รู้ไว้ใช่ว่า

“ลักน้ำมัน”


คดีความงวดนี้น่าสนใจไม่น้อย เป็นเรื่องที่ส่อให้เห็นว่าคนบ้านเรานั้นด้อยในเรื่องคุณธรรมอย่างหนักขณะที่มาตรการทางกฎหมายและการปราบปรามตามไม่ทันพวกทำชั่วทำเลว

กระบวนการลักน้ำมันจากรถบรรทุกเอาไปขายไงละพี่น้อง เป็นเรื่องเจ็บปวดที่เกิดกับบรรดาเจ้าของรถทั้งหลายอย่างยิ่ง อ่านเรื่องนี้แล้วแม้เราท่านจะเป็นคนนอก ไม่ใช่เจ้าของรถ ก็เซ็งกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น้อยเรื่องราวเป็นฉันใด ต้องตามไปดูโดยไม่ต้องก่อจลาจล ทั้งพระทั้งชาวบ้านนั่นละโยม

“นายเจริญรุ่งเรือง” มีอาชีพเป็นโชเฟอร์รถบรรทุกให้บริษัทน้ำมันรายใหญ่แห่งหนึ่งถือว่ามีหน้าที่การงานมั่นคงพอสมควร ไม่เข้าข่ายจนเครียดกินเหล้าอะไรประมาณนั้น แต่นายเจริญรุ่งเรืองก็ยังคิดไม่ยาว คือคิดสั้น ทะลึ่งดูดน้ำมันจากรถเพื่อลักไปขาย เจ้าตัวมองว่าเป็นรายได้เสริม

ฝ่ายเถ้าแก่รู้แกวเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะทีวีเคยทำข่าวให้เห็น ไม่ได้นอนใจ แจ้งให้ตำรวจช่วยสอดส่องปรากฏว่าจับได้จริงๆ ชนิดคาหนังคาเขา

วันนั้นนายเจริญรุ่งเรืองติดต่อลูกค้าได้รายหนึ่งชื่อ “นายซื่อจริงๆ” ฟังชื่อแล้วน่าคบมาก แต่มันไม่ใช่นายซื่อจริงๆ อยากได้น้ำมันโซลาราคาถูก จึงนัดแนะให้นายเจริญรุ่งเรืองขับรถบรรทุกน้ำมันออกนอกเส้นทาง เข้าไปจอดภายในบริเวณบ้านของตน แถมยังเป็นลูกมือ เอาถังแกลลอนคอยรองรับน้ำมันที่นายเจริญรุ่งเรืองดูดออกจากถังบรรทุกน้ำมัน

นายตำรวจที่ติดตามเรื่องนี้หูตาไว สังเกตเห็นรถคันที่นายเจริญรุ่งเรืองขับออกนอกเส้นทางตามปกติของรถน้ำมัน จึงตามไม่สังเกตการณ์และเจอเข้าอย่างจัง เห็นนายเจริญรุ่งเรืองปีนขึ้นไปตัดลวดตัดซีลที่ฝาถังน้ำมัน ขณะที่นายซื่อจริงๆ หิ้วแกลลอนคอยรับน้ำมันที่นายเจริญรุ่งเรืองขายให้ในราคาถูก

ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าไปจับทั้งสองส่งโรงพัก แล้วส่งเรื่องต่อไปให้อัยการเพื่อนำทั้งคู่ไปฟ้องที่ศาลนายเจริญรุ่งเรืองโดนข้อหาพยายามลักทรัพย์นายจ้าง ส่วนนายซื่อจริงๆ โดนข้อหาเป็นผู้สนับสนุนในการพยายามลักทรัพย์

ทั้งสองคนสู้คดีให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ตัดสินเอาผิดนายเจริญรุ่งเรืองหนักมาก คือ จำคุก 1 ปีคำรับชั้นจับกุมทำให้ศาลตัดสินสะดวก ลดให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกแค่ 9 เดือน แต่ศาลฟังว่าเอาผิดนายซื่อจริงๆ ไม่ได้ ให้ยกฟ้องปล่อยตัวไป

อัยการโจทก์ติดใจที่จะเอาผิดนายซื่อจริงๆ ให้ได้ จึงยื่นอุทธรณ์โต้แย้ง

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเอาด้วยกับอัยการ พิพากษาแก้ ลงโทษนายซื่อจริงๆ อย่างหนักในข้อหาสนับสนุนนายเจริญรุ่งเรือง จำคุก 8 เดือน รับสารภาพชั้นจับกุมลดให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 6 เดือน

เรื่องน่าจะจบ นายซื่อจริงๆ น่าจะติดคุกจากการทำชั่ว แต่นายซื่อจริงๆ ดิ้นหลุดจนได้ด้วยการยื่นฎีกาอ้างว่าเอาผิดไม่ได้ เพราะไม่ได้ร่วมลักทรัพย์ เป็นผู้ซื้อเท่านั้น

ศาลฎีกาเพ่งดูคดีนี้ด้วยความเซ็ง แล้วชี้ขาดด้วยความเซ็งเช่นกันออกมาว่า

นายซื่อจริงๆ ทำไปโดยมีเจตนาที่จะซื้อน้ำมันที่นายเจริญรุ่งเรืองลักดูดออกมาขายแม้จะให้นำรถน้ำมันมาจอดในบ้านก็ยังไม่พอฟังว่านายซื่อจริงๆ ทำผิดในฐานะผู้สนับสนุนให้นายเจริญรุ่งเรืองลักทรัพย์ จึงเอาผิดเอาโทษนายซื่อจริงๆ ไม่ได้

ศาลฎีกาต้องพิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องนายซื่อจริงๆ ดังที่ศาลชั้นต้นตัดสินไว้ ปล่อยตัวมันไป

แน่นอน ท่านผู้อ่านคงจะเซ็งระเบิดเมื่อเห็นนายซื่อจริงๆ ผิวปากลงจากศาลเพราะไม่ติดคุกติดตะรางแต่งานนี้ศาลไม่ได้ลำเอียงนะครับ ศาลท่านดูเจตนาของจำเลยเป็นที่ตั้ง การพยายามลักทรัพย์เป็นเรื่องของนายเจริญรุ่งเรืองล้วนๆ มาแต่แรก ไม่ได้มีข้อเท็จจริงว่านายซื่อจริงๆ ให้การสนับสนุนในเรื่องลักทรัพย์มันตั้งใจอย่างเดียว คือ ซื้อน้ำมันที่ลักมาในราคาถูก

ถ้าดูตามขั้นตอน หากอัยการเฉลียวใจ ฟ้องข้อหาพยายามรับของโจรก็น่าจะมัดคอนายซื่อจริงๆเข้าตะรางได้ เพราะมันตั้งท่ารับซื้อน้ำมันที่ได้จากการลักขโมยอย่างเห็นๆ แต่เสียใจเมื่ออัยการไปตั้งป้อมเอาผิดข้อหาเกี่ยวกับการลักทรัพย์ นายซื่อจริงๆ จึงไม่ติดตะรางด้วยความฟลุคนั่นเอง

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1082/2549

คดีรถ ตีพิมพ์ใน “4 Wheels” ส่งไป ๒๘ เมย. ๕๐



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
ภาพโดย : -
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2550
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/vUGBU

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน