พิเศษ

เยี่ยมชมโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา


เพื่อให้สอดคล้องกับคำขวัญงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 23″ ที่ว่า “ทุกเส้นทางทุกแห่งหน…ยานยนต์พลังชีวภาพ” บริษัท สื่อสากล จำกัด จึงได้เตรียมจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ กับพระอัจฉริยภาพด้านพลังงานทดแทน ขึ้นในงานดังกล่าว พร้อมเข้าเยี่ยมชมโครงการของสวนจิตรลดา ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน นั่นคือโครงการงานทดลองผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง

โครงการงานทดลองผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง เกิดขึ้นในปี 2528 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการส่วนพระองค์ที่สวนจิตรลดา ด้วยพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ที่ทรงเล็งเห็นว่าในอนาคตอาจเกิดเหตุการณ์ภาวะน้ำมันขาดแคลน จึงได้พระราชทานเงินทุนวิจัย เพื่อใช้ก่อสร้างอาคาร 2 หลัง และระบบการผลิตแอลกอฮอล์ขนาดเล็กเพื่อนำไปผลิตแกสโซฮอล และดีโซฮอล ส่วนอาคารผลิตไบโอดีเซล เริ่มก่อสร้างปี 2547 ปัจจุบันเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด นำทีมคณะผู้บริหาร เยี่ยมชมโครงการ ฯมี วิศิษฐพร เผื่อนพิภพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโครงการ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดาเป็นผู้ให้ความกระจ่าง รวมถึงแนะนำขั้นตอนการผลิตน้ำมันประเภทต่างๆ

โปรยในเรื่อง : “น้ำมันแพง ไม่รู้ทำไมแพง สมัยนี้อะไรๆ ก็แพงขึ้นทุกที่ จะให้น้ำมันถูกลงก็ลำบาก นอกจากหาวิธีที่จะทำน้ำมันราคาถูก ซึ่งทำได้เหมือนกัน ถูกกว่านิดหน่อย คือ แทนที่จะใช้น้ำมันที่มี ออคเทน 95 ก็ใช้ ออคเทน 91 แล้วเติมแอลกอฮอล์เข้าไปนิดหนึ่ง ก็เป็น ออคเทน 95อาจจะเป็นได้ว่า รถจะได้ไม่วิ่งเร็ว ก็ดีเหมือนกัน ก็จะช่วยประหยัด ทั้งหมดนี้เป็นความคิดที่ให้พอเพียง…” * ส่วนหนึ่งของพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ พระราชทานแก่ ผู้เข้าเฝ้า ฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2543

หัวใจสำคัญในการผลิตน้ำมันแกสโซฮอล และน้ำมันดีโซฮอล คือ เอธิลแอลกอฮอล์ ที่สวนจิตร ฯจะมีโรงผลิตแอลกอฮอล์เป็นของตัวเอง โดยมีกำลังการผลิต 25 ลิตร/ชม. ต่อการกลั่น 1 ครั้งซึ่งจะได้ปริมาณแอลกอฮอล์ 95 % ประมาณ 900 ลิตร โดยกระบวนการผลิตเอธิลแอลกอฮอล์ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ 1. การหมัก 2. การกลั่น 3. การแยกน้ำออกจากแอลกอฮอล์เพื่อดึงน้ำออกจากแอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด โดยระบบแยกน้ำออกจากแอลกอฮอล์มีด้วยกัน 2 ระบบ คือ 1. MOLECULAR SIEVE DEHYDRATION UNIT ทำงานโดย ป้อนเอธิลแอลกอฮอล์ 95 % เข้าไปในระบบ อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นจนแอลกอฮอล์กลายเป็นไอ และผ่านเข้าไปหอดูดซับ A ซึ่งบรรจุสารดูดซับประเภท ZEOLITE ไว้เพื่อดูดน้ำออก จนเหลือแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น
95 % จากนั้นไอแอลกอฮอล์จะผ่านระบบลดอุณหภูมิจนเป็นของเหลว ความเข้มข้นที่ 99.5 % สามารถนำไปใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทันที ในขณะเดียวกันที่หอดูดซับ B จะดึงน้ำออกจากแอลกอฮอล์ โดยกรรมวิธีสุญญากาศ ไอน้ำจะถูกดูดออกมา และถูกลดอุณหภูมิจนกลายเป็นของเหลว ระบบนี้สามารถผลิตเอธิลแอลกอฮอล์ 99.5 % ได้ 400 ลิตร/วัน

2) MEMBRANE DEHYDRATION UNIT ระบบนี้เอธิลแอลกอฮอล์ 95 % จะถูกส่งผ่านระบบควบคุมอัตโนมัติ จากถังพักเข้าสู่การ RECOPERATOR ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นจาก 35เป็น 90-120 องศาเซลเซียส ของเหลวจะถูกส่งเข้าไปยังระบบ MEMBRANE ซึ่งมีไอน้ำเป็นตัวให้ความร้อนโดยควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ 140-150 องศาเซลเซียส ที่สภาวะนี้ น้ำในแอลกอฮอล์จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นไอ ไอน้ำที่มีโมเลกุลเล็กกว่าแอลกอฮอล์จะซึมผ่านMEMBRANE เข้าไปในท่อชั้นในสุด และถูกปั๊มสุญญากาศดูดไอน้ำออก และส่งไปยังเครื่องควบแน่น จากนั้นจะไหลไปเก็บยังถังพัก แอลกอฮอล์หลังผ่าน MEMBRANE จะมีความเข้มข้นสูงขึ้น โดยอุณหภูมิประมาณ 150 องศาเซลเซียส จากนั้นถูกทำให้เย็นลง และถูกส่งกลับไป จากนั้นจะทำซ้ำในลักษณะเดียวกันเป็นวัฏจักร จนได้เอธิลแอลกอฮอล์ที่มีความบริสุทธิ์ 99.5 %

การผลิตน้ำมันแกสโซฮอล

นำเอธิลแอลกอฮอล์ 99.5 % ที่ได้จากการกลั่น 200 ลิตร ลงในถังผสม เติมน้ำมันเบนซิน 91จำนวน 1,800 ลิตร เปิดมอเตอร์ปั๊มหมุนเวียน เพื่อให้น้ำมัน และส่วนผสมเข้ากัน ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที จะได้แกสโซฮอลจำนวน 2,000 ลิตร

การผลิตน้ำมันดีโซฮอล

นำน้ำมันดีเซล จำนวน 419 ลิตร ใส่ลงถังผสม เติมสาร EMULSIFIER 4.2 ลิตร (สารนี้มีคุณสมบัติทำให้แอลกอฮอล์กับน้ำมันดีเซลผสมผสานเข้ากันได้โดยไม่แยกชั้น) เปิดมอเตอร์ปั๊มหมุนเวียน 10 นาที จากนั้นนำเอธิลแอลกอฮอล์ 95 % จำนวน 67 ลิตร ใส่ลงในถังผสมเติม EMULSIFIER 2 จำนวน 4.3 กก. เปิดมอเตอร์หมุนเวียน 2 ชม. จะได้ ดีโซฮอล นำไปใช้ได้ต่อไป

วิศิษฐพร อธิบายเพิ่มเติมว่า “แอลกอฮอล์ 95 % จะไม่สามารถพัฒนาไปเป็นแกสโซฮอลได้เพราะโครงการเคยทดลองนำแอลกอฮอล์ 95 % ผสมกับแกสโซลีนแล้ว ปรากฎว่า รถดับเปิดไส้กรองตรวจสอบ ผลคือ ตัน จำต้องหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ผ่าถังน้ำมันดู พบว่าเป็นสนิมหมด นั่นคือ แอลกอฮอล์ยังมีน้ำเป็นส่วนผสมอยู่ การวิจัยจึงสรุปได้ว่า ต้องทำแอลกอฮอล์ให้เป็น 99.5 %”

ทีมงานเกิดคำถามว่า “ทำไมแอลกอฮอล์ต้อง 99.5 จะเป็น 100 % เลยได้หรือไม่ ?” วิศิษฐพรบอกว่า “วิธีการทำจะยุ่งยาก และเสียค่าใช้จ่ายสูง ที่โครงการ ฯ เคยทำได้สูงสุด คือ 99.9 %”

จากความสำเร็จในการผลิตน้ำมันทั้ง 2 ประเภท คณะทำงานได้ให้สถาบันวิจัยและเทคโนโลยีการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ทดลองเพื่อทดสอบคุณภาพ และประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยทดสอบบนถนนจริง ผลที่ได้ คือ แกสโซฮอลไม่มีปัญหาต่อเครื่องยนต์ รวมทั้งยังทำให้มลพิษในอากาศลดน้อยลงด้วย ส่วนน้ำมันดีโซฮอลได้ทดลองใช้จริงในเครื่องจักรกลการเกษตร/รถทแรคเตอร์ ของโครงการ ฯ พบว่า สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ดี ลดควันดำได้ถึง 50 %

การผลิตไบโอดีเซล

โครงการหลวงจะใช้กระบวนการ ESTERIFICATION โดยใช้น้ำมันพืชที่ใช้แล้ว ของจากส่วนพระเครื่องต้น (ห้องครัว) สวนจิตรลดา กระบวนการทำ คือ นำเอธิลแอลกอฮอล์จำนวน 99.5 %จำนวน 177 ลิตร ผสมกับโซเดียมไฮดรอกไซด์ หรือโซดาไฟ 1.8 กก. ใช้เวลาผสมประมาณ 90 นาที ระหว่างรออุ่นน้ำมันพืชจำนวน 300 ลิตร ที่อุณหภูมิ 60 องศา เพื่อลดความหนืดและช่วยให้ทำปฏิกิริยากับโซดาไฟได้ง่ายขึ้น เมื่ออุณหภูมิน้ำมันพืชได้แล้ว และเอธิลแอลกอฮอล์กับโซดาไฟผสมกันเรียบร้อย นำมาผสมเข้าด้วยกัน หลังจากทำปฏิกิริยาเรียบร้อย จะทิ้งส่วนผสมทั้งหมดไว้ประมาณ 48 ชม. เพื่อให้ส่วนผสมของไบโอดีเซลและกรีเซอลีน แยกไขออกจากกัน

หลังจากแยกชั้นเรียบร้อย จะนำไบโอดีเซลส่วนบนมาล้างน้ำ โดยการพรมน้ำลงจากด้านบนเพื่อล้างด่างที่ตกค้างอยู่ อัตราส่วน 1:1 ล้างประมาณ 2-3 ครั้ง และรอให้น้ำแยกชั้นอีกครั้งหลังจากได้ตัวไบโอดีเซลแล้ว จะไปผ่านกระบวนการแยกน้ำอีกครั้ง เพื่อแยกน้ำที่ยังหลงเหลืออยู่หลังจากนั้นจะได้ไบโอดีเซลที่มีความหนืดเหมาะสมกับเครื่องยนต์ การทำแต่ละครั้ง ใช้น้ำมันพืช 300 ลิตร จะได้ไบโอดีเซลจำนวน 290 ลิตร โดยไม่นับส่วนของแอลกอฮอล์ และโซดาไฟเพราะต้องแยกออกในขั้นตอนสุดท้าย ปัจจุบัน นำน้ำมันไบโอดีเซล ไปใช้กับรถเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องกำเนิดไอน้ำของโครงการ ฯ



------------------------------
เรื่องโดย : ปาจรีย์ ทัศนาญชลี
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2549
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Tt7m5

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน