นานารถแนวคิด

ซีตรอง ซี-เมตีสส์


ซีตรอง ซี-เมตีสส์ (C-METISSE) รถแนวคิดที่เหนือระดับด้วยพลังขับเคลื่อน ไฮบริด-ดีเซล/อีเลคทรอนิคเต็มเปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อน และความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ โดยขุมพลังชุดนี้เป็นผลการพัฒนาระบบขับเคลื่อนร่วมกับค่าย ฟอร์ด ซึ่งได้นำมาใช้กับรถแนวคิด รีเฟลกซ์ ดีเซล ไฮบริด (REFLEX DIESEL HYBRID)

ซี-เมตีสส์ มาในรูปแบบของรถซาลูน 4 ประตู ที่ประตูเปิดแบบปีกนกนางนวล พร้อมกับพลังขับเคลื่อนที่เปี่ยมพลังจากเครื่องยนต์ ดีเซลเทอร์โบ วี 6 สูบ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 205 แรงม้าส่วนด้านหลังมีต้นพลังขับเคลื่อนมาจากมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แยกขับเคลื่อนล้อแต่ละข้างอย่างเป็นอิสระ ทำให้ ซี-เมตีสส์ เป็นรถลูกผสมทั้งแหล่งขุมพลัง และระบบขับเคลื่อนที่มีทั้งการขับเคลื่อนล้อหน้า หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ เมื่อเครื่องยนต์ดีเซล ทำงานพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งจะให้อัตราเร่ง 0-99 กม./ชม. ภายใน 6.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 248 กม./ชม. และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่วัดได้ 17.9 กม./ลิตร
ทั้งยังมีปริมาณไอเสียอยู่ในระดับต่ำ

สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล วี 6 สูบ HDI (HIGH PRESSURE DIRECT INJECTION) พร้อมกับพิกัด 3.0ลิตร เป็นผลงานการพัฒนาของค่าย ฟอร์ด ร่วมกันกับ พีเอสไอ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ เปอโฌต์ และซีตรองซึ่งสามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 20 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซลธรรมดาและดีกว่าเครื่องยนต์เบนซินธรรมดาถึง 30 เปอร์เซนต์

แบทเตอรีที่เป็นแหล่งพลังให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหลังติดตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของตัวรถ โดยจะมีการประจุไฟฟ้าทุกครั้งที่มีการเบรค โดยให้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ล้อทั้งสองทำหน้าที่เป็นเจเนเรเตอร์จ่ายไฟฟ้าคืนสู่แบทเตอรี ในการขับขี่ปกติจะใช้พลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ดีเซล ส่วนการขับขี่ในเมืองที่มีสภาพการจราจรหนาแน่น และมีการเคลื่อนตัวด้วยความเร็วต่ำ ซี-เมตีสส์ จะขับเคลื่อนด้วยโหมดไร้ไอเสีย ZEV (ZERO EMISSION VEHICLE) โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้า และในระดับความเร็วเดินทางหากต้องการกำลังขับเคลื่อนที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการเร่งแซง สมองกลจะสั่งการให้มอเตอร์ไฟฟ้าปั่นพลังขับเคลื่อนที่ให้ความรุนแรงพอๆ กับการบูสต์ของเทอร์โบชาร์เจอร์

แม้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะไม่มีการผลิต ซี-เมตีสส์ ออกจากสายพานการผลิตอย่างแน่นอน แต่แนวคิด ดีเซล-ไฮบริด ได้ถูกนำไปใช้กับรถรุ่นต่างๆ ในค่ายภายในอนาคตอย่างแน่นอนทั้ง เปอโฌต์ 307 และซีตรอง เซ กัตร์ (C4) ขณะนี้ทางพีเอสไอ ได้ให้ความสำคัญกับการลดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพระดับหนึ่งด้วยเทคโนโลยี สตาร์ท/ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ ใน ซีตรอง เซ เอิง (C1)ซึ่งสามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้ถึง 15 %

ปัจจุบันทั้งในสหรัฐ ฯ และญี่ปุ่น มีแนวโน้มที่จะยอมรับเครื่องยนต์ไฮบริดมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องยนต์ไฮบริด แกสโซลิน/อีเลคทรอนิค ในขณะที่ทางยุโรปมีการพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลมลพิษต่ำตลอดมาหากมีการนำแนวคิดจากทั้ง 2 ฝั่งแปซิฟิค มาใช้ร่วมกันได้ก็จะเป็นนิมิตรหมายอันดี สำหรับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต

แต่ในทางปฏิบัติแล้ว อุปสรรคที่สำคัญคือ การสร้างเครื่องยนต์ดีเซล ให้ได้รับการยอมรับจากสหรัฐ ฯนับเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส ที่ค่าย เมร์เซเดส-เบนซ์ เจอมาแล้ว แม้จะใช้เทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลบลูเทค ที่ให้ไอเสียที่จัดว่าสะอาด ก็ยังถูกปฏิเสธไม่ให้เปิดตัวในโชว์รูมถึง 5 รัฐ ด้วยเหตุผลที่ว่ายังมีปริมาณไอเสียที่ไม่สะอาดพอ ซี-เมตีสส์ ก็เป็นอีกหัวหอกหนึ่งที่จะทำลายกำแพงที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ฯ ไปได้



------------------------------
เรื่องโดย : อกนิษฐ์ ทัพภะสุต
ภาพโดย : -
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2549
คอลัมน์ : นานารถแนวคิด
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/WOCfA

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน