แกะกล่องรถใหม่

อยากเปลี่ยนยางใหม่ ควรเลือกอย่างไร


อยากเปลี่ยนยางใหม่ ควรเลือกอย่างไร

ฉบับแรกจาก เทวิน ขาวสนิท/จ. เพชรบุรี อยากเปลี่ยนยางชุดใหม่ ขอคำแนะนำเกี่ยวกับยางรถขับเคลื่อน 4 ล้อ

ถาม : ผมใช้ โตโยตา ไฮลักซ์ วีโก 4WD มาได้ 2 ปีกว่าแล้ว ยางเก่าติดรถเริ่มหมดสภาพ กำลังมองหายางชุดใหม่ ยังไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนขนาดเท่าเดิม หรือจะเปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น หากเปลี่ยนยางให้ใหญ่ขึ้นจะต้องทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แล้วควรใส่ยางขนาดเท่าไรดี รวมทั้งช่วยแนะนำยี่ห้อยางให้ด้วยครับ ?

ตอบ : หากจะให้แนะนำ ขอบอกว่าควรเลือกเปลี่ยนยางให้มีขนาดเท่าที่ติดรถมาจะดีกว่า ทั้งขนาดยางและลายดอกยาง เพราะขนาดยางที่ติดรถมานั้น วิศวกรผู้ออกแบบรถรุ่นนั้นๆ ได้คำนวณมาให้สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ด้วยสมัยนิยมและความพอใจของผู้ใช้แต่ละคนไม่เท่ากันทำให้เกิดอาการอยากแต่งรถให้ดูใหญ่และสูงขึ้น

คุณรู้หรือไม่ว่า การเปลี่ยนยางให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้นจากของเดิมนั้น จะส่งผลเสียต่อรถอีกหลายอย่าง คือ การที่ยางใหญ่ขึ้นส่งผลให้เส้นรอบวงของยางมีขนาดเพิ่มขึ้น การเพิ่มของเส้นรอบวงนี่เอง จะทำให้อัตราเร่งของรถลดลงจากเดิม อีกทั้งยังทำให้ระบบห้ามล้อและระบบเกียร์ต้องรับภาระหนักขึ้น ทั้งหมดนี้ คือเหตุผลว่าทำไมจึงแนะนำให้เปลี่ยนยางขนาดเท่าของเดิม

แต่หากต้องการที่จะเปลี่ยนยางให้มีขนาดใหญ่ขึ้น สิ่งที่คุณต้องทำคือ ต้องมีการยกช่วงล่างให้สูงกว่าเดิม ชอคอับต้องเปลี่ยนให้ยาวขึ้น ระบบห้ามล้อต้องเปลี่ยนหม้อลมเบรคให้มีขนาดใหญ่ขึ้นในบางกรณีอาจต้องเปลี่ยนขนาดของจานเบรคและดุมเบรคด้วย ที่สำคัญสุดคือ ต้องเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ใหม่ ซึ่งเรื่องนี้หลายๆ คนที่เคยเปลี่ยนยางคงปวดหัวกันมาแล้ว เพราะกว่าจะได้อัตราทดที่เหมาะสม เล่นเอาเสียเวลาและเสียเงินไปไม่ใช่น้อย

บางคนเปลี่ยนยางให้ใหญ่ขึ้น แต่พอนำมาวิ่งในเมืองกลับทนเสียงกระทบของยางกับถนนที่ดังมากไม่ไหว เพราะดอกยางบางรุ่นออกแบบมาให้ใช้งานบนทางสมบุกสมบัน เมื่อนำมาวิ่งบนทางเรียบจึงทำให้เกิดเสียงดังน่ารำคาญ ฉะนั้นการเลือกยางชุดใหม่คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า จะใช้งานอย่างไร

ชนิดของยางสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ มีอยู่ 4 ประเภท คือ 1. ยางสำหรับวิ่งบนทางเรียบ 2. ยางแบบออลล์ เทอร์เรน ที่วิ่งได้ทุกสภาพพื้นผิว 3. ยางแบบมัด เทอร์เรน สำหรับวิ่งลุยโคลน หรือในเส้นทางที่สมบุกสมบัน 4. ยางแบบสตัดเลสส์ สำหรับใช้วิ่งบนทางที่เต็มไปด้วยหิมะ อย่างหลังนี้คงไม่มีใช้ในบ้านเรา ยางแต่ละแบบจะแตกต่างกันตั้งแต่ความอ่อน/แข็งของเนื้อยาง ตลอดจนถึงรูปแบบของดอกยาง

สิ่งที่ควรนำมาพิจารณาในการเปลี่ยนยาง คุณควรเปลี่ยนพร้อมกันทีเดียว 5 เส้น (รวมยางอะไหล่)เพราะหากยางเส้นหนึ่งเส้นใดเกิดรั่ว และยางอะไหล่มีขนาดไม่เท่ากัน จะส่งผลต่อการขับขี่ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะรถที่มี LSD ในเฟืองท้าย ลายดอกยางต้องใส่ให้ถูกต้องตามตำแหน่งทิศทางของลูกศรที่บอกบนแก้มยาง และต้องใส่ยางให้ถูกด้าน (ด้านนอก/ใน) ส่วนยี่ห้อนั้นมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งนำเข้าจากต่างประเทศและผลิตในประเทศ เลือกได้ตามความชอบและกำลังทรัพย์ในกระเป๋าคุณ

 

อัดจาระบีตรงไหน

ฉบับที่สองจาก ตะวัน ถวายพุ่ม/จ. เชียงราย สงสัยว่าทำไมรถขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นใหม่ จึงไม่มีการอัดจาระบี

ถาม : ผมได้ซื้อรถขับเคลื่อน 4 ล้อมาใหม่ สงสัยว่าทำไมในคู่มือจึงไม่มีการแนะนำให้อัดจาระบีเหมือนรถสมัยก่อน แล้วอย่างนี้ช่วงล่างจะทนทานเหมือนรถสมัยก่อนหรือไม่ ?

ตอบ : ระบบช่วงล่างของรถสมัยก่อน จะเป็นลักษณะของการอัดจาระบี เพื่อช่วยในการหล่อลื่นจุดเสียดสีของช่วงล่าง เช่น บริเวณลูกหมาก ข้อต่อเพลา ชุดบังคับเลี้ยว ฯลฯ โดยจะมีหัวอัดจาระบีลักษณะเป็นหัวอลูมิเนียม คล้ายหัวไล่ลมน้ำมันเบรค เมื่อถึงกำหนดเวลาการดูแลรักษา ก็ต้องนำรถไปอัดจาระบี โดยจะมีกระบอกอัดจาระบีหน้าตาคล้ายกับที่เติมลมยางจักรยาน ที่ปลายสายของกระบอกจะมีหัวสวมเข้ากับหัวอัดจาระบีที่ติดกับตัวรถอยู่ เมื่ออัดจาระบีใหม่เข้าไป จาระบีเก่าที่หมดอายุก็จะไหลออกมาที่ปลายอีกด้านหนึ่ง จะมีเศษฝุ่นสกปรกติดออกมาเต็มไปหมด ซึ่งอาจเรียกระบบการหล่อลื่นแบบนี้ว่า ระบบเปิด

ต่างจากระบบช่วงล่างของรถขับเคลื่อน 4 ล้อในรุ่นใหม่ๆ ที่เป็นระบบปิด สารที่เคยหล่อลื่นที่จุดเสียดสีของช่วงล่างนั้น แทบจะไม่ต้องมีการดูแลแต่อย่างได ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของช่วงล่างว่าจะยาวนานแค่ไหน และหมั่นตรวจสอบสภาพโดยรอบของช่วงล่างนั้นๆ เช่น ตรวจดูบุชยางที่ห่อหุ้มจอยท์เพลาขับเคลื่อน ว่าฉีกขาด เปื่อยยุ่ย หรือไม่ ถ้าพบสภาพของยางชำรุดต้องรีบเปลี่ยนใหม่โดยเร็ว บรรดาซีลยางหน้าประกับปลายเพลาต่างๆ ว่าอยู่ในสภาพใช้งานหรือไม่ ถ้าเสียหายก็ต้องรีบเปลี่ยนทันทีอีกเช่นกัน เพราะชิ้นส่วนไม่ว่าจะเป็นบุชยาง ซีลยาง หน้าประกับปลายเพลา อุปกรณ์พวกนี้ทำหน้าที่ป้องกันจาระบีหรือสารหล่อลื่นช่วงล่างไม่ให้ไปสัมผัสโดนฝุ่นละอองสิ่งสกปรกความชื้นและบรรยากาศภายนอก เพื่อให้จาระบีหรือสารหล่อลื่นเหล่านั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

เหตุที่ทางบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ใช้ระบบหล่อลื่นช่วงล่างแบบปิดนั้น ก็เพราะต้องการให้ผู้ใช้รถ ลดขั้นตอนการดูแลรักษารถให้น้อยที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ต้องดูแลรักษากันเลย เพียงแต่ต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติเสียหายกันบ้าง อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้รถคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

 

เปิดแอร์เครื่องสั่น

ฉบับสุดท้ายจาก ชูศักดิ์ เก้าแก้ว/กรุงเทพ ฯ ไม่สบายใจกับระบบแอร์

ถาม : ผมใช้รถมาเกือบ 2 ปี ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่ไม่นานนี้เกิดปัญหาคือ เปิดแอร์แล้วจอดรถเฉยๆเครื่องยนต์จะสั่นมากจนเกือบจะดับ ต้องคอยประคองแป้นคันเร่งช่วย แต่หากปิดแอร์เครื่องยนต์ก็เดินเรียบเป็นปกติ ปัญหาเครื่องยนต์สั่นจะเกิดเฉพาะตอนรถจอดอยู่กับที่เท่านั้น ?

ตอบ : วิเคราะห์จากที่คุณเล่ามาว่าแอร์ยังคงทำงานเป็นปกติ ให้ความเย็นฉ่ำในรถได้เป็นอย่างดีแต่เกิดปัญหาที่ว่า ถ้าจอดรถอยู่กับที่ปล่อยให้เครื่องยนต์เดินเบาแล้ว เครื่องยนต์จะสั่นเกือบจะดับจากจุดที่คุณบอกมานั้น น่าจะเกิดความผิดปกติที่ตัวปรับรอบเดินเบาของระบบแอร์หรือชุดไอเดิล-อัพ (IDLE-UP)

หลักการทำงานของชุดไอเดิล-อัพ ก็คือ จะคอยควบคุมปริมาตรอากาศที่จะถูกส่งไปในชุดไอดีให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมในช่วงรอบเดินเบาของเครื่องยนต์ โดยจะทำงานสัมพันธ์กับการตัดต่อของชุดคลัทช์คอมเพรสเซอร์ กล่าวคือ เมื่อปิดสวิทช์แอร์คลัทช์คอมเพรสเซอร์จะตัดการทำงานไม่ต้องอาศัยแรงฉุดจากเครื่องยนต์ในช่วงนั้น เครื่องยนต์จะอยู่ในสภาพไม่ต้องรับโหลด

แต่เมื่อเปิดสวิทช์แอร์ ชุดคลัทช์คอมเพรสเซอร์จะทำงานโดยอาศัยแรงฉุดจากเครื่องยนต์ ถ่ายทอดผ่านสายพาน หากไม่มีตัวไอเดิล-อัพ รอบเครื่องยนต์จะตกไปจากรอบเดินเบาเดิมอย่างมาก

ด้วยการทำงานของตัวไอเดิล-อัพ จะไปเพิ่มปริมาตรอากาศในช่วงรอบเดินเบาให้มากขึ้น ส่งผลให้รอบเดินเบาจากก่อนเปิดแอร์และขณะแอร์ทำงานยังคงที่ ดังนั้นปัญหาเครื่องยนต์สั่นเมื่อเปิดแอร์น่าจะเกิดจากความบกพร่องของชุดไอเดิล-อัพ ต้องปรับทูนใหม่ หรือหากเสียหายก็ควรเปลี่ยนใหม่

1. เลือกเปลี่ยนยางให้มีขนาดเท่าที่ติดรถมาจะดีกว่า เพราะวิศวกรได้คำนวณให้สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีแล้ว
2. ระบบช่วงล่างของรถขับเคลื่อน 4 ล้อระบบปิด สารที่เคยหล่อลื่นที่จุดเสียดสีของช่วงล่างนั้นแทบจะไม่ต้องมีการดูแลแต่อย่างได ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของช่วงล่าง
3. จอดรถอยู่กับที่ปล่อยให้เครื่องยนต์เดินเบาแล้ว เครื่องยนต์จะสั่นเกือบจะดับ น่าจะเกิดความผิดปกติที่ตัวปรับรอบเดินเบาของระบบแอร์ หรือชุดไอเดิล-อัพ (IDLE-UP)



------------------------------
เรื่องโดย : อีซีแมน
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2549
คอลัมน์ : แกะกล่องรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/GJYkz

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน