พิเศษ

แข่ง


ไม่ต้องแปลกใจที่เรื่องพิเศษของ “4 WHEELS” ฉบับนี้ เขียนถึงรถจักรยาน 2 ล้อ แทนที่จะเขียนเรื่องรถยนต์ 4 ล้อเหมือนเคย เพราะสำหรับแฟนๆ ที่ตามติดคอลัมน์ของเรามาโดยตลอด จะรู้ว่าเมื่อมีกีฬามันๆ หรือแนว เอกซ์-เกม เมื่อไร เราจะนำมาเสนอให้คุณอ่านในสไตล์ “รายสะดวก” อย่างเช่นเรื่อง “บีบี กัน” หรือ “ร่มร่อน” ที่เคยนำเสนอไปแล้ว

ครั้งนี้เช่นกัน ผมมีโอกาสได้ไปงาน “เอม สปอร์ท-แมกซ์ ไรเดอร์ คัพ 2007″ ซึ่งเป็นการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาที่มีนักแข่งมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากมีผลการแข่งขันมารายงานให้ทราบ ยังได้รวมเกร็ดที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับกีฬาแนวนี้ พร้อมทั้งภาพสวยๆ ซึ่งเป็นลีลาของนักปั่นมืออาชีพ มาให้คุณได้ชม (ฉะนั้น ห้ามติ !) กันอีกด้วย

เอม สปอร์ท-แมกซ์ ไรเดอร์ คัพ 2007
แข่งอย่างไร ใครได้รางวัล ?

งานนี้ เครื่องดื่มเกลือแร่ เอม สปอร์ท จับมือกับ บริษัท แมกซ์ ไรเดอร์ จำกัด จัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาขึ้นที่ สนามโบนันซา เขาใหญ่ ซึ่งเป็นสนามที่ได้การรับรองจากสมาคมจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 พค. ที่ผ่านมา ว่ากันว่าที่นี่เป็นสนามที่สวย และสมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย (จริงหรือไม่จริง ดูภาพกันเอาเอง) และในครั้งนี้ ยังเป็นการรวมพลพรรคนักปั่นมากที่สุด โดยในการแข่งขันแบบดาวน์ฮิลล์ มีนักปั่นเข้าร่วมแข่งขันถึง 103 คน ขณะที่การแข่งขันแบบครอสส์คันทรี ก็ไม่น้อยกว่ากันมากนัก ทั้งยังมีการปั่นจักรยานแบบกระโดดเนินโชว์ (DIRT JUMP) เพื่อสร้างสีสันภายในงาน

ผลการแข่งขัน “เอม สปอร์ท-แมกซ์ ไรเดอร์ คัพ 2007″

รุ่น ลำดับ
1 2 3
ครอสส์คันทรี เกรด เอ
ชาย
อายุไม่เกิน 18 ปี สืบสกุล เขียดนอก (1-2 คอล ไบค์ เนท) กลินท์ เกิดศักดิ์ (ดอกคูนไบด์) ชิดพลแพทย์ผล (1-2 คอล ไบค์ เนท)
อายุ 30-39 ปี ประเสริฐ ชิตมาตย์ (พีชบอย ภูเก็ต) ถนอม เสร็จกิจ (จ. จักรยาน จันทบุรี) วรวุฒิ นีละคุปต์ (1-2 คอล ไบค์ เนท)
อายุ 40-49 ปี ธงชัย เบียดนอก (1-2 คอล ไบค์ เนท) บรรเทิง จีนอนันต์ (ไวรัสทีม) อรัญ สุวรรณรัตน์ (1-2 คอล ไบค์ เนท)
อายุ 50 ปีขึ้นไป เล็ก วรรณมาศ (รร. รมย์บุรีพิทยา) อดิศร อักขรวิฑูรย์ (1-2 คอล ไบค์ เนท) ชีวิน กาหลง (1-2 คอล ไบค์ เนท)
โอเพน ถานุวัฒน์ ถวิลการ พลากร พัฒนชาญสกุลชัย (1-2 คอล ไบค์ เนท) สุริยันท์ ประเสริฐสังข์ (คลับ ไบค์)
หญิง
อายุไม่เกิน 18 ปี กฤษณา เรืองสุข (1-2 คอล ไบค์ เนท) ภิญญดา ฉลอง (ช. นำชัย+พยัคฆ์เมืองแกลง) -
อายุ 35 ปีขึ้นไป กรรณิกา ฉลอง (ช. นำชัย+พยัคฆ์เมืองแกลง) -
โอเพน ศิริลักษณ์ วาระเพียง (เสือภูกระแตนนครพนม)
ครอสส์คันทรี เกรด บี
ชาย
อายุไม่เกิน 12 ปี พรประเสริฐ คัตทจันทร์ (1-2 คอล ไบค์ เนท) เสฎฐวุฒิ ดาวเรือง (M+B ลุ่มน้ำพอง) เปรม สุวรรณรินทร์ เสือดุดจุม(เคเค สตรีม)
อายุไม่เกิน 15 ปีมธนวัฒน์ แก้วคอนไทย (ดอกคูณไบค์) ณัฐพงษ์ ลีทอง (เอมทีบี ลุ่มน้ำพอง) วศิน เกิดศักดิ์ (ดอกคูณไบค์)
อายุ 30-39 ปี ศุภชัย ป้อยชัยพฤกษ์ (2 จักรยาน) วิรัช เรื่องแจ่ม (ดับเบิล เอ) นิเชฐ หอมรื่น (ทีอาร์ดีจี ไบค์ คลอบ)
อายุ 40-49 ปี บรรจง เวชภิรมย์ (1-2 คอล ไบค์ เนท) ประพจน์ แต้ลำพัว (เคียงดินวังน้ำเย็น) สุทธิศักดิ์ ทรัพย์เจริญพร (บุรีรัมย์)
อายุ 50 ปีขึ้นไป สังกัด สังขรุจน์ (เสือท่าช้างจันทบุรี) วสันต์ พิมพ์วิจิตร (ไบค์ เครซี) สมคิด ซื่อสมาน (เสือตวาด)
อายุ 60 ปีขึ้นไป สุวะ ช่างจักร (เสือเฒ่า ตราด) มงคล กนกศิลป์ -
โอเพน วิชชากร กั้งสกุล (ช. นำชัย พยัคฆ์เมืองแกลง) สุรศักดิ์ ทวีสมาน (บีชบอยทีมภูเก็ต) จต. คฑาวุฒิ อยู่หา (สุรินทร์)
หญิง
อายุไม่เกิน 12 ปี กาญจนา พุ่มสุข (1-2 คอล ไบค์ เนท) ประทุมทิพย์ ชินวงษ์ (1-2 คอล ไบค์ เนท) กันตพรรณ ทองเหล็ก (เสือพิมาย)
อายุไม่เกิน 15 ปี ศิริภัสสร ชาติกำเนิด (โมบายฟอร์มแอดวานศ์ อบจ. ปราจีน) ณัฏฐันรี คุณมี (สยามไบค์) -
อายุ 35 ปีขึ้นไป ปลาบู่ทอง เงาฉาย (เพื่อนนักปั่นจันทบุรี) เพ็ญศรี คำทอง (ลิงสองล้อ ลพบุรี) อรุณรัศมี สุภาวี (ดอกคูณใหญ่)
โอเพน กฤษณา เรืองสุข (1-2 คอล ไบค์ เนท) ศิริลักษณ์ วาระเพียง (เสือภูกระแตนครพนม) รัชนี เพชรมาก (ช. นำชัย+พยัคฆ์เมืองแกลง)
ดาวน์ฮิลล์
อายุไม่เกิน 15 ปี สหรัฐ เมธาสมภพ (เครซีแก๊งค์) ณพล จำรูญวงษ์ (เครซีแก๊งค์สระบุรี ยนต์ประดิษฐ์) สุรศักดิ์ ดาเก็ง (แมกซ์ไรเดอร์)
โอเพน เกรด เอ ชาย ติณภพ ริยะปาน (สงวนสปอร์ต เครซีแก๊งค์) ธนพล จารุเพ็ง (อบจ. ชัยนาท) สท. สิทธิชัย เกตุแก้วมนี (แมกซ์ชิลลี ฮอทไรด์)
โอเพน เกรด บี ชาย ฉัตรชัย จารุเพ็ง (อบจ. ชัยนาท) เฉลิมพล เปรี้ยวนิ่ม (แมกซ์ไรเดอร์) มงคล เดชอุดมทรัพย์ (ก้านกล้วย)
โอเพน หญิง สัตยานันท์ อับดุลการี (อบจ. ชัยนาท) ทักษพร ขาวสุวรรณ (แมกซ์ชิลลี ฮอทไรเดอร์) -
อายุ 30-39 ปี เสกสันต์ โพธิ์มาก (แมกซ์ไรเดอร์) ธีรเดช ทิพย์ป่าว (แมกซ์ชิลลี ฮอทไรเดอร์ ฐิติพงค์ ศรีบุหงา (ด. บุญนาค ฮอทชิลลี)
อายุ 40 ปีขึ้นไป จสต. เควิน รัชตธาดา (สภอ. พระนครศรีอยุธยา) ชัยกูล ขันละมัย (ก้านกล้วย) มนตรี บุญเสน่ห์ (ช. นำชัย เครซีแก๊งค์)
ฟรีไรด์ จตุภัทร เกื้อทาน (แบงคอค ฟรีไรด์) ณัฐวุฒิ ปาฏิหาริย์ (เครซีแก๊งค์) อนุสรณ์ สนธิรัตน์ (อบจ. ชัยนาท)
ฮาร์ดเทล สายชล ปัทมาโสภา (อบจ. ชัยนาท) นภดล มีแสง (บินไทย ฟรีไรด์ โฮมวอฟ) วราวุฒิ คนเที่ยง (อบจ. ชัยนาท)
น้ำหนัก 85 กก. ขึ้นไป ผดุงพงษ์ เต๋จ๊ะเแบง ( โบ้ ซ้อม เยี่ยม สันกำแพง) ธนา สินธุ์พันธุ์ (เครซีแก๊งค์) กฤษดา ดวงสุดา (เครซีแก๊งค์)

 

ทุกเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ “เสือภูเขา”

รถจักรยานดาวน์ฮิลล์

จักรยานดาวน์ฮิลล์ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการปั่นขึ้นเขา ตรงกันข้าม มันได้ออกแบบให้สามารถพุ่งลงเขาได้อย่างรวดเร็ว จักรยานประเภทนี้มีระบบกันสะเทือนที่สลับซับซ้อน และถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีทันสมัย จักรยานลงเขาเกรดดีๆ ราคาเป็นแสน แต่สำหรับผู้เริ่มต้น คุณสามารถใช้จักรยานดาวน์ฮิลล์จากไต้หวันราคาไม่แพง และมีประสิทธิภาพสมเหตุสมผลกับราคา (เดี๋ยวตอนหลังไม่ชอบขึ้นมา จะเสียดายเงินเปล่าๆ)

สำหรับผู้ที่จะซื้อจักรยานใหม่ หรือซื้อเฟรมใหม่ นอกจากจะต้องดูระยะห่างระหว่างเป้า (ใช่ ! เป้ากางเกงคุณนั่นแหละ) ที่ควรห่าง 1- 2 นิ้วขึ้นไปแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความยาวของ “ท่อบน” (คานตามยาว ชิ้นบนสุดของจักรยาน) โดยคำนวณดังนี้

1. นั่งลงบนเก้าอี้
2. ยกแขนเหยียดตรงขึ้นเหนือศีรษะ
3. วัดความสูงจากง่ามนิ้วหัวแม่มือลงมาถึงพื้นที่นั่ง
4. คูณค่าที่ได้ด้วย 0.46 จะได้ความยาวโดยประมาณของท่อบนที่ต้องการเช่น วัดช่วงดังกล่าวได้ 45 นิ้ว ค่าที่จะได้คือ 45×0.46 = 20.7 นั่นคือ ต้องเลือกซื้อจักรยานที่มีความยาวท่อบนเป็น 21 นิ้ว

