แกะกล่องรถใหม่

ซูซูกิ เอสกูโด ใหม่


เอสกูโด ตั้งหน้าตั้งตาทำการตลาดเชิงรุก เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำตลาดรถขนาดกะทัดรัด ที่ต่อสู้กันดุเดือด ด้วยตัวถังออกแบบใหม่ มีการเปลี่ยนไปเป็นแบบโมโนคอก และโครงอิสระสี่ล้อจากการทำฟูลล์โมเดลเชนจ์ เต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “หวนคืนสู่สามัญ”

 

สมรรถนะในการลุย
ยังเพียบพร้อมเหมือนเดิม

ทีมพัฒนาของ ซูซูกิ เล็งไปที่ความสำเร็จของรุ่นแรก โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบทุกแง่มุมของรถรุ่นแรก และรุ่นที่สอง และคำตอบที่ได้คือ “หวนคืนสู่สามัญ” มีการศึกษารูปแบบ โดยใช้รถรุ่นแรกซึ่งเป็นที่นิยมด้วยรูปทรงที่หนักไปทางเหลี่ยมมุมเมื่อเทียบกับรุ่นที่สอง ซึ่งมีความโค้งมนอยู่ทั่วทั้งคันมาเป็นแรงจูงใจ

แนวคิดในการพัฒนา คือ 1. การวางโครงแบบยึดเอฟอาร์ เป็นหลักกับการสืบทอดและวิวัฒนาการของสมรรถนะในการวิ่งทางวิบาก 2. เพื่อเป็นไปตามคำเรียกร้อง ในส่วนของแชสซีส์ ในที่สุดก็เปลี่ยนมาใช้ตัวถังแบบโมโนคอก ที่มีโครงสร้างของบิลท์อิน เฟรมขั้นบันไดขึ้นมา ทำให้ความแข็งแกร่งของตัวถังเพิ่มขึ้นมาก พร้อมกันนั้นสมรรถนะในการวิ่งทางเรียบก็สูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ โครงแบบคานแข็ง คอยล์สปริง ที่ให้ผลดีในการวิ่งตามพื้นที่ขรุขระถูกถอดทิ้งไปด้วย และพัฒนาใหม่เพื่อให้เป็นรุ่นโครงอิสระสี่ล้อโครงสร้างพื้นฐานสองประการดังกล่าวนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ขาดไม่ได้สำหรับแผนการเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมพวงมาลัย และสมรรถนะในการรักษาเสถียรภาพ รวมทั้งการปรับปรุงการควบคุมบังคับให้ดีขึ้น และการลดน้ำหนักให้น้อยลง เรียกว่าเป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้แล้วตั้งแต่ต้นของการพัฒนา

แต่ทีมพัฒนาก็กล้าพอที่จะเกาะติดกับการวางเครื่องยนต์ในแนวดิ่ง และโครงสร้าง 4WD ขนานแท้ที่เน้นเอฟอาร์ เป็นหลัก เรียกว่าเป็นการตอกย้ำอย่างแรงถึงการใช้โครงสร้างที่ตกทอดในฐานะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ เอสกูโด

อนึ่ง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของ เอสกูโด ได้รับการเปลี่ยนจากแบบพาร์ทไทม์ของรุ่นเก่า มาเป็นแบบฟูลล์ไทม์ 4WD พร้อมเซนเตอร์ดิฟฟ์ ทำให้แรงขับเคลื่อนสี่ล้อที่แต่ก่อนใช้ตามอำเภอใจไม่ได้บนทางลาดต่ำ กลับสามารถใช้ได้ทุกเวลา แค่จุดนี้จุดเดียวก็คิดว่ามีประโยชน์ต่อการเลือกใช้ เอสกูโด แล้ว

 

การตกแต่งภายใน
ประทับใจกับการคืนสู่ความหนุ่มสาว

แผงอุปกรณ์ภายในของ เอสกูโด ยุคแรก ออกแบบเรียบง่าย โดยแค่นำแนวดิ่งของคอนโซลกลางมาตัดขวางแนวเส้นที่แทงทะลุด้านข้างของแผงอุปกรณ์ภายในเท่านั้น ผิดกับ เอสกูโด ยุคที่สอง ซึ่งมีการออกแบบที่ดูภูมิฐานด้วยการนำคอนโซลกลางที่เชื่อมต่อจากแผงมาตรวัดมาประกอบเข้าไปเป็นรูป “ตัวแอล” แล้วรถยุคที่สาม เป็นอย่างไร ? ก็เป็นไปดังคาด คือ ต้องมีการออกแบบโดยยึด “แนวเครื่องหมายบวก” ตามการหวนคืนสู่จุดเริ่มต้นแน่ๆ ทั้งนี้ คอนโซลกลางมีเครื่องประดับซ้าย/ขวามาสร้างความเด่นบนแนวดิ่ง และทำให้มีความสวยเรียบๆ ลอยเด่นออกมา ขณะที่อุปกรณ์ภายในสีดำก็เท่ทันสมัยและเตะตาดี มันดูสปอร์ท สดใสแบบหนุ่มสาว และให้ความรู้สึกที่ดียิ่งกว่าแนวการปรับให้ดูหรู

สิ่งที่เห็นตรงแผงอุปกรณ์ภายใน คือ มีการสะท้อนออกถึงแนวเส้นที่ค่อนข้างจะเป็นเหลี่ยมมุมอยู่ทั่วทุกมุมมอง และพวงมาลัยก็สวยที่สุดในกระบวนพวงมาลัยของ เอสกูโด รุ่นก่อนๆ เมื่อผนวกกับรูปแบบที่ได้อารมณ์ของมาตรวัดสามตาแล้ว มันช่วยสร้างสีสันให้ที่นั่งคนขับดูมีเสน่ห์

ที่นั่งแถวหน้าที่มีการเปลี่ยนเป็นขนาดใหญ่ ให้ความประทับใจมากกว่าของยุคก่อน ทั้งในด้านของสมรรถนะในการหนุน และสมรรถนะในการโอบอุ้มร่างกาย นอกจากนี้ เครื่องทำความร้อนตรงที่นั่งแถวหน้าก็กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถทุกเกรด จึงมีความสบายในการขับขี่เพิ่มขึ้น อนึ่ง ตรงที่นั่งคนขับ มีการติดตั้งกลไกยกระดับเบาะที่นั่ง และทำแกนพวงมาลัยให้โยกขึ้น/ลงได้ด้วย จึงสามารถกำหนดตำแหน่งให้เข้ากับร่างของผู้ขับได้อย่างละเอียด ส่วนห้องบรรทุกสัมภาระ แม้จะไม่มีความกว้างเทียบเท่าของ แกรนด์ เอสกูโด ที่ติดตั้งที่นั่งสามแถวดังคาด แต่ก็กว้างกว่าของรุ่นสี่ประตูยุคก่อน และเมื่อพับที่นั่งแถวหลังซึ่งเป็นแบบแยกส่วน 6:4 ลงให้หมด ก็จะปรากฏเป็นพื้นที่ราบที่ใช้งานได้สะดวก

 

เครื่องยนต์
มีให้เลือก 2 รุ่น

เครื่องยนต์มี 2 แบบให้เลือก คือ แบบ 4 สูบเรียง ความจุ 2.0 ลิตร กับ แบบ วี 6 สูบ ความจุ 2.7 ลิตร ระบบถ่ายทอดกำลัง มีระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ให้เฉพาะในรถที่บรรจุเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ส่วนรถที่บรรจุเครื่องยนต์ 2.7 ลิตร มีแต่ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ด้านเกรดรถ ได้มีการกำหนดโครงสร้างเป็นเกรดเอกซ์เอส ในรถที่บรรจุเครื่องยนต์ 2.7 ลิตร และเกรดเอกซ์จี กับเอกซ์อี ในรถที่บรรจุเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร โดยเอกซ์อี กลายเป็นรถรุ่นราคาถูกสุดซึ่งมีการลดอุปกรณ์บางอย่าง เช่น ล้ออลูมิเนียม เป็นต้น ส่วนราคาที่เป็นห่วงกันนั้น ได้มีการปรับสู่ระดับราคาที่ท้าชนโดยตรงกับรถรุ่นขายดีของคู่แข่ง เช่น เอกซ์-ทเรล และฟอเรสเตอร์ จึงส่อเค้าว่า การเข้าร่วมวงของ เอสกูโด ที่ได้รับการเติมเสน่ห์จากการทำฟูลล์โมเดลเชนจ์ คงจะทำให้การต่อสู้ดุเดือดยิ่งขึ้นในตลาดรถขนาดกะทัดรัด

 

ข้อมูลจำเพาะ
ซูซูกิ เอสกูโด 2.0 เอกซ์จี

มิติ และน้ำหนัก
ย/ก/ส (มม.) 4,390/1,810/1,695
ความยาวฐานล้อ (มม.) 2,640
ความกว้างฐานล้อ (หน้า/หลัง) (มม.) 1,540/1,560
ความสูงท้องรถ (มม.) 200
น้ำหนักรถ (กก.) 1,550
จำนวนผู้โดยสาร (คน) 5

เครื่องยนต์
ชนิด เบนซินแบบ 4 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ความจุ (ซีซี) 1,665
กำลังสูงสุด (พีเอส/รตน.) 145/6,000
แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รตน.) 19.7/4,000
ความจุถังน้ำมัน (ลิตร) 66

ระบบถ่ายทอดกำลัง
แบบ (จังหวะ) เกียร์อัตโนมัติ 4

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
แบบ ฟูลล์ไทม์ 4WD

ระบบรองรับ
หน้า แมคเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง
หลัง มัลทิลิงค์ คอยล์สปริง

ระบบห้ามล้อ
หน้า จาน พร้อมช่องระบายความร้อน
หลัง ดุม



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2548
คอลัมน์ : แกะกล่องรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Eqfjk

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน