคบัส (JACOBUS) และ เฮนดริค-เจน สไปเคอร์ (HENDRIK-JAN SPIJKER) ช่างทำรถโคชในกรุงอัมสเตอร์ดัม ให้ชาวต่างชาติออกเสียงง่ายๆ โดยก่อนหน้านี้ ทั้งสองได้รับการยกย่องในด้านฝีมือการประกอบที่ยอดเยี่ยม จนได้รับความไว้วางใจ ให้สร้างรถม้าพระที่นั่งทองคำอันเลื่องชื่อ ถวายแด่สมเด็จพระราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์ เพื่อใช้ในพระราชพิธี จนถึงปัจจุบัน

SSANGYONG

ซังยง แปลว่า “มังกรคู่” แรกเริ่มเดิมที ใช้ชื่อ HADONGHWAN MOTOR ตั้งแต่ 1954 เพื่อผลิตรถ จีพ ให้กับกองทัพสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก จนปี 1988 ถูกเทคโอเวอร์ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น SSANGYONG MOTOR เนื่องจากเป็นปีมังกรตามสุริยคติของจีนพอดี สิบกว่าปีให้หลัง หันไปจับมือกับ ไดมเลร์-เบนซ์ ในปี 1991 และร่วมพัฒนาด้านเทคโนโลยีกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

SUBARU

ซูบารุ แปลว่า “ดาวลูกไก่” ใช้แทนสัญลักษณ์ของรถยนต์ ซูบารุ ซึ่งเป็นรูปดาว 4 แฉก ดวงใหญ่ 1 ดวง และดวงเล็ก 5 ดวง เท่ากับกลุ่มดาวลูกไก่ที่มนุษย์มองเห็นได้พอดี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนการเกิดขึ้นของ ฟูจิ เฮวี อินดัสตรีส์ (FUJI HEAVY INDUSTRIES) ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวของบริษัทเล็ก 5 บริษัท จนกลายเป็น 1 เดียว ในปี 1953

SUZUKI

เจ้าของชื่อ ซูซูกิ คือ มิชิโอะ ซูซูกิ (MICHIO SUZUKI) ลูกชายของชาวไร่ฝ้าย ที่หันมาเอาดีในการทำโรงงานผลิตเครื่องทอผ้า แล้วหันเหกิจการมาเป็นผู้ผลิตรถยนต์ในเวลาต่อมา เมื่อสบโอกาสที่รัฐบาลญี่ปุ่นออกกฎหมายจำกัดการนำเข้ารถยนต์ ในปี 1936 ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ในประเทศ

TOYOTA

ปี 1929 ซากิชิ โตโยดะ (SAKICH TOYODA) เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องทอผ้า TOYODA AUTOMATIC LOOM WORKS ได้ขายสิทธิบัตรการผลิตเครื่องทอผ้า และมอบเงินที่ได้ให้ลูกชายคือ คิชิโร โตโยดะ (KICHIRO TOYODA) เป็นทุนในการทดลองผลิตรถยนต์ สู่ตลาดเป็นครั้งแรก ในปี 1937 โดยใช้ชื่อ โตโยตา และประกอบกิจการผลิตรถยนต์สืบต่อกันมาตราบจนปัจจุบัน

สงสัยกันเยอะว่าทำไมผู้ก่อตั้งนามสกุล โตโยดะ แต่รถเป็นชื่อ โตโยตา เล่ากันมาว่า มีเหตุผล 3 ข้อ ข้อแรก คือ คนญี่ปุ่นใช้ตัวอักษร “คันจิ” ที่นำมาจากจีน ด้วยเหตุนี้คนญี่ปุ่นก็เลยได้รับอิทธิพลเลขมงคลของจีนด้วย ซึ่งเลขมงคลของจีนเลขหนึ่งคือ 8 คำว่า โตโยตา ใช้เส้นในการเขียน “คันจิ” 8 เส้นพอดี เลยเป็นมงคล ข้อที่ 2 “ตา” ออกเสียงง่ายกว่า “ดะ” ข้อ 3 ครอบครัว โตโยดะ ไม่อยากให้พนักงานคิดว่าบริษัทนี้เป็นของครอบครัว โตโยดะ เท่านั้น แต่เป็นของพนักงานทุกคน จึงเปลี่ยนเป็นชื่อ โตโยตา ที่ใกล้เคียงแทน

VOLKSWAGEN

รถยนต์ โฟล์คสวาเกน เกิดขึ้นสมัยที่ อโดล์ฟ ฮิทเลร์ เป็นผู้นำประเทศ ภายใต้การปกครองแบบ เผด็จการฟาสซิสม์ขวาจัดตกขอบ ซึ่งมีอุดมการณ์ที่ว่าประชาชนต้องเท่าเทียม ในปี 1937 จึงมีความพยายามสร้าง รถยนต์สำหรับประชาชนขึ้น โดยตั้งชื่อว่า โฟล์คสวาเกน ตามภาษาเยอรมันที่คำว่า โฟล์ค แปลว่า ประชาชน ส่วน วาเกน แปลว่า รถยนต์ รวมกันแล้วเป็น “รถยนต์สำหรับประชาชน” นั่นเอง

VOLVO

โวลโว เริ่มประกอบกิจการตั้งแต่ปี 1926 ชื่อ โวลโว เกิดขึ้นบน “จานกุ้งเผา” ในปี 1924 สมัยที่ตลาดรถยนต์นั่งส่วนใหญ่เป็นรถนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา โดยวิศวกรชาวสวีเดน 2 คน คือ อัสซาร์ เกเบรียลส์สัน (ASSAR GABRIELSSON) กับ กุสตาฟ ลาร์สัน (GUSTAV LARSON) นัดกันไปกินอาหารเย็นที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในกรุง สตอคโฮล์ม ทั้งคู่สนใจเรื่องรถยนต์ คุยกันไปมา เกิดเห็นพ้องกันว่า ถึงเวลาแล้วที่สวีเดน ควรจะมีผู้ผลิตรถยนต์ของตนเอง คนใดคนหนึ่งในสองคนคนนั้นจึงพูดขึ้นว่า “I ROLL” ซึ่งตรงกับคำละตินว่า “VOLVO” แปลว่า “ฉันจะหมุนไป” ความหมายโดยนัย น่าจะหมายความว่า “เราน่าจะร่วมมือกันสร้างรถ“ ชื่อ และ รถยนต์ โวลโว จึงเกิดขึ้นแต่นั้น



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2551
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/79pXY

บทความที่เกี่ยวข้อง

สื่อสากล แฟมิลี แรลลี ครั้งที่ 13 “หอบความสุข ไปแบ่งปัน”
ALL-NEW HONDA CR-V
TOKYO AUTO SALON 2017 งานชุมนุมรถแต่ง สุดขั้ว !
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th