ฟ้ากว้าง ทางไกล

ปักกิ่งวันวาน ที่ไม่มีวันหวนกลับ


กลางฤดูหนาวของเมืองปักกิ่ง ผู้คนทั้งชายหญิงแต่งกายในชุดเหมาหนาเตอะ สวมหมวกปิดหน้ากันลมหนาว ความหนาวเหน็บนั้นถึงทรวง แต่พวกเขายังคงยืนเข้าแถวรอเข้าห้องน้ำ เราไม่รู้ว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา พวกเขาอาบน้ำท่ามกลางอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาหรือยัง

 

เกือบยี่สิบปีก่อน…บ้านปูนทรงเตี้ยแบบในหนังจีนกำลังภายในมีให้เห็นได้ทั่วไปในปักกิ่ง ระบบคอมมูน ปฏิบัติกันเคร่งครัดแม้แต่บริเวณที่ไม่ห่างจากเขตชาวต่างชาติ เขตที่พักอาศัยในกรุงปักกิ่งแบ่งแยกระหว่างชาวจีนแผ่นดินใหญ่ และชาวต่างชาติอย่างชัดเจน คนจีนห้ามรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของต่างชาติ ในใจกลางเมืองปักกิ่งมีห้างสรรพสินค้าสำหรับคนต่างชาติอยู่เพียงห้างเดียว แขกบ้านแขกเมืองไปมาก็ต้องหาซื้อของในห้างเฟรนด์ชิพ สโตร์ ที่ที่มีของพื้นเมืองคุณภาพสูง อาหาร และนมยี่ห้อต่างประเทศขาย คนต่างชาติเท่านั้นมีสิทธิ์เข้าห้างแห่งนี้ ถ้ายามสงสัยว่าเป็นคนจีนแผ่นดินใหญ่จะต้องถูกตรวจพาสสปอร์ททุกราย

 

นอกจากเขตที่พักอาศัยที่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน ยังมีเงินเก่ากับเงินใหม่ หรือคนจีนเรียกว่า เงินไว้ฮุ้ย ซึ่งเป็นเงินต่างชาติ กับเงินเก่า หรือเหยินหมินปี้ เงินใหม่แลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศได้ เงินเก่าใช้เฉพาะภายในประเทศ ชาวต่างชาตินิยมนำเงินใหม่ไปแลกเงินเก่า เพราะเทียบแล้วจะถูกกว่า เช่น หนึ่งหยวนใหม่เทียบเท่ากับ 5 บาท หนึ่งหยวนเก่าเทียบเท่ากับ 7 บาท เงินเก่านำไปจ่ายตลาดและซื้อของตามห้างสรรพสินค้าของคนจีนได้ ส่วนเงินใหม่ไว้ใช้ในห้างของคนต่างชาติและตามโรงแรมที่มีกฎห้ามใช้เงินเก่า นี่หมายถึงคนจีนแผ่นดินใหญ่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปใช้บริการ

 

กระดาษทิชชูและผ้าอนามัยหาไม่ได้ในปักกิ่ง ระยะหลังเริ่มมีกระดาษทิชชูขาย แต่ก็หยาบและแข็งมาก เริ่มใช้กันมากในห้องน้ำภัตตาคาร ส่วนโรงแรมชั้นหนึ่งจะนำกระดาษทิชชูจากต่างประเทศเข้ามาใช้ การที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของรัฐมิได้แสวงหากำไร สินค้าทุกชนิดจึงไม่มีการโฆษณาผลิตออกมาแบบเดียวกัน ใช้แบบเดียวกัน รายการโทรทัศน์ควบคุมโดยรัฐบาล ผู้ชมดูกันไปจนจบเรื่องแล้วเรื่องเล่าก็ไม่มีโฆษณาคั่น

 

กฎเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องปฏิบัติตาม คำสั่งของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองศักดิ์สิทธิ์มาก ถ้ามีคนขับรถผิดกฎจราจร เพียงตำรวจชี้นิ้วให้หยุด โดยไม่ต้องพูดอะไรสักคำ รถจะหยุดทันที การจัดระเบียบจราจรมีระบบ ถนนกว้าง 4 เลน บางถนนมีเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นยานพาหนะคู่ใจของคนจีนสมัยนั้น
เวลาเข้างานกับงานเลิกกองทัพจักรยานจะวิ่งว่อนตามถนน ส่วนรถยนต์นับคันได้ หลายคนนิยมขี่มอเตอร์ไซค์พ่วงแบบทหารที่คนสามารถนั่งได้ด้านข้าง

 

ความอ่อนช้อยของอิสตรีชาวจีนในหนังแบบสมัยฮ่องเต้หาดูไม่ได้ในกรุงปักกิ่ง อย่างพวกรำพัด นักเต้นค่อยๆย่างอย่างอ่อนช้อย แต่งตัวด้วยผ้าไหมจีนบางๆ พลิ้วไหว นักร้องนักเต้นสมัยนั้นไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่จะผูกผ้าพันคอสีแดงเดินออกมาในชุดทหารบ้าง ชาวนาบ้าง ชุดเหมาบ้าง ดูแล้วบึกบึนน่าเกรงขาม ร้องเพลงย่ำเดินสวนสนามเป็นจังหวะบนเวทีเชิดชูเหมาเจ๋อตุง ไม่ใส่กระโปรงพลิ้วๆ ไม่มีหญิงจีนในชุดโบราณนั่งดีดพิณ

 

เขาฝึกระเบียบวินัยกันตั้งแต่เล็กแต่น้อย บางครั้งตามถนนจะเห็นครูนำแถวเด็กอนุบาลเดิน เด็กแต่ละคนต้องจูงมือเพื่อนคนข้างหน้าต่อๆ กันเป็นระเบียบเหมือนแถวรถไฟ คนต่างชาติมักอดชื่นชมความมีวินัยและความน่ารักของเด็กๆ แก้มแดงพวกนี้ไม่ได้ แก้มของเด็กๆ แดงทั้งสองข้างเหมือนกับแต้มสีเอาไว้ จริงๆ แล้วเป็นเพราะอากาศอันหนาวเหน็บทำให้ผิวแตกที่แก้มทั้งสองข้าง คนไทยเคยได้ยินเรื่องเด็กผู้หญิงจีนสมัยก่อนต้องถูกมัดเท้าให้เล็ก เด็กผู้หญิงเหล่านั้นโตในสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองและกลายเป็นแม่เฒ่าในชุดเหมาสีดำที่ชอบออกมาเดินเล่นตอนบ่าย อาจนึกภาพไม่ออกว่าเท้าของแม่เฒ่าเล็กขนาดไหน ถ้าเปรียบเทียบก็เท่ากับเท้าเด็กประถม หรืออาจจะเล็กกว่า กระดูกตรงกลางเท้าโก่งโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เท้ามีขนาดเล็กกว่าปกติ

 

พอหกโมงเย็นทุกอย่างในกรุงปักกิ่งเงียบกริบ บรรยากาศจะอึมครึมเหมือนกับเมืองร้างไม่มีเสียงเพลงจากบาร์เหล้า หรือไฟสว่างไสวตามถนน กฎหมายเข้มงวดมากไม่มีขโมย ถ้าคนชอบสันโดษมาอยู่ที่นี่จะมีความสุข หากขี้เหงาจะทนอยู่ไม่ไหว

 

อากาศที่หนาวของปักกิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์คน คนที่แกร่งจริงๆ ถึงจะมีชีวิตอยู่รอดมาได้ ในบ้านชาวบ้านไม่มีเครื่องทำความร้อน บางแห่งต้องใช้ห้องน้ำรวม
ในหอพักนักศึกษาไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น ชีวิตดำเนินไปแบบสมถะข้าวของราคาถูกมากของแทบทุกอย่างผลิตในเมืองจีน ของใช้จำเป็นในประเทศหนาว เช่น ลิพมันทากันปากแตกของจีนแท่งหนึ่งราคาประมาณหนึ่งสลึง ราคาพอๆ กับผักชีในตลาด บางช่วงมีลมหนาวพัดทรายมาจากทะเลทรายทางเหนือทำให้ต้องปิดหน้าต่างโดยเฉพาะคนอยู่ชั้นสูงผู้ปกครองไทยหลายท่านส่งลูกหลานที่ดื้อรั้นไปเรียนที่ปักกิ่งเพื่อฝึกความอดทนและหัดไม่ให้ฟุ่มเฟือย เพราะสถานที่เที่ยวก็มีแต่พระราชวัง

 

เมื่อหน้าหนาวผ่านไปอากาศเริ่มอุ่น ผู้คนออกจากบ้านมากขึ้น ตามตลาดนัดที่เหมือนงานวัดบ้านเรา มักจะเห็นพวกมองโกลแต่งชุดแบบมองโกลเล่นมวยปล้ำกลางแจ้ง แล้วมีคนล้อมวงดูส่งเสียงเชียร์กันสนุกสนาน พวกเด็กๆ จากมณฑลซินเจียงหน้าตาแบบชาวตะวันออกกลาง และสวมหมวกแปดเหลี่ยมก็มานั่งย่างแพะแบบหมูปิ้งบ้านเรา มีพุทราเชื่อมลูกแดงๆ เสียบไม้ขายเหมือนในหนังจีน ช่วงฤดูร้อนนี้ฟ้าเปิดให้เห็นสภาพบ้านเมืองของกรุงปักกิ่ง น้ำแข็งในทะเลสาบของพระราชวังฤดูร้อนละลาย พวกหนุ่มสาวเปลี่ยนจากเล่นสเกทน้ำแข็งในทะเลสาบมาเป็นพายเรือแทน

 

กรุงปักกิ่งสถาปนาเป็นเมืองหลวงมานานกว่าพันปี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 จากราชวงศ์เหลียว ซ้ง หยวนของมองโกล หมิง มาจนถึงราชวงศ์ชิงของแมนจู เป็นราชวงศ์สุดท้าย หลังจากพระมหากษัตริย์หมดอำนาจลงผู้บริหารประเทศจีนรุ่นต่อมาอย่าง เหมาเจ๋อตุง ยังคงใช้ปักกิ่งเป็นเมืองหลวง ความวุ่นวายและสงครามกลางเมืองเกิดขึ้นบ่อยครั้ง คนจีนแผ่นดินใหญ่จึงหนีข้ามน้ำข้ามทะเลไปตั้งรกรากในประเทศอื่นๆ ประชาชนรุ่นเก่าที่ยังคงปักหลักอยู่ในปักกิ่งเล่าว่า ประธานเหมาเจ๋อตุง ทำให้พวกเขามีกับข้าวกิน แต่ก่อนพวกเขาต้องกินแต่ข้าวเปล่า

 

 

ปัจจุบัน ปักกิ่งทันสมัยมาก บ้านแบบเก่าไม่มีให้เห็นอีกแล้ว มีแต่แฟลทสูงๆ ในห้องมีห้องน้ำส่วนตัวและเครื่องทำความร้อน กรุงปักกิ่งเปลี่ยนแปลงเร็วมากในระยะ 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลทุบบ้านเรือนชั้นเดียวแบบเก่าของชาวบ้านทิ้งหมดและย้ายคนไปอยู่บนแฟลท สมัยก่อนโรงแรมปักกิ่งถือว่าทันสมัยที่สุด แต่ปัจจุบันมีโรงแรมหรูๆ แย่งกันก่อสร้าง เงินก็ใช้เป็นระบบเดียวไม่ว่าต่างชาติหรือคนจีน ห้างเฟรนด์ชิพ สโตร์มีแต่ของทันสมัยขายรองเท้ายี่ห้อดังๆ ของยุโรปราคาแพงๆ ป้ายร้านแมคโดนัล เคนทักกี ไฟร์ชิคเกน และภัตตาคารต่างชาติได้เข้ามารายล้อมที่ตึกทรงโซเวียตที่เหมาเจ๋อตุง สร้างไว้

 

ช่วงจีนปิดและเปิดประเทศใหม่ๆ ผู้หญิงปักกิ่งไม่แต่งหน้า พอรัฐบาลเริ่มผ่อนปรนเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจก็ยังแต่งหน้ากันไม่เป็น ไม่รู้ว่าลิพสติคทาอย่างไรสวย ส่วนมากใส่สูทสีทึมๆ เดินขึ้นไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน เดี๋ยวนี้สาวจีนบางคนนุ่งกระโปรงสั้นใส่ส้นสูงเดินขึ้นกำแพง วัยรุ่นสมัยนี้เข้าไนท์คลับ บาร์ บางคนสักตามไหล่ ไม่เพียงแต่ทาปากสีแดงสดๆ ยังทาตาสีสะท้อนแสง พวกเขาเริ่มทำตัวแปลกแยกจากคนรุ่นเก่า สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องเล่าสู่กันฟังมากมายเพราะสังคมสมัยใหม่ไม่ต่างจากบ้านเราที่เด็กวัยรุ่นหันไปหาวัตถุนิยม

 

นักท่องเที่ยวปัจจุบันพยายามมองหาคนสวมชุดเหมาในบรรยากาศช่วงที่จีนปิดประเทศหลังม่านไม้ไผ่ อาจจะได้คนแก่ๆ บางคนยังสวมใส่ แต่บรรยากาศเก่าๆ หลายอย่างที่เล่ามาไม่มีให้เห็นอีกแล้ว คงเหลือแต่ภาพของปักกิ่งยุค 2000

 

บรรยายภาพ

1. คนจีนยุคใหม่มีเงินและฐานะพอที่จะอยู่กินในภัตตาคารหรูลอยฟ้า (ภาพเปิด)

2. ประตูสู่พระราชวังต้องห้ามของกรุงปักกิ่งที่กลายเป็นประวัติศาสตร์

3. ด้านซ้ายของจัตุรัสเทียนอันเหมิน เป็นตึกศาลาประชาชนสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของการปฏิวัติสำเร็จในปีพศ. 2502

4. รูปประธานเหมาเจ๋อตุง ติดอยู่หน้าประตูทางเข้าพระราชวังต้องห้ามให้ผู้คนระลึกถึงเสมอ

5. คนรุ่นเก่าที่ยังแต่งกายแบบสมัยเหมาเจ๋อตุง ผู้หญิงต้องตัดผมสั้นและไม่แต่งหน้า

6. ย่านศูนย์การค้าทันสมัยของถนนชางอานตะวันตก แหล่งนัดพบของนักชอพพิง และที่นั่งพักของคนรุ่นเก่า

7. มอเตอร์ไซค์พ่วงแบบที่ใช้กันในสมัยสงครามโลก ยังเห็นประปรายบนท้องถนนในกรุงปักกิ่ง

8. หลังตึกแบงค์ ออฟ ไชนา ยังคงมีชีวิตอันเรียบง่ายเหลืออยู่บ้างท่ามกลางตึกสูงระฟ้า

9. ภายในห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยต่างกับเมื่อ 20 ปีก่อน ในห้างมีเพียงแค่สองชั้นและไม่มีบันไดเลื่อน

10. กำแพงเมืองจีน สัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่บนแผ่นดินมังกร

 

ข้างหลังภาพ

หลังจากจีนเปิดประเทศได้กว่าสิบปี ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทุกวันนี้ร้านแมคโดนัลสามารถเห็นได้ตามเมืองใหญ่ทั่วเมืองจีน ร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดังกลายเป็นที่นิยมของคนจีนผู้มีอันจะกินมือถือใช้กันอย่างแพร่หลาย รวมถึงการแสดงต่างๆ ที่เริ่มปรับเปลี่ยนไปตามสมัยนิยม รวมทั้งกายกรรมจีนซึ่งจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวชม การแสดงเหล่านี้สมัยก่อนมักจะจัดอยู่ตามถนนหนทางต่างๆ เช่น หน้าจัตุรัสเทียนอันเหมิน ปัจจุบันการแสดงข้างถนนเริ่มเข้าสู่โรงมโหรสพต่างๆ การแสดงก็มีอิทธิพลทางตะวันตกแทรกอยู่ด้วย เช่น เสื้อผ้าต่างๆ พูดถึงการถ่ายภาพการแสดงกลางคืนจริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรยุ่งยาก ไม่ต้องใช้แฟลช อุปกรณ์ที่จำเป็นก็มี ฟีล์มความไวสูงสัก ISO 400 เลนส์เทเลช่วง 70-200 มม. และขาตั้งกล้อง แต่ภาพนี้ผมถ่ายโดยไม่ได้ใช้ขาตั้ง เนื่องจากไม่ได้เตรียมไปในการเดินทางครั้งนี้ ผมอาศัยพาดเลนส์ไว้กับพนักพิงของเก้าอี้ตัวหน้า เปิดรูรับแสงกว้างสุด เลือกถ่ายในจังหวะที่คนแสดงนิ่งที่สุด

 



------------------------------
เรื่องโดย : อุษณีย์ กฤษณาวารินทร์
ภาพโดย : สุเทพ กฤษณาวารินทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2545
คอลัมน์ : ฟ้ากว้าง ทางไกล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/93RZ1

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน