บทความ

จอห์น ดี ธอมสัน รองประธาน บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด


ปีที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทรถยนต์หลายค่าย ยกเว้น บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ยังคงนโยบายการบริหารงานด้วยผู้บริหารเดิม 4 WHEELS สัมภาษณ์ จอห์น ดี ธอมสัน รองประธาน บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด/ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงก้าวต่อไปในอนาคต

4 WHEELS : มองภาพรวมของตลาดรถยนต์ในปีนี้อย่างไร ?

ธอมสัน : ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายรถยนต์ในตลาดรวมลดลงประมาณ 20 % เนื่องจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง เป็นเหตุให้ผู้บริโภคชะลอการจับจ่าย ซึ่งมาจากปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง อย่างไรก็ตาม คาดว่าภาวะดังกล่าวจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัท ฯ ในไตรมาสแรก มียอดจำหน่ายลดลงประมาณ 20 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

4 WHEELS : นโยบายการตลาดของบริษัท ฯ ในปีนี้เป็นอย่างไร ?

ธอมสัน : ล่าสุดบริษัท ฯ ได้เปิดโพรแกรม MONEY BACK GUARANTEEโดยหลังจากลูกค้าซื้อรถยนต์ เชฟโรเลต์ ไม่เกิน 35 วัน หรือระยะทางไม่เกิน 1,500 กม. แล้วไม่พอใจตัวรถยนต์ สามารถขอคืนรถ พร้อมรับเงินคืนจากบริษัท ฯ ซึ่งมองว่า เชฟโรเลต์ ยังเป็นบแรนด์ใหม่สำหรับผู้ใช้รถชาวไทย อาจเกิดการลังเลของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อ และมั่นใจว่า หลังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองขับรถยนต์ เชฟโรเลต์ แล้ว ลูกค้าต้องชอบตัวรถ และไม่ลังเลในการตัดสินใจ

ที่ผ่านมา บริษัท ฯ ได้ออกแคมเปญเพื่อมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้า เช่น แคมเปญพแลทินัม การันตีเปิดให้ลูกค้าต่ออายุการการันตีถึง 200,000 กม. และแคมเปญ GO FAST บริการซ่อมด่วนภายในเวลา 29 นาที หรือน้อยกว่า และ เชฟวี โมบายล์ เซอร์วิศ ปัจจุบันมีรถให้บริการทั้งสิ้น 85 คัน ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งมีโชว์รูม เชฟโรเลต์ 103 แห่ง และภายใน 2 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นอีก 50 แห่ง รวมทั้งให้การรับประกันรถยนต์ เชฟโรเลต์ ออพทรา ซีเอนจี ซึ่งไม่มีบริษัทใดทำ

นอกจากนี้ยังได้ตั้ง เชฟโรเลต์ โอเค ยูสด์ คาร์ โดยรถยนต์ เชฟโรเลต์ ที่จำหน่ายในโครงการนี้เป็นรถที่มีคุณภาพดี มีการปรับสภาพตามมาตรฐานของ เชฟโรเลต์ มีการตรวจเชค 105 จุดสำคัญ พร้อมการการันตี 1 ปี หรือในระยะทาง 25,000 กม. ปัจจุบันมี 6 สาขา คือ สกลนคร, สุราษฎร์ธานี, เชียงราย, สุวรรณภูมิ และในกรุงเทพ ฯ อีก 2 แห่ง คือ วิริยะ, พีเอนเอ

4 WHEELS : ปีนี้จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหรือไม่ ?

ธอมสัน : เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัท ฯ ได้เปิดตัวรถยนต์ เชฟโรเลต์ แคพทีวา อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยรถยนต์รุ่นใหม่นี้ มีจุดเด่น คือ เป็นรถเอสยูวี ขนาด 3 แถว มีแอร์คอนดิชันติดตั้งด้านหลังของตัวรถ ภายในตกแต่งด้วยสไตล์หรูหรา และมีช่วงล่างเป็นยูโรไลน์ ตามแบบของ เชฟโรเลต์ ออพทรา

หลังจากนี้ บริษัท ฯ จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 2 รุ่น เป็นรถยนต์นั่ง 1 รุ่น และรถพิคอัพ 1 รุ่นคาดว่าจะเปิดภายในปีนี้ ส่วนโครงการผลิตรถซีเอนจี ซึ่งปัจจุบันมีเฉพาะ เชฟโรเลต์ ออพทรา และ เชฟโรเลต์ ออพทรา เอสเตท บริษัท ฯ อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาพัฒนารถพิคอัพ เชฟโรเลต์ โคโลราโดซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร โดยผลิตภัณฑ์หลักในการทำตลาด ยังคงเป็นรถพิคอัพ เชฟโรเลต์ โคโลราโด

4 WHEELS : ทิศทางการเติบโตของรถยนต์แต่ละประเภทเป็นอย่างไร ?

ธอมสัน : รถพิคอัพยังคงเป็นที่ต้องการมากที่สุดสำหรับตลาดในประเทศไทยเนื่องจากรัฐบาลให้การสนับสนุนด้านภาษี เห็นได้จากการที่ยอดจำหน่ายรถพิคอัพของเมืองไทยมีสัดส่วนมากถึง 60 % ของยอดจำหน่ายรถทั้งประเทศ และคิดเป็นสัดส่วนการจำหน่ายรถพิคอัพสูงที่สุดในโลก หากเทียบสัดส่วนการจำหน่ายรถในแต่ละประเทศ

นอกจากนี้ มองว่าผู้ใช้รถชาวไทย นิยมใช้รถเล็กมากขึ้น เนื่องจากสามารถประหยัดน้ำมันได้มากกว่าซึ่งบริษัท ฯ มีรถยนต์ เชฟโรเลต์ ออพทรา ซีเอนจี ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 75 % และในช่วงที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น บริษัท ฯ ก็มียอดจำหน่ายรถรุ่นนี้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

4 WHEELS : การเติบโตของบริษัท ฯ ตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ กระทั่งปัจจุบันเป็นอย่างไร ?

ธอมสัน : นับจากปีแรกที่บริษัท ฯ เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย จากจำนวนดีเลอร์ที่มี ณ ขณะนั้น 6แห่ง เพียง 6 ปีของการดำเนินงาน จำนวนดีเลอร์เพิ่มขึ้นเป็น 103 แห่ง นับว่าบริษัท ฯประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก และที่ผ่านมาได้ลงทุนกว่า 40,000 ล้านบาท สำหรับโรงงานผลิต รวมทั้งการสร้างโรงงานพ่นสีแห่งที่ 2 สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นคง และความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจอย่างจริงจังในประเทศไทย

ปัจจุบัน เชฟโรเลต์ มียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 3 ในตลาดรถยนต์นั่ง และอันดับ 4 ในตลาดรถพิคอัพโดยบริษัท ฯ จะพยายามรักษาอันดับไว้ด้วยการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าของ เชฟโรเลต์ ทั้งด้านการขาย และการบริการหลังการขาย รวมถึงการออกแคมเปญพิเศษต่างๆ

4 WHEELS : 6 ปีหลังเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมองการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยอย่างไร ?

ธอมสัน : อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันกลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของหลายบริษัท ฯ อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่เห็นว่าภาครัฐควรมีการปรับปรุงเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ คือ การรายงานตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ของแต่ละบริษัท ที่ควรมีความชัดเจนมากกว่านี้โดยต้องรายงานจากตัวเลขจริงของยอดการจดทะเบียนรถยนต์ เนื่องจากการรายงานตัวเลขที่ผิดพลาดจะส่งผลกระทบต่อการวิเคราะห์ตลาดเพื่อวางนโยบายการพัฒนารถ รวมไปถึงยอดการผลิตรถของบริษัทรถยนต์ รวมทั้งนักลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงในตลาด

4 WHEELS : มองภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปีนี้อย่างไร ?

ธอมสัน : จากสถานการณ์ของรัฐบาลในปัจจุบัน มองว่าภาวะเศรษฐกิจน่าจะยังไม่ดีขึ้นและดูเหมือนว่าอัตราการเติบโตของ GDP ที่คาดการณ์ว่าจะเติบโต 5.5 % เมื่อต้นปี มีการปรับประมาณการณ์ลงเหลือ 3.5 % อย่างไรก็ตาม หวังว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะเป็นผลกระทบเพียงชั่วคราวเท่านั้น หลังจากประเทศไทยสามารถจัดการเลือกตั้งได้แล้ว สถานการณ์ทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเพราะประชาชนคนไทย มีความมั่นใจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมากกว่า



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา
ภาพโดย : เกรียงศักดิ์ ปันสม
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2550
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/seOs6
อัพเดทล่าสุด
14 Nov 2019

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
539,000
2.
499,000
3.
1,599,000
4.
1,169,000
5.
1,549,000
6.
1,749,000
7.
529,000
8.
1,300,000
9.
4,299,000
10.
2,149,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th