บทบรรณาธิการ

ท่องไพรเชิงนิเวศ


ฉบับที่แล้ว ผมเขียนถึงเรื่อง “อุทยานแห่งชาติ…จากธรรมชาติ สู่เขตอนุรักษ์” ไปแล้ว และติดค้างคุณผู้
อ่านเรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งฉบับนี้จะมาเล่าให้ฟังครับ…

การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาตินั้น เน้นวัตถุประสงค์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือที่เขานิยม
เรียกกันว่า “ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” (ECOTOURISM) ซึ่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ให้คำจำกัดความไว้ว่า เป็นการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น และแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศ โดยมีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การจัดการสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมของท้องถิ่น เพื่อมุ่งให้เกิดจิตสำนึกต่อการรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

ได้ใจความและเข้าใจแบบแจ่มแจ้งไหมครับ ? สรุปง่ายๆ คือ เที่ยวแบบมีจิตสำนึก ไม่ทำลายธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม หมดสมัยแล้วครับ สำหรับนักท่องเที่ยวแบบฉิ่งฉาบทัวร์ ที่ชอบแห่กันไปเที่ยวและสร้างความเสียหายให้กับสถานที่ ฉันรักเธอ เธอรักฉัน เรารักกันนะจ๊ะ ประโยคอมตะที่ชอบสลักไว้ตามต้นไม้นั้น มันเชยมากๆ นี่ยังไม่นับรวมขยะที่ทิ้งกันเกลื่อนกลาด ขาดระเบียบ ไร้วินัย สมควรที่จะหมดไปจากสังคมได้แล้ว

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เขานิยมกันมากในต่างประเทศ ทั้งการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ การผจญภัยเชิง
อนุรักษ์ธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ เช่น ล่องแก่ง โรยตัวจากหน้าผา ดำน้ำดูปะการัง ศึกษาชีวิตของสัตว์ใต้ทะเล บางชนิดเขาพัฒนาต่อเนื่องไปเป็นกีฬา หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมอย่างล้นหลาม

มีรูปแบบการท่องเที่ยวอีกชนิดหนึ่งที่ผมอยากพูดถึง เพราะเห็นว่าบ้านเรายังไม่มีหน่วยงานใดส่งเสริม
แบบจริงจัง ใช่แล้วครับ ผมหมายถึง แคมพ์ คาร์ ซึ่งบ้านเรายังไม่มีโครงการแบบนี้มารองรับนักท่องเที่ยว ทั้งๆ ที่เรามีผู้ประกอบการหลายรายดัดแปลงรถกระบะธรรมดา ให้เป็นรถบ้าน ออกจำหน่ายและตระเวนโชว์ตัวกันมาแล้ว แต่ก็ยังหาสถานที่ท่องเที่ยวมารองรับการขยายตัวด้านนี้น้อยมาก ในต่างประเทศตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ เขาจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวที่ขับรถบ้านไปท่องเที่ยว เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ความปลอดภัยต่างๆ

ศักยภาพของหน่วยงานป่าไม้ที่เกี่ยวข้องในบ้านเรา มีความสามารถพอที่จะทำได้ แต่ยังไม่เป็นรูปธรรม
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หรือตามอุทยานแห่งชาติ น่าจะมีพื้นที่ที่เตรียมไว้สำหรับบรรดา แคมพ์ คาร์ ที่อยากเข้าไปสัมผัสธรรมชาติ และต้องการันตีเรื่องความปลอดภัยให้กับพวกเขา ผมว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะคิดทำ เพราะเชื่อว่ามีคนที่ชอบเที่ยวป่า แต่ไม่อยากนอนกลางดิน กินกลางทราย และไม่พิศวาสความลำบากเหมือนพวกฮาร์ดคอร์ บางกลุ่ม พวกเขาอยากเข้ามาสัมผัสธรรมชาติจริงๆ อาจจะพ่วงท้ายครอบครัวลูกเด็กเล็กแดง หรือคนเฒ่าคนแก่มาด้วย น่าจะเป็นการดีที่เด็กๆ ได้เรียนรู้ธรรมชาติมากขึ้น ปลูกจิตสำนึกที่ดีให้กับเด็ก ให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาด้วยสามัญสำนึกในการรักษาและหวงแหนสมบัติของชาติ ผมว่าน่าจะง่ายกว่าการนั่งรณรงค์เมื่อตอนแก่ !

ลองทบทวนอีกทีครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าทำ เพราะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น
และเป็นการประชาสัมพันธ์ของดีในเมืองไทย ให้คนไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้…



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2550
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mpzcM
เพิ่มเพื่อน