การแข่งขัน
ครอสส์คันทรี

จักรยานเสือภูเขาประเภทครอสส์คันทรี ออกแบบมาให้ผู้ขี่ได้ท่องเที่ยว หรือแข่งขันผ่านภูมิประเทศต่างๆ ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเข้าป่า ขึ้นเขา ลงห้วย ด้วยจำนวนนักปั่นที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ ทำให้มีกลุ่ม หรือชมรมมากมาย ในแต่ละปีจึงมีสนามแข่งขันให้ได้ลงร่วมสนุกแทบทุกเดือน

การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาประเภทครอสส์คันทรีนั้น ในประเทศไทยส่วนใหญ่นิยมการจัดแบบระยะสั้น คือ การแข่งขันเป็นรอบๆ ตามที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันกำหนด โดยมีระยะทางอย่างน้อย 4-6 กิโลเมตรในแต่ละรอบ และมักจะมีจุดปล่อยตัว และเส้นชัยเป็นจุดเดียวกัน

เส้นทางการแข่งขันจะเริ่มแคบลงหลังจากออกจากจุดเริ่มต้นไปแล้ว 750 เมตร หรือ ประมาณ 3 นาทีส่วนบริเวณเส้นชัยจะต้องมีความกว้างอย่างน้อย 4 เมตร เป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 50 เมตร ก่อนถึงเส้นชัย และกว้างอย่างน้อย 4 เมตร เป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 20 เมตร หลังผ่านเส้นชัยไปแล้ว

บริเวณด้านหน้าและหลังเส้นเริ่มต้นต้องตั้งรั้วกั้นทั้ง 2 ข้าง รวมระยะทางไม่น้อยกว่า 50 เมตร และยังต้องไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ ที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

ดาวน์ฮิลล์

ในขณะที่จักรยานเสือภูเขาประเภทครอสส์คันทรีเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วไป ยังมีอีกหนึ่งประเภทที่มีคนเล่นน้อยกว่า แต่ก็มีสีสันและความสนุกสนานที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นคือ จักรยานเสือภูเขาดาวน์ฮิลล์

รูปแบบของการแข่งขัน จะต้องนำจักรยานไปบนยอดเขา แล้วปล่อยไหลลงมา ให้แรงโน้มถ่วงโลกทำหน้าที่ส่งให้จักรยานพุ่งไปข้างหน้า ผ่านภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ

ด้วยเทคโนโลยีของจักรยาน และทักษะของผู้ขับขี่ ทำให้จักรยานประเภทนี้ สามารถเคลื่อนที่ผ่านเส้นทางที่ลาดชันขรุขระด้วยความเร็วสูงได้ แต่หากพลาดพลั้งก็อาจเกิดอันตรายร้ายแรง ทำให้ผู้ขับขี่ต้องใส่หมวกกันนอคแบบเต็มใบ และใส่เกราะป้องกันร่างกายส่วนต่างๆ จนอาจดูคล้ายเอเลียน

เส้นทางการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาดาวน์ฮิลล์ จะมีระยะทางประมาณ 1-2 กิโลเมตร และการแข่งขันมักจะจบลงอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงไม่กี่นาที ด้วยความที่เป็นกีฬาท้าอันตราย ลงทุนสูง และมีสถานที่ขับขี่ค่อนข้างจำกัด ทำให้มีผู้นิยมเล่นไม่มากนัก ส่วนใหญ่ที่มีการจัดการแข่งขัน จะมีผู้เข้าร่วมไม่ถึง 100คน (ยกเว้นงานที่ผมไปมานี้)

แต่เพราะคนไม่มากนี่แหละ ทำให้นักดาวน์ฮิลล์ทั้งประเทศรู้จักกันเป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีทีมต่างๆ แข่งขันชิงตำแหน่งกัน แต่ทุกคนก็รักใคร่ และสนิทสนมกลมเกลียวกันเป็นพิเศษ

แม้ว่านักกีฬาดาวน์ฮิลล์บ้านเราจะไม่ได้มีจำนวนมากมาย แต่ก็น่าสนใจในผลงานที่ผ่านมา เมื่อมีการแข่งขันระดับนานาชาติ นักกีฬาของไทยเรา ก็สามารถสร้างชื่อเสียงเอาชนะอันดับต้นๆในภูมิภาคเอเชียได้เสมอ

กระโดดเนิน

ส่วนการขี่จักรยานกระโดดเนินดิน (DIRT JUMP) ถือเป็นกีฬารูปแบบหนึ่ง ที่ประยุกต์มาจากการขี่จักรยานกระโดดเนินในกีฬารูปแบบ เอกซ์-เกม ที่ต้องใช้ท่วงท่า และลีลาเป็นการตัดสิน จักรยานจะคันเล็กและเบา ในขณะเดียวกันต้องแข็งแรงมาก ทำให้ผู้ขี่สามารถบังคับควบคุมทิศทาง และวาดลวดลายได้โดยง่าย ซึ่งกำลังเริ่มเป็นที่นิยมในวงการนักปั่นอยู่ในขณะนี้

เทคนิคสำหรับมือใหม่

6 วิธีฝึกขี่ สำหรับมือใหม่

1. หัดขี่เป็นวงกลมสลับไปมาเป็นรูปเลข 8 พยายามให้รัศมีวงกลมเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะทำให้เราสามารถเข้าโค้งที่แคบๆ ได้
2. ฝึกเบรค โดยการขีดเส้นบนพื้น สมมติว่าเป็นจุดที่ต้องหยุด ให้ขี่มาแล้วพยายามใช้เบรคหยุดรถที่เส้นให้ได้ ห้ามเลยไป
3. ฝึกหยุดทรงตัว และไปต่อ ขีดเส้นสมมติบนพื้น ให้ขี่รถตรงมายังเส้นแล้วเบรคหยุดรถ โดยไม่เอาขาลงพื้น แล้วปล่อยเบรค ขี่ไปต่อ ช่วงเวลาที่หยุดพยายามให้นานขึ้นเรื่อยๆ
4. ข้ามสิ่งกีดขวาง หาท่อนไม้ขนาดเล็กๆ สูงสัก 3 นิ้ววางขวางไว้ แล้วขี่รถช้าๆ ไปที่ท่อนไม้ ถ่ายน้ำหนักมาด้านหลังเล็กน้อยให้ล้อหน้าชนแล้วข้ามไป ถ่ายน้ำหนักมาข้างหน้าอีกเล็กน้อย ให้ล้อหลังปีนข้ามไป
5. หัดลงพื้นต่างระดับ ง่ายสุด คือหัดลงจากฟุตบาท โดยถ่ายน้ำหนักมาข้างหลังแล้วหย่อนล้อหน้าลงไป แล้วรีบถ่ายน้ำหนักมาข้างหน้าหย่อนล้อหลังลงมา
6. หัดปล่อยมือขณะขี่ โดยการขี่ช้าๆ ในพื้นราบ แล้วปล่อยมือออกมา 1 ข้าง เพื่อหยิบกระป๋องน้ำหยิบเพาเวอร์บาร์ ออกมาแทะ หรือทำกิจกรรมต่างๆ โดยที่ยังคงปั่นต่อไปเรื่อยๆ

ขี่รถลงเขาให้ปลอดภัย ต้องทำอย่างไร ?
วางท่าทางให้ถูกต้อง

1. ยืนบนบันได เพื่อความคล่องตัวในการถ่ายน้ำหนัก และลดแรงสะเทือนของพื้นถนน
2. วางเท้าบนบันได โดยให้ขาของจานหน้าขนานกับพื้น แต่จะให้เท้าขวาหรือซ้ายอยู่หน้าแล้วแต่ถนัดอย่าวางขาจานในแนวตั้งฉาก เพราะบันไดอาจจะชนพื้น และน้ำหนักตัวบนรถไม่สมดุล จะเสียหลักล้มได้
3. มือจับคันบังคับ (แฮนด์) พร้อมกับใช้นิ้วชี้ และนิ้วกลาง จับคันเบรค

การถ่ายน้ำหนัก

การขี่ลงเขาต้องถ่ายน้ำหนักตัวไปทางด้านหลัง เพื่อให้น้ำหนักยังคงอยู่ที่จุดศูนย์กลางรถ ถ้ายังขี่ในท่าปกติ น้ำหนักจะอยู่หน้ารถมากเกินไป โอกาสที่ตัวคุณจะพุ่งข้ามคันบังคับ หรือล้อหลังลอยขึ้นมาได้โดยง่าย ให้เอนยืดตัวไปทางด้านหลังของรถ หย่อนตัวลงด้านหลังของเบาะนั่ง ส่วนจะลงต่ำแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความชันของเขาที่กำลังลง ถ้าชันมาก ก็ต้องถ่ายน้ำหนักลงมากขึ้น จนเหมือนเกือบจะนั่งลงบนล้อหลัง หน้าอกแนบกับเบาะนั่ง

การห้ามล้อ

ในทางลงเขาที่เป็นทางเรียบ และพื้นแน่น เช่น ถนนราดยาง และลูกรัง ควรใช้เบรคหน้ามากกว่าเบรคหลัง เพราะว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปทางล้อหน้ามากกว่า การใช้แต่เบรคหลังล้อจะลอค และเสียหลักได้ง่ายอาจจะใช้เบรคหน้าต่อเบรคหลัง 50:50, 70:30 จนถึง 80:20 ตามความเหมาะสม พยายามเบรคแล้วปล่อยเป็นช่วงๆ เพื่อให้ผ้าเบรค และจานเบรค ได้มีโอกาสระบายความร้อนออกไป ถ้าเบรคยาวเกินไปผ้าเบรคอาจจะไหม้และเสียความฝืดไป จะเกิดอาการเบรคลื่น (เหมือนรถยนต์เลย)

แต่ในทางลงเขาชัน หรือดินร่วน จะตรงกันข้าม การใช้เบรคหน้าต้องลดลง เพื่อชะลอความเร็ว และจะใช้เบรคหลังบีบช่วยในการควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางที่ต้องการ บางครั้งอาจจะกดให้ล้อหลังลอคตายเป็นช่วงๆ ตามที่ต้องการ

เอาจักรยานขึ้นรถ แล้วไปกันเลย !

แม้จักรยานจะแข็งแรง แต่ก็มีราคาแพง การนำจักรยานไปให้ถึงที่หมายโดยปลอดภัย จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ

ขึ้นกระบะ อย่าลืมยึดให้แน่น

นักแข่งที่ไปกันเป็นทีมมักใช้รถพิคอัพเป็นพาหนะ ควรติดตั้งแรคสำหรับยึดจักรยานโดยเฉพาะ ถ้าไม่มั่นใจใช้เชือกมัดตามจุดสำคัญไว้ด้วยจะดีมาก

แรคหลังคา

สำหรับรถเก๋ง หรือ เอมพีวี สามารถบรรทุกจักรยานได้ตั้งแต่ 1-4 คัน ควรหาซื้อแรคสำหรับยึดจักรยานโดยเฉพาะมาติดตั้ง เพราะตำแหน่งบนหลังคาจะมีลมปะทะมากเวลาวิ่ง ถ้าแรคไม่เหมาะสม จักรยานหล่นกลางทางไม่รู้ด้วยนะ

ท้ายรถ

เอสยูวี หรือรถตู้คันใหญ่ๆ สามารถติดตั้งในตำแหน่งนี้ บรรทุกได้ตั้งแต่ 1-3 คัน ถ้าถอยรถก็ระวังหลังหน่อยแล้วกัน

 

ขอขอบคุณ ผู้สนับสนุนข้อมูล
www.maxrider.com
www.thaimtb.com



------------------------------
เรื่องโดย : ศิธา เธียรถาวร
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2550
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/kOiFO
เพิ่มเพื่อน