บทความ

เทคโนโลยีเครื่องยนต์ล่าสุดจาก โพร์เช


ชื่อเสียงของเจ้าชายกบ หรือ โพร์เช (PORSCHE) นั้นโด่งดังในเรื่องสมรรถนะของเครื่องยนต์ แบบบอกเซอร์ (BOXER) การพัฒนาเครื่องยนต์ของรถกลุ่มนี้ ไม่ได้มุ่งหวังเรื่องสมรรถนะเพียงอย่างเดียว ต้องมลพิษต่ำ และคุ้มค่า โดยใช้น้ำมันทุกหยดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

บอกเซอร์ เป็นเครื่อง 6 สูบอันทรงพลัง มีการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการเผาไหม้ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์สูงสุด ซึ่งส่งผลในหลายๆ เรื่อง

 

การพัฒนาที่เห็นเด่นชัด คือ การพัฒนาระบบอัดอากาศด้วยทวินเทอร์โบ เพิ่มประสิทธิภาพของการประจุอากาศใหม่ ส่วนระบบระบายความร้อนของอากาศที่ใช้อินเตอร์คูเลอร์ ก็มีการพัฒนาเช่นกัน เพื่อให้การระบายความร้อนทำได้ดียิ่งขึ้น และทำให้การไหลของอากาศสะดวกขึ้น

 

อินเตอร์คูเลอร์ มีความสำคัญมาก เพราะหากมีความสามารถในการลดความร้อนอากาศมากขึ้น แม้เพียง1 องศาเซลเซียส ก็ส่งผลในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ได้มาก สิ่งสำคัญที่พัฒนาควบคู่กันไป คือ การพัฒนาท่อร่วมไอดี เพื่อให้อากาศไหลได้อย่างรวดเร็วเพียงพอต่อความต้องการของเครื่องยนต์ ตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบการทำงานสูงสุด

 

การพัฒนาเพื่อเพิ่มการไหลของอากาศสู่ห้องเผาไหม้ และการระบายไอเสียออกไปนั้น แม้จะดูว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในการใช้งานจริง จะส่งผลให้การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น การพัฒนาที่ดูเป็นเรื่องเล็กๆอย่างนี้ ลงทุนสูงไม่ใช่เล่นนะครับ

 

เริ่มจากระบบคายไอเสีย โพร์เช ใช้วัสดุไททาเนียมราคาแพงในการเคลือบผิว เพื่อให้ไอเสียสามารถไหลได้อย่างรวดเร็ว เพราะโดยทั่วไป รอบการทำงานของเครื่องยนต์ระดับ 6,000-7,000 รตน. นั้นยังมีปัญหาเพราะระบายไม่ทัน โดยใช้หลักการเดียวกับรถแข่งที่ออกวาดลวดลายในสนาม ซึ่งรอบเครื่องยนต์ต้องสูงมาก และสูงตลอดเวลา การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในรถบ้าน นอกจากจะเพิ่มสมรรถนะแล้วยังสามารถช่วยลดมลพิษจากการเผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การพัฒนาระบบคายไอเสีย จะต้องทำควบคู่ไปกับการปรับปรุงระบบท่อร่วมไอดี ทีมวิศวกรได้ออกแบบองศาการไหลของอากาศที่จะเข้าสู่ห้องเผาไหม้ใหม่เป็นมุมเกือบ 90 องศา เช่นเดียวกับรถแข่ง ที่สามารถป้อนอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้เพียงพอกับความต้องการของเครื่องยนต์จริง ในย่านรอบเครื่องสูงๆ

 

ถ้ามองภาพกว้างๆ เครื่องยนต์แบบบอกเซอร์ ลูกสูบจะวางในแนวนอน ส่วนท่อไอดีจะวางในแนวตั้งฉากกับพื้นโลก วิศวกรอาศัยหลักแรงดึงดูดของโลกเข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการประจุอากาศและออกแบบท่อแบบเวนทูรี คือ ให้มีการรีดอากาศเพื่อเพิ่มความเร็วในการไหลของอากาศด้วยตัวเองเมื่ออากาศไหลเร็วขึ้น ก็เข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้เร็วขึ้นตามไปด้วย

 

ลองคิดดูว่า ที่รอบเครื่อง 6,000-7,000 รตน. นั้น อากาศเพียง 1 ลูกบาศก์เมตร ก็ส่งผลต่อการเผาไหม้ได้มากแล้ว ในทางวิศวกรรม ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นแม้เพียง 1 % เมื่อรวมกับการพัฒนาหลายจุดพร้อมกัน มันจะส่งผลที่เห็นเป็นตัวเลขต่างออกไปชัดเจน อย่างการพัฒนาในครั้งนี้ วิศวกรคำนวณว่าสามารถส่งผลในเรื่องของความประหยัดได้รวมราวๆ 15 %

 

หลายคนอาจมองว่า รถระดับนี้มีความจำเป็นด้วยหรือที่ต้องประหยัด เพราะเป็นรถของกลุ่มคนมีเงินที่ไม่มีปัญหาในเรื่องการจ่ายค่าน้ำมัน แต่ความเป็นจริงนั้น ทีมวิศวกรได้คำนึงถึงเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงหลายประเทศ ซึ่งมีข้อกำหนดเรื่องของประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์และปริมาณของไอเสียที่คายออกมา รวมถึงอัตราสิ้นเปลืองด้วย เพื่อไม่ให้รถที่กินน้ำมันจุและก่อมลพิษ เข้ามาขายในประเทศของเขา



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2551
คอลัมน์ : เทคนิคตีนโต
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/cYgsS
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
6,799,000
2.
3,249,000
4.
53,500,000
6.
3,600,000
7.
4,539,000
8.
13,339,000
9.
2,999,000
10.
1,749,000
11.
1,800,000
13.
499,000
14.
979,000
15.
990,000
16.
4,090,000
17.
1,699,000
18.
3,299,000
19.
5,399,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th