บทความ

ยอดขายฉลุย


คนไทยนี่ใจถึงจริงๆ ไม่ว่าน้ำมันเบนซินหรือน้ำมันดีเซล จะมีราคาแพงขึ้นไปอีกแค่ไหนแต่เพราะความเย้ายวนของบรรดาแคมเปญต่างๆ ที่รถยนต์แต่ละยี่ห้อ สรรหามาประเคนเอาอกเอาใจคนซื้อในลักษณะที่ “มิอาจปฏิเสธได้” ทำให้กระแสการอยากซื้อรถมาใช้
ยังมีอย่างคงเส้นคงวาเหมือนเดิม ปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรถึงเวลาค่อยมาว่ากันอีกที

ด้วยเหตุนี้ ยอดขายรถยนต์ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงยังคงเดินหน้าฉลุยขึ้นไปอีกไต่ระดับขึ้นมาถึง 60,070 คัน ขายมากกว่าเดือนที่แล้ว 7.42 % และเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงอัตราการเติบโตของตลาดเพิ่มสูงขึ้นไปอีกถึง 13.8 %

พระเอกของตลาดรถยนต์ยังคงเป็นตลาดรถพิคอัพ เหมือนเดิม ส่วนตลาดรถเก๋งทรงตัวมีแววแผ่วไปบ้างนิดหน่อย ส่วนรถในกลุ่มอื่น ดูเหมือนว่า กลุ่มตลาดรถเอสยูวี หรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ อเนกประสงค์ และรถเอมพีวี หรือรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อนสองล้อทำท่าว่าจะมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

ความเปลี่ยนแปลงทางด้านสถานะของรถแต่ละยี่ห้อ แทบจะไม่มีปรากฏให้เห็นใครเคยขายได้มากเป็นอันดับ 1 หรืออันดับต่างๆ เคยเป็นอยู่อย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้น

มาว่ากันที่ตลาดรถเก๋งก่อน เดือนพฤษภาคมนี้ ยอดจำหน่ายของตลาดรถเก๋งอยู่ที่ 15,808 คัน ขายได้น้อยกว่าเดือนก่อนในราว 1 % และขายได้น้อยกว่าปีก่อนเดือนเดียวกันในราว 13 %

เก๋ง โตโยตา ยังคงยืนหยัดในตำแหน่งผู้นำการตลาดอย่างเหนียวแน่น ตามมาด้วยเก๋ง ฮอนดา ที่ไล่ตามมาค่อนข้างห่าง

ตลาดรถเก๋งก็มีเพียง 2 ยี่ห้อนี้เท่านั้น ที่มียอดขายเป็นกอบเป็นกำอยู่ในระดับหลัก 1,000 นอกนั้นแค่ได้เป็น 100 ก็ต้องถือว่ายอดเก่งแล้ว ต้องจับตาดูรถญี่ปุ่นอีก 3 ยี่ห้อ มิตซูบิชิ นิสสัน และมาซดา นับตั้งแต่เปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดมาเป็นเชิงรุกมากขึ้น ยอดขายทำท่าว่าจะดีวันดีคืน แต่ก็คงยังต้องเหนื่อยเอาเรื่องถ้าต้องการจะสร้างยอดขายให้ไต่ระดับขึ้นไปอยู่หลัก 1,000 กับเขาด้วย

ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงเดือนนี้ รถเก๋งมียอดขายทั้งสิ้นถึง 74,288 คันแล้ว โดย โตโยตา สามารถครองตลาดรถเก๋งไปแล้วเกินกว่าครึ่งของจำนวนรถเก๋งที่ขายได้ทั้งหมด

ถ้าไม่พูดถึงรถเก๋งฝรั่ง อาจจะเข้าใจผิดได้ว่า รถฝรั่งทั้งหลายทั้งปวงอาจจะสูญพันธุ์ไปจากตลาดรถเมืองไทยแล้วก็เป็นได้ ที่จริงก็ยังอยู่กันครบถ้วนทุกยี่ห้อนั่นแหละ แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วอยู่กันแบบหายใจไม่ค่อยจะทั่วท้องเท่าไรนัก จะมีก็แต่ เมร์เซเดส-เบนซ์ เท่านั้น ที่สดใสกว่าเพื่อน นอกนั้นไม่ว่าจะเป็น บีเอมดับเบิลยู หรือ โวลโว และแม้แต่ เชฟโรเลต์ต่างก็ไม่ค่อยจะสมบูรณ์พูนสุขกับเขาเท่าไรนัก

มาดูที่ตลาดรถพิคอัพ กันบ้าง ตลาดนี้คึกทั้งการสร้างยอดขาย และคึกในบรรยากาศของการช่วงชิงความเป็นใหญ่ในท้องตลาด ระหว่างยักษ์พิคอัพ 2 ยี่ห้อ อีซูซุ กับโตโยตา พลอยทำให้พิคอัพยี่ห้ออื่นๆ ต้องออกมาเต้นแร้งเต้นกาตามไปกับเขาด้วยขืนเอาแต่นอนดูคนอื่นเขาสู้กัน มีแต่จะเจอเข้ากับลูกหลงเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปเปล่าๆ

การเติบใหญ่ของตลาดรถพิคอัพนี่เอง ทำให้เกิดการเพ่งเล็งว่า นี่แหละเป็นตัวการที่ใช้น้ำมันดีเซล สิ้นเปลืองมากที่สุด เปลืองจนยอดเงินชดเชยกองทุนน้ำมันติดลบเป็นหมื่นๆ ล้านบาท และยังเป็นต้นเหตุสำคัญของการเสียดุลการค้าและเสียดุลการชำระเงินด้วย

ยอดจำหน่ายรถพิคอัพ ในเดือนพฤษภาคม มีอยู่ถึง 36,513 คัน เป็นยอดที่ขายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งของรถยนต์ที่ขายได้ทั้งหมดในเดือนนี้ ซึ่งก็ไม่ใช่ความผิดปกติแต่อย่างใด การเติบโตของตลาดรถพิคอัพ ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

ในตลาดกลุ่มนี้ พิคอัพ อีซูซุ ยังคงเหนียวแน่นต่อการที่จะรักษาความเป็นเจ้าเอาไว้ได้ดังเดิมโดยมีพิคอัพ โตโยตา ไล่ตามมาติดๆ พิคอัพ ยี่ห้ออื่นๆ ทั้งพิคอัพญี่ปุ่นและพิคอัพฝรั่งทำผลงานได้ไม่เลวเหมือนกัน

ตลาดรถเอสยูวี เริ่มมีความกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา หลังจากทำท่าหงอยเหงามานานทั้งนี้ก็ด้วยการปลุกตลาดของ โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์ และ อีซูซุ มิว-7

ยอดขายรถเอสยูวี เดือนนี้มีสูงถึง 3,867 คัน นับว่าสูงเอาเรื่องทีเดียว และก็เป็นที่แน่นอนว่าแชมพ์ในกลุ่มตลาดนี้คงหนีไม่พ้นไปจาก โตโยตา ส่วนอดีตแชมพ์อย่าง ฮอนดา ซีอาร์-วี นั้นนับวันจะอ่อนแรงลงไปทุกทีจนทุกวันนี้ถูกเอสยูวี ยี่ห้ออื่นๆ แซงขึ้นหน้าไปหมดแล้ว

รวมยอดขายรถยนต์ในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมาในปีนี้ มียอดที่จำหน่ายได้แล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 282,476 คัน เทียบกับระยะเวลาเดียวกันกับเมื่อปีที่แล้ว มีอัตราการขยายตัวของตลาดเพิ่มขึ้นอีก 13.8 %

จะอย่างไรก็ตามในอีกเดือนสองเดือนข้างหน้านี้ จะเข้าสู่ช่วงเวลาของ โลว์ ซีซัน แล้วคาดหมายว่ายอดขายรถยนต์คงจะซบเซาลงมาบ้างนิดหน่อย นอกเสียจากว่ารัฐจะนำเอามาตรการเข้มๆ มาใช้ เพื่อให้เกิดการประหยัดการใช้เชื้อเพลิงสำทับเข้าอีกแรงหนึ่งเท่านั้นยอดขายอาจจะเกิดความผิดปกติก็เป็นได้

ถึงอย่างนั้น ก็ยังพอจะหวังได้ว่า ยอดขายรถยนต์ตลอดทั้งปี 2548 น่าจะสามารถทำได้ในเกณฑ์ที่คาดหวังเอาไว้ตั้งแต่ต้นได้อย่างแน่นอน



------------------------------
เรื่องโดย : หลวงเลียบเมือง
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2548
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/DM5I1
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง