เทคนิค

เจาะลึกเดโมคาร์


เมื่อเพื่อนๆ ร่วมทีมต้องการโมดิฟายรถอย่างหนัก เพื่อเข้าร่วมในงานแข่งขันเครื่องเสียงรถยนต์ถ้าจำกันได้ดี ก่อนหน้านี้หลายฉบับมาแล้ว เราได้เคยลงเกี่ยวกับการแต่งรถ ฮอนดา ซีวิคเดโมคาร์คันนี้ ในส่วนของการแต่งเครื่องเสียงรถ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ตรงที่มีพวงมาลัยอยู่ตรงกลางของตัวรถ ฉบับนี้จะเป็นส่วนของแดชบอร์ดหรือแผงหน้าปัด

เป็นที่รู้กันดีว่า แผงหน้าปัดที่ติดตั้งมาจากโรงงานนั้น เป็นที่รวมของมาตรวัด และสัญญาณไฟต่างๆ มีส่วนของเครื่องเสียง และระบบปรับอากาศอยู่ตรงส่วนกลางของแผงหน้าปัด การโมดิฟายจะติดในเรื่องของตำแหน่งชิ้นส่วนสำคัญๆ อาทิเช่น ตำแหน่งของพวงมาลัยตำแหน่งของแป้นเหยียบแป้นบังคับต่างๆ รวมไปถึงส่วนของคันเกียร์ และเบรคมือ แต่ด้วยรถเดโมคันนี้ โมดิฟายในทุกส่วนให้แตกต่างไปจากเดิม จึงทำให้การออกแบบแดชบอร์ดต้องสัมพันธ์กับการออกแบบเครื่องเสียงด้วย

หลังจากที่ถอดแผงหน้าปัดออก ขั้นตอนแรกที่จะต้องทำก็คือ การทำส่วนของงานเฟรมขึ้นรูปเป็นชิ้นงานแผงหน้าปัดใหม่ ต้องเขียนแบบก่อน แล้วจึงค่อยทำเฟรมขึ้นมาในลักษณะ 3 มิติเพื่อขึงผ้าทำโครงผิวของแผงหน้าปัด หน้าที่หลักคือ เป็นที่รองรับวีดีโอมอนิเตอร์หลายๆ ตัวโดยจัดเรียงไปตามแนวกว้างของตัวรถ ซึ่งจะมีจอมอนิเตอร์รวมทั้งหมดถึง 5 จอ ชิ้นงานของเฟรมจะขึ้นรูปจากไม้ MDF แล้วขันโบลท์ยึดติดเข้าที่ทางด้านบนแกนพวงมาลัย

เมื่อไรก็ตามที่ไฟเบอร์กลาสส์ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงงาน ต้องมั่นใจว่าเรซินส่วนเกินจะไม่หยดใส่ลงไปในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเรซินนั้นจะทำลายชิ้นส่วนอีเลคทรอนิคส์ได้โดยง่าย หรืออาจจะไปอุดตันชิ้นส่วนสำคัญของระบบบังคับเลี้ยวเราได้ป้องกันปัญหาเรื่องเรซินหยดใส่นี้ โดยหาแผ่นพลาสติคมาปูข้างใต้แผงหน้าปัด ก่อนที่จะหล่อขึ้นรูป ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าเมื่อถึงขั้นตอนนี้ ได้ถอดเอากระจกบังลมหน้าออกจากตัวรถไปแล้ว เพราะนอกจากจะทำให้ขั้นตอนการทำงานง่ายขึ้นแล้ว ยังทำให้ชิ้นงานไฟเบอร์กลาสส์ที่เราหล่อขึ้นรูปแห้งเร็วขึ้นอีก

ขั้นตอนแรกในการทำงานเฟรมก็คือ ต้องยึดให้แน่น แล้วขึงปิดมาสกิงเทปก่อนที่จะปูปิดทับด้านบนเทปด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ แล้วใช้กาวไลท์สเปรย์ 3M รุ่น SUPER 77 พ่นไปบนฝั่งฟอยล์เท่านั้นแล้วจึงติดฟอยล์เข้ากับส่วนที่เป็นมาสกิงเทป เหตุที่เลือกใช้อลูมิเนียมฟอยล์นั้นสำคัญมาก ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ ทนต่อการหล่อขึ้นรูปด้วยไฟเบอร์กลาสส์ และมันจะทำหน้าที่เป็นผิวหน้าที่จะเชื่อมติดกับเฟรมแผงหน้าปัด

จำไว้ว่าแนวคิดของการทำแดชบอร์ดใหม่นี้ ก็คือทำโครงขึ้นรูปจากไม้ MDF หลังจากนั้นจึงขึงคลุมปิดด้วยผ้า ขั้นตอนของการทำเฟรมนับว่าสำคัญมากที่สุดของการทำชิ้นงานไฟเบอร์กลาสส์ เพราะงานเฟรมจะเป็นตัวกำหนดชิ้นงานที่เสร็จออกมาแล้ว เราใช้
กระดาษแข็งในการทำเค้าโครงของโครงไม้ หลังจากนั้นจึงค่อยกอพพีแบบจากกระดาษแข็งลงไปบนไม้ MDF แล้วจัดการตัดทีละชิ้นออกมาด้วยเลื่อยจิกซอว์ การใช้เทมเพลท วิธีการนี้จะช่วยให้ทั้งสองฝั่งของแผงหน้าปัด มีความสมมาตรกัน ง่ายและไม่เสียเวลา

เมื่อเชื่อมติดโครงกับตัวรถแล้ว ก็มาถึงงานในส่วนที่จะต้องใช้ฟอยล์ เราได้ติดส่วนที่เป็นโครงเข้าพอดีกับฟอยล์ด้วยกาวชนิดพิเศษ เมื่อต้องถอดออกจากแผงหน้าปัด ฟอยล์ก็จะแยกตัวออกจากแบบโดยง่าย มีชิ้นงานเค้าโครงอีกหลายชิ้นเพิ่มใส่เข้าไปในเฟรมโครงสร้างของแผงหน้าปัดจนได้รูปร่างตามที่ต้องการ เมื่อได้รูปร่างของเฟรมเป็นที่ถูกใจเรียบร้อยแล้วจะช่วยลดเวลาจากการต้องขัดแต่งแบบด้วยกระดาษทรายเป็นอย่างมาก

มาถึงตรงนี้ ได้เวลาที่จะคลุมงานเฟรมทั้งหมดด้วยกริลล์โคลท หรือผ้าคลุมกระจังลำโพง เราได้ใช้ผ้ากริลล์โคลทปกติ หรือคุณอาจจะเลือกใช้ผ้าคอททอนแทนก็ได้ ช่างติดตั้งหลายๆ รายมักจะถามว่าทำไมเราจึงเลือกใช้ผ้าบางๆ มาขึ้นรูปเป็นชิ้นงาน ส่วนมากมักจะใช้ผ้าหนาๆ เพราะจะทำให้ขึ้นรูปได้รวดเร็ว แต่มันจะทำให้ชิ้นงานที่ออกมามีแนวโน้มแตกหัก หรือโค้งงอได้ง่าย ยิ่งเป็นแผงพาเนลใหญ่ๆ ที่เมื่อทำการหล่อไฟเบอร์กลาสส์ จะทำให้มีอุณหภูมิสูง ดังนั้นเมื่อต้องหล่อชิ้นงานแผงพาเนลขนาดใหญ่อย่างเช่นแดชบอร์ดนี้ เราจึงเลือกที่จะใช้ผ้าบางๆมาขึงขึ้นรูปบนเฟรม แล้วจึงสร้างชิ้นงานให้หนาด้วยการใช้แผ่นไฟเบอร์กลาสส์ซ้อนกันหลายๆชั้น ซึ่งจะทำให้ชิ้นงานที่ออกมามีความแข็งแรงกว่า และยังมีอายุการใช้งานที่ทนทานยาวนานอีกด้วย

เราใช้การเชื่อมติดด้วยกาวชนิดพิเศษ และสเตเพิลเพื่อยึดติดผ้าเข้ากับเฟรม โดยทาที่ขอบชิ้นงานก่อน แล้วจึงดึงผ้ามาขึงให้ตึงก่อนที่จะยิงสเตเพิลยึดติดเข้ากับโครงไม้ MDF เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงตกแต่งขอบของแผงหน้าปัดด้วยมีดโกน แล้วก็ถึงขั้นตอนของการหล่อไฟเบอร์กลาสส์ โดยชโลมเรซินไฟเบอร์กลาสส์ลงไปบนผ้าชั้นหนึ่งก่อน แล้วใช้แปรงปาดให้ทั่วก่อนที่จะปล่อยให้เรซินแห้ง มาถึงตอนนี้ผิวผ้าเดิมที่อาจหย่อนอาจตึงอยู่ ก็เปลี่ยนเป็นผิวฉาบแข็งของเรซินไฟเบอร์กลาสส์เป็นที่เรียบร้อย แล้วภาพของแดชบอร์ดเมื่อสำเร็จรูปก็พอที่จะดูออกบ้างแล้ว

เมื่อการเคลือบผิวเรซินแห้งดีแล้ว ก็จัดการเสริมแรงด้วยแผ่นไฟเบอร์กลาสส์และเรซินเราใช้แผ่นไฟเบอร์กลาสส์แบบบางขนาด 3/4 ออนซ์ โดยตัดแบ่งออกเป็นแผ่นเล็กๆ เพื่อช่วยให้การจัดเรียงแผ่นไฟเบอร์กลาสส์ลงบนผิวชิ้นงานทำได้ง่ายขึ้น แผ่นไฟเบอร์กลาสส์ตัดเป็นริ้วๆ กว้างประมาณ 3″ แล้วจึงค่อยนำมาฉีกเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส การทำเช่นนี้จะทำให้ปูแผ่นไฟเบอร์กลาสส์ได้ครอบคลุมทั่วชิ้นงาน ชั้นของแผ่นไฟเบอร์กลาสส์ประมาณ 5-6 ชั้น ก็เพียงพอแล้วสำหรับการสร้างแดชบอร์ดให้มีความหนา 6/16″ ซึ่งก็มีความแข็งแรงมากเพียงพอแล้ว คุณสามารถเร่งรัดขั้นตอนการปูแผ่นไฟเบอร์กลาสส์เหล่านี้ให้เร็วขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้แต่ละชั้นของเรซินแห้งก่อน

หลังจากปูแผ่นไฟเบอร์กลาสส์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนของฟิลเลอร์ชั้นแรกโดยปูแผ่นดูรากลาสส์ที่ให้ความแข็งแรง บอดีฟิลเลอร์จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับชิ้นงานก่อนที่จะถอดแผงพาเนลออกจากตัวรถ วิธีการนี้จะช่วยให้ชิ้นงานไม่หดย่นหรือบิดโค้งงอ เพราะมันจะช่วยยึดชิ้นงานอย่างมั่นคงเข้าที่กับเฟรม หลังจากที่ดูรากลาสส์แห้งดีแล้วชิ้นงานก็สามารถถอดออกจากเบ้าแบบได้ เพื่อพร้อมสำหรับการตกแต่งเพื่อความสวยงามอีกทีแล้วขั้นตอนการทำแดชบอร์ด หรือแผงหน้าปัดใหม่ก็เป็นอันเรียบร้อย



------------------------------
เรื่องโดย : วิโชค
ภาพโดย : อินเตอร์เนท
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2548
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/HL3pJ

Follow autoinfo.co.th

เพิ่มเพื่อน