DIY…คุณทำเองได้

การดูแลรักษากระจกรถยนต์


กระจกรถยนต์ ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมีหน้าที่หลายอย่างด้วยกัน อย่างแรกคือ ป้องกันลม, ฝน, ฝุ่นละอองต่างๆ ที่จะปลิวเข้ามาโดนคนขับและผู้โดยสาร อย่างที่ 2 คือ เป็นตัวกั้นระหว่างห้องโดยสารและภายนอก เพื่อให้ระบบปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยในเรื่องของทัศนวิสัยในการขับขี่ เพราะเวลาฝนตก ถ้าไม่มีกระจกมากั้น เรื่องการขับขี่คงเป็นไปได้ยาก กระจกนั้นมีความสำคัญมาก เพราะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ถ้าดูแลรักษาไม่ได้ อายุการใช้งานของกระจกนั้นจะสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด และการเปลี่ยนกระจกใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีผลต่อเนื่องตามมาไม่น้อย อย่างเช่น เสียงลมรั่วหรือน้ำรั่วเข้าห้องโดยสาร ดังนั้นเรามาเรียนรู้เรื่องของการดูแลรักษากระจกหน้ากันดีกว่า ว่าทำอย่างไรให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน ?

กระจกหน้าต้องดูแลรักษาให้ดี

ใบปัดน้ำฝน ถือเป็นสิ่งแรกที่เจ้าของรถนึกถึงเมื่อฝนตก เพราะนั่นจะทำให้เจ้าของรถนึกได้ว่าครั้งสุดท้ายนั้นเปลี่ยนไปเมื่อไร ใบปัดน้ำฝนนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของกระจกรถยนต์ ถ้าหลังจากปัดแล้วไม่สะอาด หรือมีเสียงดัง โอกาสที่จะทำให้กระจกหน้าเป็นรอยมีสูงมาก โดยปกตินั้น อายุการใช้งานของใบปัดน้ำฝนจะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน โดยเฉพาะรถที่จอดตากแดดเป็นประจำ อายุการใช้งานของใบปัดจะสั้นลง ทำให้ปัดไม่สะอาด และมีเสียงดัง

สิ่งที่ต้องระวังคือ การปัดน้ำฝนในจังหวะแรก เพราะคราบสิ่งสกปรกต่างๆ มักจะเกาะติดอยู่ที่ผิวหน้าของกระจก รวมถึงเม็ดฝุ่นที่ติดอยู่บริเวณใบปัดน้ำฝนจะทำให้กระจกเป็นรอยได้ง่ายมาก สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือ การฉีดน้ำล้างกระจกก่อนจะทำการปัด เพราะน้ำจะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรก และช่วยหล่อลื่น ในน้ำฉีดกระจกนั้นควรผสมแชมพูสระผมชนิดไม่มีครีมนวดผสมอยู่ ผสมแชมพูเล็กน้อยเพื่อให้ฟองที่เกิดขึ้นช่วยป้องกันไม่ให้กระจกหน้าเป็นรอยได้ง่าย เพราะการที่กระจกหน้าเป็นรอยมันซ่อมแซมและแก้ไขได้ยากมาก ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีร้านซ่อมกระจก แต่ก็แค่ช่วยบรรเทาได้บ้าง เพราะรอยที่เกิดขึ้นมันจะกินลึกเข้าไปในผิวกระจก ถ้าเกิดรอยขึ้น เช่น ถูกหินกระเด็นใส่ทำให้กระจกหน้าเกิดอาการกะเทาะ จำเป็นที่จะต้องซ่อมแซมเพื่อไม่ให้อาการบานปลาย

อาการกะเทาะของกระจกหน้ามีหลายรูปแบบ บางครั้งอาจเกิดเป็นเบ้าลึกเล็กน้อย แต่ไม่มีรอยร้าวเป็นเส้นให้เห็น เมื่อเกิดอาการกะเทาะ อย่างแรกที่ต้องทำ คือ ใช้สกอทเทปใสปิดทับโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสปรกฝังเข้าไปตามรอยที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้การซ่อมแซมเป็นเรื่องยากและไม่เรียบเนียน ถ้าเกิดรอยร้าวเป็นเส้นๆ เหมือนใยแมงมุม ต้องรีบนำเข้าซ่อมโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้รอยร้าวเกิดต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งรอยร้าวแบบนี้จะเกิดต่อเนื่องได้ง่ายมาก ทั้งจากการบิดตัวของโครงสร้างตัวรถ และการกระเทือนจะทำให้รอยร้าวเพิ่มมากขึ้นได้ง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การซ่อมต้องได้รับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะหลายๆ อาการนั้นมันไม่ควรซ่อม แต่ควรจะเปลี่ยนใหม่

การยืดอายุการใช้งานของกระจกหน้า หรือป้องกันไม่ให้เกิดรอยนั้น อย่างแรกที่ต้องทำ คือ การทำความสะอาดผิวกระจกหน้า เพราะสิ่งสกปรกเป็นส่วนที่ทำให้ใบปัดน้ำฝนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากเมื่อใช้งานไปนานๆ คราบแมลง ละอองน้ำมันจากบรรดารถเมล์หรือรถบรรทุก ยางไม้ ฯลฯ จะติดเป็นคราบแข็งที่ผิวกระจกหน้า โดยเฉพาะเจ้าของรถที่ต้องจอดใต้ต้นไม้เป็นประจำ ยางไม้และขี้ของพวกแมลงตัวเล็กๆ จะทำให้เกิดผิวขุรขระคล้ายผิวส้ม ทำให้เกิดเสียงดังเวลาทำงานและเกิดคราบเป็นเส้นๆ และยังเสี่ยงต่อการทำให้ผิวกระจกหน้าเป็นริ้วรอยได้ง่าย สำหรับผู้ที่จอดใต้ต้นไม้เป็นประจำควรต้องทำความสะอาดบ่อยๆ การทำความสะอาดในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ใช้น้ำยาเช็ดกระจกเท่านั้นนะครับ เพราะนั่นไม่พอที่จะทำให้ผิวกระจกสะอาดหมดจด การทำความสะอาดที่ได้ผลมากที่สุด คือ ใช้ใบมีดโกนขูดทำความสะอาดผิวกระจกหน้า โดยใช้ใบมีดโกนแบบแบนๆ มีคมด้านเดียว ด้ามยาวๆ อันละ 3-4 บาท ใช้ขูดไปบนผิวกระจกโดยตรงโดยทำมุมเอียงประมาณ 30 องศา แล้วค่อยๆ ขูดผิวกระจก เหมือนเวลาช่างตัดผมโกนหน้าให้คุณนั่นละ ขูดเบาๆ ไปทางเดียวกัน ใจเย็นๆ ไม่ต้องกดแรงเดี๋ยวกระจกจะเป็นรอย เมื่อขูดจนเกลี้ยงทั่วทั้งแผ่นกระจก ที่สำคัญคือ อย่ากดแรง เพียงคุณเอียงมุมของใบมีดมากๆ หน่อยยังไงก็สามารถขูดออกได้ แม้ว่าก่อนหน้าที่จะลงมือขูดจะใช้น้ำยาเช็ดกระจกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็ตาม คุณจะเห็นถึงคราบสกปรกที่ถูกขูดออกมาอย่างชัดเจน

ตรวจเชคหัวฉีดน้ำ และถังพักน้ำ ปัญหานี้มักจะเป็นกับรถอายุเยอะ หรือรถที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลเอาใจใส่ ลองสังเกตดูการฉีดของน้ำล้างกระจกว่าแรงดีหรือไม่ และฉีดอยู่ในแนวที่สมควรหรือไม่ ถ้าหัวฉีดอุดตัน ให้ใช้เข็มเล็กๆ แยงทำความสะอาด และปรับทิศทางให้ไปแนวกึ่งกลางกระจก ถ้าทำความสะอาดแล้วพบว่าแรงดันน้ำเบา ให้ตรวจเชคว่า มีท่อยางรั่วหรือไม่ รวมทั้งเชคสภาพถังพัก และปั๊มน้ำฉีดกระจกด้วย ถ้าพบว่ามีอุปกรณ์ชำรุด ให้เปลี่ยนใหม่ เพราะของพวกนี้ราคาไม่แพง นอกจากนี้ต้องตรวจเชคการทำงานของระบบไล่ฝ้าว่ายังทำงานตามปกติหรือไม่ ถ้าไม่ ให้ทำการตรวจเชคโดยเร็ว นอกจากนี้ คุณสามารถหาซื้อน้ำยาเคลือบกระจกมาใช้ เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้ ซึ่งจะมีสารช่วยลดการเกาะตัวของหยดน้ำที่ผิวกระจก ช่วยได้มากเมื่อใช้กับกระจกมองข้าง และกระจกหลัง

ตรวจสภาพใบปัดน้ำฝน

เมื่อกระจกสะอาดแล้วก็จะได้รู้ว่าใบปัดของคุณเสื่อมสภาพหรือยัง โดยการลองเปิดที่ปัดน้ำฝนดู (ฉีดน้ำด้วยนะครับ) แล้วสังเกตดูว่าหลังจากปัดแล้วกระจกสะอาดหรือไม่ และมีเสียงดังด้วยหรือเปล่า ถ้ามีหรือทั้ง 2 อย่างก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว เพื่อให้เกิดทัศนวิสัยที่ดี และไม่ทำให้กระจกเป็นรอยภายหลัง เมื่อเปลี่ยนควรเลือกเปลี่ยนทั้งใบปัด ไม่ควรซื้อแบบที่เปลี่ยนเฉพาะยางปัดอย่างเดียว เพราะจุดยึดระหว่างโครงใบปัดกับก้านปัดน้ำฝนนั้นส่วนมากเป็นพลาสติค เมื่อโดนแดดนานๆ ก็กรอบแตกได้ง่าย เดี๋ยวนี้ใบปัดน้ำฝนดีๆ คู่หนึ่งราคาประมาณ 350-500 บาท คุณภาพกลางๆ ประมาณ 150-250 บาท ของถูกเนื้อยางจะแข็ง ทำให้กระจกเป็นรอยง่าย และเวลาเลือกซื้อต้องดูสภาพของยางปัดด้วยว่ามีรอยแตกลายงาหรือไม่ อย่าไว้ใจว่าเป็นของใหม่แล้วจะสบายใจ เพราะของเก่าเก็บถูกเอามาขายปนกับของดีๆ ก็มี

การดูแลและรักษาสภาพใบปัดน้ำฝนนั้น ไม่ควรยกก้านปัดน้ำฝนค้างไว้ เพราะจะทำให้สปริงของก้านปัดน้ำฝนล้า ทำให้ไม่สามารถกดใบปัดน้ำฝนได้แนบสนิทกับผิวกระจก การปัดน้ำฝนหรือการกวาดน้ำฝนออกจากผิวจึงทำได้ไม่ดี และเมื่อใช้ความเร็วสูงๆ ลมที่มาปะทะกับกระจกนั้นจะทำให้ก้านปัดน้ำฝนยกตัวขึ้นจากแรงลมปะทะ ยิ่งทำให้ใบปัดน้ำฝนไม่สามารถกวาดน้ำฝนที่ผิวกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นไม่ควรที่จะยกก้านปัดน้ำฝนเอาไว้เพราะกลัวใบปัดจะเสื่อมสภาพเร็ว ใบปัดน้ำฝนนั้นราคาไม่แพง สามารถเปลี่ยนได้ทุกปีเพื่อยืดอายุการใช้งานของกระจกหน้า เนื่องจากอากาศบ้านเราร้อนมาก ใบปัดน้ำฝนจะเสื่อมสภาพเร็วอย่างน่าใจหาย อย่าไปเสียดายกับใบปัดน้ำฝนราคาไม่กี่ร้อย เพราะกระจกหน้าบานหนึ่งราคาครึ่งค่อนหมื่นเลยทีเดียว

ทำอย่างไรเมื่อกระจกหน้าแตก ?

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย ก็แค่ไปร้านกระจกก็จบ ซึ่งมันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายอย่างนั้น โดยปกติรถที่มีประกันชั้นหนึ่ง ไม่ค่อยมีปัญหากรณีกระจกหน้าแตก เพราะเลี้ยวเข้าร้านกระจกก็จบ เนื่องจากร้านกระจกส่วนใหญ่จะติดต่อกับบริษัทประกันภัยโดยตรง บริษัทประกันภัยเองก็ไม่อยากจะให้เจ้าของรถเข้าไปเปลี่ยนกระจกในศูนย์บริการโดยตรง ก็ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนกระจกที่ศูนย์บริการของค่ายรถยนต์ มันสูงกว่าร้านกระจกเป็นเท่าตัว

โดยปกติเวลาที่เรานำรถเข้าไปเปลี่ยนกระจกตามร้านกระจกทั่วไป ราคากระจกของรถกระบะทั่วๆ ไปก็จะอยู่ประมาณ 3,000-4,500 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการคิดราคาของร้าน หลายร้านคิดราคากระจกถูก แต่คิดค่าแรง, ค่าเทปกาว หรือซิลิโคนต่างหาก บางร้านคิดราคาเหมือนแพง แต่คุณไม่ต้องจ่ายค่าอื่นๆ เรียกว่าเบ็ดเสร็จในราคาเดียว การเลือกกระจก อย่างแรกที่สำคัญ คือ ต้องตรงรุ่น อย่างที่ 2 คือ กระจกต้องมีเครื่องหมาย มอก. เป็นกระจกที่ผ่านมาตรฐาน ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาตามมา เช่น มีเสียงลมเข้า มีน้ำรั่ว มีฝุ่นและกลิ่นรั่วเข้ามา โดยส่วนมากเมื่อเกิดอาการนี้ เรามักคิดว่าเป็นเพราะการติดตั้งไม่ดี แต่น้อยคนจะรู้ว่าสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะว่ากระจกบิดเบี้ยวอันเนื่องมาจากขั้นตอนการผลิต หาได้มาจากการติดตั้งไม่ ?

เมื่อกระจกแตก สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ทำใจ ไม่ต้องซีเรียส ถ้ามีประกันชั้นหนึ่งก็สบายใจไป กรณีที่รถคุณมีประกันชั้นหนึ่ง บริษัทประกันก็จะพยายามยัดเยียดให้คุณไปเปลี่ยนตามร้านกระจกชั้นนำ เมื่อเข้าไปเปลี่ยนแล้วคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อใดคุณยืนกรานว่า จะเอาเข้าไปเปลี่ยนที่ศูนย์บริการของรถที่คุณใช้ จะเกิดปัญหาตามมาทันที คือ เรื่องของค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่ประกันจะไม่รับผิดชอบ เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายพวกน้ำยาทำความสะอาดคราบกาว แถบกาว กิพยึดรางกระจก หรือแม้กระทั่งคิ้วขอบกระจก ฯลฯ ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านี้ ประกันจะไม่รับผิดชอบ รวมแล้วสนนราคาพอๆ กับกระจกหนึ่งบานเลยทีเดียว

ทำไมราคาค่าใช้จ่ายถึงได้ต่างกันขนาดนั้น นั่นก็เพราะว่า การนำกระจกติดเข้าไปกับตัวถังต้องใช้กาวกิพยึดต่างๆ และคิ้วกรอบกระจก เพื่อให้กระจกแนบสนิทกับตัวถังมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการรั่วซึมทั้งจากลม, เสียง และน้ำ เมื่อกระจกแตกจำเป็นต้องรื้อสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาทิ้งไป เพราะการออกแบบนั้น ออกแบบมาให้ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และศูนย์บริการต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดตามคู่มือ แต่ร้านกระจกทั่วไปนั้นจะมีความชำนาญมากกว่าศูนย์บริการมากมาย เพราะวันๆ หนึ่งเปลี่ยนกระจกหลายคัน แต่ในศูนย์บริการนั้น นานๆ ครั้งจะมีเข้าไปเปลี่ยนสักครั้ง ความชำนาญจึงน้อยกว่า ด้วยความชำนาญนี่เอง ทำให้สามารถรื้อกิพและคิ้วกรอบกระจกออกมาได้ง่ายและไม่เสียรูปทรง จึงสามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง แต่ถ้าเป็นคนช่างสังเกตจะเห็นว่าการประกอบกลับเข้าไปนั้น ไม่แนบสนิทเหมือนเดิม แต่ช่างมีกรรมวิธีในการติดตั้งโดยใช้แถบกาวและซิลิโคน ช่วยในการติดตั้ง ภายหลังจากการติดตั้งจึงมักจะมีปัญหาตามมาเรื่องของเสียงลม น้ำ หรือแม้กระทั่งฝุ่นรั่วเข้าห้องโดยสาร

ถึงแม้จะเป็นร้านใหญ่ๆ โอกาสที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวก็มี เพราะปัญหาไม่ได้มาจากร้าน แต่มาจาก
ช่างที่มีการเปลี่ยนตัวบ่อยๆ คราวซวยเมื่อไปเจอช่างที่ยังไม่มีความชำนาญเพียงพอ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะว่าเราไม่สามารถแก้ไขรอยรั่วภายในได้ การแก้ไขที่ทำได้ก็คือ การใช้ซิลิโคนอัดลงไปตามจุดที่คิดว่าเกิดการรั่วซึม ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ยากจะจบง่ายๆ และสวยงาม

ดังนั้นเมื่อกระจกหน้าหรือหลังแตกอย่างที่บอกไปว่าควรทำใจ แม้ว่าคุณจะมีประกันช่วยรับผิดชอบ แต่สิ่งที่คุณต้องเปลี่ยนต้องลงทุน คือ เรื่องของน้ำยาทำความสะอาดคราบกาว, แถบกาว, กิพยึดรางกระจก หรือแม้กระทั่ง คิ้วขอบกระจก ฯลฯ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะอยู่ประมาณ 2,500-3,500 บาท สิ่งเหล่านี้เจ้าของรถควรจะต้องจำใจจ่าย เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ซึ่งการแก้ไขนั้นบางครั้งอาจจะมีค่าใช้จ่ายบานปลายไม่น้อย เพราะจะให้ร้านรื้อออกมาติดตั้งใหม่เป็นเรื่องยาก ต้องถึงขนาดยาซิลิโคนจะไม่สามารถทำได้แล้วนั่นละ ถึงจะค่อยรื้อมาทำใหม่

แต่ถ้ารถคุณไม่มีประกัน การควักจ่ายเองมากขึ้นก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการแก้ไขนั้นไม่ใช่ถูกๆ และเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสียเวลา การทำงานกับกระจกนั้นเป็นงานที่ต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมา นอกจากนี้เวลาเข้าไปเปลี่ยนกระจกต้องคุยเรื่องเงื่อนไขการติดตั้ง และบริการหลังการขายให้ดี ร้านส่วนใหญ่มักไม่แนะนำให้เจ้าของรถเปลี่ยน เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น การรั่วซึมที่เกิดขึ้นส่วนมากมักไม่เกิดในระยะเวลาอันใกล้ หลายครั้งเวลาผ่านไปเป็นเดือนจึงจะเห็นว่ามีร่อยรอยการรั่วซึม หรือมีรอยสนิมเกิดขึ้น

นั่นเป็นเพราะว่าทางร้านไม่ใช้น้ำยาลอกคราบกาว แต่ใช้ของแข็งหรือของมีคมขูดคราบกาวเดิมออกทำให้สีเกิดการถลอก ผลที่ตามมา คือ เกิดสนิมขึ้นจากภายใน กว่าจะรู้ว่าเป็นเพราะช่างใช้ใบเลื่อยเหล็กขูดคราบกาวออก สีจึงถลอกผ่านไปเป็นปี คราบสนิมค่อยๆ ก่อตัวจากภายในและปูดออกมาให้เห็นตามแนวขอบกระจก คราบสนิมนี้ก็เหมือนกับปลวก เมื่อเราเห็นร่องรอยมันภายนอกเมื่อไร นั่นแสดงว่าภายในถูกมันแทะกินจนไม่เหลือคราบแล้ว นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมศูนย์บริการถึงได้มีน้ำยาล้างคราบกาวให้คุณเสียเงิน กิพยึดต่างๆ นั้นมันเป็นเหล็กสปริงที่ออกแบบมาให้ใช้ได้ครั้งเดียว โดยการกดลงไป เมื่อมีการรื้อโดยการดึงสวนทางออกมา เหล็กสปริงบางๆ นี้จะยืดเล็กน้อย และไม่มีทางที่จะทำให้มันกลับไปเป็นเหล็กสปริงเหมือนเดิม กิพตัวนี้จะเป็นที่ยึดระหว่างคิ้วกรอบกระจกกับโครงสร้างตัวถัง เพื่อให้เกิดความแน่นหนาเมื่อเราดึงสวนทางออกแล้ว สิ่งที่ทำได้ คือ การซิลิโคนอัดไว้ด้านใน ถ้าการยาด้วยซิลิโคนไม่ดี โอกาสที่คุณจะเสียเงินและเวลามากกว่าส่วนต่างที่กล่าวมามีมากมาย ดังนั้นยอมทำใจ และจ่ายเพิ่มในสิ่งที่จะช่วยตัดปัญหาในอนาคตจะดีกว่า แม้ร้านจะยืนยันถึงเรื่องของการรับประกันผลงานก็ตามที เพราะเป็นสิทธิ์ของเราที่จะตัดปัญหาระยะยาว



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2550
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/K5EB2
เพิ่มเพื่อน