บทความ

WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2003 สนาม 12-13


การแข่งขัน WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2003 เดินทางมาถึงสนามที่ 12
คราวนี้ยกพลมาแข่งกัน
ที่ประเทศฝรั่งเศส การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 เลก ระยะทางรวมทั้งสิ้น 397.4 กิโลเมตร
ซึ่งผู้ชนะในสนามนี้
เมื่อปีที่แล้วได้แก่ มาร์คุส โกรนโฮล์ม (MARCUS GRONHOLM) จากทีม เปอโฌต์

เลกแรกเริ่มต้นขึ้นเช้าตรู่ของวันที่ 17 ตุลาคม การ์โลส เซนซ์ (CARLOS SAINZ)
ออกตัวขึ้นเป็นผู้นำได้ก่อน
ในสเตจแรก ก่อนจะถูก มาร์คโค มาร์ทิน (MARKKO MARTIN) และเซบัสเตียง โลบ์ (SEBASTIEN
LOEB)
ทำเวลาแซงขึ้นหน้าได้สำเร็จในช่วงสเตจ 2-3 กระทั่งสเตจ 4 อันดับมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
เมื่อผู้นำอย่าง
มาร์ทิน พลาดท่าเกิดอุบัติเหตุทำให้อันดับร่วงลงไปอยู่ที่ 7 ปล่อยให้ โลบ์ ขึ้นมานำในที่สุด โดยมี
โกร์นโฮล์ม
อดีตแชมพ์โลกตามมาติดๆ เป็นอันดับ 2

จบการแข่งขันในสเตจที่ 6 ซึ่งเป็นสเตจสุดท้ายของเลกแรก ยังคงเป็น โลบ์ ที่ทำเวลาเป็นผู้นำ
ด้วยเวลารวม
ทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 1 นาที 24.7 วินาที อันดับ 2 ได้แก่ ฟรองซัวส์ ดือวาล (FRANCOIS DUVAL) จากทีม
ฟอร์ด
ที่แซง โกร์นโฮล์ม ได้สำเร็จในสเตจสุดท้ายพอดี ส่วน มาร์ทิน
พยายามชิงตำแหน่งผู้นำคืนโดยทำเวลาเป็น
อันดับหนึ่งได้ใน 2 สเตจสุดท้าย ส่งผลให้เวลารวมขึ้นมาอยู่อันดับ 5 แล้ว

เลกสองแข่งกันต่อในระยะทางอีกกว่า 190 กิโลเมตร มาร์ทิน
อาศัยความพยายามเต็มที่เพื่อกลับมาเป็นที่หนึ่ง
อีกครั้ง และความพยายามของเขาก็เกือบจะเป็นผลเมื่อจบการแข่งขันในสเตจ 7
อันดับรวมของเขากระโดด
ขึ้นมาอยู่อันดับสอง แซงหน้า ดือวาล ขึ้นมาไล่บี้ โลบ์ แต่แล้วความกดดันที่ มาร์ทิน สร้างขึ้น
ทำให้ทั้งตัวเขาเอง
และโลบ์ ต้องเร่งความเร็วรถมากเกินไป จนพลาดท่ารถหมุนช่วงท้ายของสเตจ 8
จากอุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้
ดือวาล ที่ขับมาแบบเรื่อยๆ ส้มหล่นกลายมาเป็นผู้นำอย่างง่ายดาย

ขณะที่ทั้ง มาร์ทิน และโลบ์ กำลังหมดหวังกับอันดับที่ร่วงลงไปอยู่ที่ 14 และ 18 กลายเป็น เพทเทร์
โซลเบร์ก
(PETTER SOLBERG) ที่อาศัยจังหวะนี้ทะยานรถ ซูบารุ อิมพเรซา ขึ้นมาอยู่อันดับสองในช่วงก่อนเข้า
สองสเตจสุดท้าย โดยดัน เซนซ์ ร่วงไปอยู่อันดับสาม กระทั่งถึงสเตจสุดท้าย ความพยายามของ
โซลเบร์ก ก็เป็น
ผลเมื่อเขาเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่ง ส่งผลให้เวลารวมขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแทนที่ ดือวาล ส่วนอันดับสาม
ยังคงเป็น เซนซ์

เลกที่สามซึ่งเป็นเลกสุดท้ายของการแข่งขัน แม้ โลบ์ จะพยายามไล่บี้ขึ้นมาโดยทำเวลาดีที่สุดในสเตจที่
13
แต่ความพยายามของเขาก็ดูเหมือนจะไร้ผล เมื่อ โซลเบร์ก โชว์ลีลาเหนือชั้นทะยานรถเข้าเส้นชัยเป็น
อันดับหนึ่ง ด้วยเวลารวม 4 ชั่วโมง 20 นาที 15.3 วินาที ส่วนอันดับสองกลายเป็น เซนซ์ ที่เบียด ดือวาล
ขึ้นมาอยู่อันดับสอง โดยทำเวลาเฉือนเพียง 5.1 วินาที อันดับสามเป็นของ ดือวาล ทำเวลารวม 4
ชั่วโมง
20 นาที 57 วินาที

จากผลการแข่งขันในครั้งนี้ส่งผลให้ผู้นำในประเภทสะสมรวมประเภทผู้ขับขี่ ริชาร์ด เบิร์นส (RICHARD
BURNS) โดน เซนซ์ และโซลเบร์ก แซงหน้าขึ้นมาอยู่อันดับหนึ่งและสองได้สำเร็จ โดย เซนซ์ มี 61
คะแนน
โซลเบร์ก มี 58 คะแนน เท่ากับ เบิร์นส ส่วนอันดับคะแนนสะสมประเภททีม อันดับที่ 1-5 ยังไม่มีการ
เปลี่ยนแปลง ทีม ซีตรอง ยังรักษาตำแหน่งผู้นำเอาไว้ได้ มี 137 คะแนน
โดยมีทีมร่วมสัญชาติเดียวกันอย่าง
เปอโฌต์ ไล่จี้เข้ามามีคะแนนห่างเพียง 4 แต้มเท่านั้น ขณะที่ ซูบารุ
แม้จะชนะในสนามนี้แต่คะแนนยังห่าง
อันดับ 2 อีกเยอะ มีเพียง 88 คะแนนเท่านั้น

WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2003 สนาม 13

กาตาลันยา แรลลี (CATALUNYA RALLY) ที่ประเทศสเปน ศึกทางฝุ่นที่ทีมแข่งต่างให้ความสำคัญ
และมี
แฟนๆ แรลลีจับตามองมากที่สุดสนามหนึ่งของการแข่งขันแรลลีโลก
ด้วยความที่สนามนี้เป็นสนามรองสุดท้าย
ก่อนปิดฤดูกาล และคะแนนสะสมรวมของนักแข่งก็ยังทิ้งห่างกันไม่มาก โดยมีถึง 5
รายด้วยกันที่มีสิทธิ์ลุ้น
แชมพ์โลกในปีนี้

การแข่งขันครั้งนี้แบ่งออกเป็น 22 สเตจ ระยะทางช่วงทดสอบพิเศษรวมทั้งสิ้น 381.18 กิโลเมตร
เส้นทาง
ส่วนใหญ่เป็นลูกรังสลับทางราดยางเป็นช่วงๆ ซึ่งในวันแข่งขันมีฝนตกลงมาเป็นระยะๆ ทำให้ทางฝุ่น
เปลี่ยนเป็นทางโคลนทันที
ซึ่งทั้งนักขับและทีมเซอร์วิศต้องปรับตัวกันให้ทันถ้าหวังจะเข้าเส้นชัยแบบมีอันดับ
ติดมือกลับบ้าน

เลกแรกออกสตาร์ทด้วยการขึ้นนำของ โลบ์ ไปจนจบ
เขาโชว์ลีลาการขับที่ยอดเยี่ยมโดยสามารถทำเวลาดีที่สุด
ได้มากถึง 4 สเตจ จาก 8 สเตจ โดยมีเพื่อนร่วมทีมอย่าง เซนซ์
ที่มีคะแนนสะสมประเภทผู้ขับขี่เป็นผู้นำอยู่
ในขณะนี้ ทำเวลามาเป็นอันดับสองตามหลังผู้นำอยู่ 26.2 วินาที

การแข่งขันดำเนินมาจนจบเลกที่สอง โลบ์ ยังทำเวลาเป็นผู้นำมาโดยตลอด แม้ว่า มาร์ทิน จากทีม
ฟอร์ด
จะพยายามไล่บี้ขึ้นมา โดยทำเวลาได้ดีที่สุดถึงสามสเตจคือ ในสเตจที่ 2, 6 และ 7
แต่เวลารวมเขาก็ยังได้เพียงแค่
อันดับสอง ขณะที่ กิลเลส ปานิซซี (GILLES PANIZZI) สังกัดทีม เปอโฌต์
แชมพ์เก่าสนามนี้เมื่อปีที่แล้ว อาศัย
ฝีมือที่ชำนาญทางประเภทนี้เป็นพิเศษ จบเลกที่สองมีเวลารวมเป็นอันดับสาม ทำเวลาตามหลังผู้นำอยู่
36.7 วินาที
โดยทำเวลาดีที่สุดได้ในสเตจแรก และสเตจที่สาม

เลกสามซึ่งเป็นเลกสุดท้าย สภาพทางเปลี่ยนเป็นโคลนเกือบตลอดเส้นทาง
เนื่องจากมีฝนตกลงมาตั้งแต่ช่วง
กลางคืน ปานิซซี ที่ออกสตาร์ทจากอันดับสาม
อาศัยรถที่ทีมเซอร์วิศเซทมาลงตัวสำหรับทางโคลนโดยเฉพาะ
ทะยานขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สองในช่วงก่อนเข้าสามสเตจสุดท้าย กระทั่งในสเตจสุดท้าย ปานิซซี
อาศัย
จังหวะที่มาพร้อมดวงทำเวลาไล่ทันและแซงขึ้นหน้า โลบ์ ได้สำเร็จอย่างฉิวเฉียด
เข้าเส้นชัยทำเวลารวมเป็น
อันดับหนึ่งอย่างพลิกความคาดหมาย ด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 55 นาที 9.4 วินาที โดยมี โลบ์ ตามหลังเพียง
13 วินาที
ส่วนที่สามได้แก่ มาร์ทิน ในรถ ฟอร์ด โฟคัส ทำเวลาตามหลังผู้นำ 13.6 นาที

ส่วน เบิร์นส สังกัดทีม เปอโฌต์
สนามนี้สร้างผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรเมื่อรถเขาไปหลุดโค้งในช่วงสเตจที่ 19
ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย แม้เขาจะเป็นนักแข่งคนเดียวของทีม เปอโฌต์
ที่ยังลุ้นตำแหน่ง
แชมพ์โลกในปีนี้ แต่ความหวังต้องเลือนลางไปอีก
เพราะจากรายงานล่าสุดได้รับคำยืนยันจากแพทย์ผู้ตรวจ
ร่างกายของ เบิร์นส ว่าพบเนื้องอกในสมองของ เบิร์นส ส่งผลให้ต้องงดการแข่งขันในรายการบริทิช
แรลลี
เท่ากับว่าหมดสิทธิ์ลุ้นแชมพ์ไปโดยปริยาย

จากการที่ทีม เปอโฌต์ คว้าแชมพ์ในสนามนี้ได้สำเร็จ
ทำให้ยังมีความหวังที่จะคว้าแชมพ์โลกในประเภททีม
ผู้ผลิตได้ เนื่องจากมีคะแนนตามหลัง ซีตรอง ที่มี 147 คะแนน เพียง 5 คะแนนเท่านั้น ขณะที่ทีม ซูบารุ
ดูเหมือนจะหมดหวังไปแล้วเนื่องจากยังมีคะแนนสะสมเพียง 93 คะแนน

 

สรุปผลการแข่งขันรวม 13 สนาม ประเภทผู้ขับ

อันดับ ผู้ขับ คะแนนสะสม (สนาม 1-12) คะแนน (สนาม 13) คะแนนรวม
ชนะเลิศ เซบัสเตียง โลบ์ 55 8 63
รองอันดับ 1 การ์โลส เซนซ์ 61 2 63
รองอันดับ 2 เพทเทร์ โซลเบร์ก 58 4 62

สรุปผลการแข่งขันรวม 13 สนาม ประเภททีมผู้ผลิต

อันดับ ทีม คะแนนรวม
ชนะเลิศ ซีตรอง 147
รองอันดับ 1 เปอโฌต์ 142
รองอันดับ 2 ซูบารุ 93


------------------------------
เรื่องโดย : สิทธิพงศ์ วิยาภรณ์
ภาพโดย : -
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มกราคม ปี 2547
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/70r4b

Follow autoinfo.co.th