บทความ

สรีรศาสตร์ของแอมพ์


 

CLASS AB
& CLASS A

แอมพ์ CLASS AB กับ CLASS A นี้คล้ายๆ กัน โดย CLASS AB จะมีทรานซิสเตอร์ ที่ฉุด ไปถึงPOSITIVE RAIL และทราสซิสเตอร์ที่ฉุดลงไปถึง NEGATIVE RAIL ที่ตอบสนองการเคลื่อนที่ของโคนลำโพงไปข้างหน้า และหลัง

 

CLASS AB หมายความว่าเอาท์พุททรานซิสเตอร์จะไม่มีกระแสไฟเลี้ยง ยกตัวอย่างเมื่อทรานซิสเตอร์ตัวบนฉุดไปเป็น POSITIVE RAIL (ดันลำโพงออก) ไม่มีกระแสไฟในทรานซิสเตอร์ตัวล่าง เมื่อสัญญานเอาท์พุทสวิงกลับกลายมาเป็นศูนย์ไปจนถึง NEGATIVE RAIL เอาท์พุททรานซิสเตอร์ต้องไปหยุดชั่วขณะ จากกระแสศูนย์ไปจนถึงกระแสไม่ใช่ศูนย์ วงจรไบแอส ชดเชยอุณหภูมิพิเศษจะลด DEAD ZONE นี้ได้ ที่รู้จักในชื่อของ NOTCH DISTORTION เอาท์พุทของแอมพ์ CLASS AB ที่มีไบแอสเล็กน้อยมาก และให้ผล DISTORTION ซึ่งNOTCH DISTORTION ช่วยเพิ่มความถี่ให้สูงขี้น และลดระดับวอลูมลง การออกแบบสมัยใหม่ได้ลดชนิดของ DISTORTION นี้ลงให้มีระดับต่ำมากๆ

 

CLASS A หมายถึง ทรานซิสเตอร์ทุกตัวจะนำกระแสไฟทุกตัว ซึ่งคล้ายกับ CLASS AB มาก แต่วงจรไบแอสที่ใส่เข้าไปก็เพื่อที่จะได้มีกระแสไฟที่สูงมากๆ ในเอาท์พุททรานซืสเตอร์ เพราะแอมพ์เหล่านี้ไม่มีลักษณะไม่ดีดังกล่าว ต้องการฟีดแบคน้อยลงเพื่อให้ DISTORTION ต่ำลง แอมพ์ 100 วัตต์ อาจจะใช้กระแสไฟภายในเกือบ 100 วัตต์ แม้ว่าจะไม่มีภาคออดิโอเอาท์พุท การออกแบบแบบนี้ ไม่มีประโยชน์ในรถที่แต่งเครื่องเสียงแรงๆ หลายๆ แอมพ์ CLASS A ที่ใช้ในรถยนต์ไม่ใช่แอมพ์ CLASS A จริงๆ น่าจะเป็นแอมพ์ที่ใช้กับเครื่องเสียงบ้านมากกว่า

 

INPUT AND
DRIVER STAGES

อินพุทของแอมพ์จะส่งสัญญานภาพเล็กๆ ทรานซิสเตอร์จะไม่เรียงในแถวเดียวกันซึ่งหมายความว่า สัญญานอินพุทจะถูกทำให้เสียไป ในส่วนใดส่วนหนึ่งเมื่อมันผ่านไปตามสเตจต่างๆของแอมพ์ การที่จะรู้ว่าสัญญานอินพุทเสียไปหรือไม่ต้องทำการเปรียบเทียบกัยสัญญานเอาท์พุท ความแตกต่างที่เห็นได้คือจะมีสัญญานบางส่วนเสียไป สเตจของอินพุทจะเป็นชนิดพิเศษที่เรียกว่า “ดิฟเฟอเรนเชียล” มันมีทั้งอินพุทลบและบวกเพราะมันต้องรับทั้งสัญญานภาพและอินพุทจากวงจรฟีดแบคย้อนกลับ ฟีดแบคที่เกินสามารถทำให้การเสียไปของสัญญานต่ำลงแต่ด้วยกฏการออกแบบอย่างดีของวงจรจะช่วยให้หลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวได้

 

เอาท์พุทของสเตจอินพุทถูกป้อนให้กับสเตจไดรเวอร์ที่ซึ่งอาจใช้เครื่องมือ 1 หรือ 2 หรือ 3 อย่างบ่อย ครั้งที่วงจรที่เรียกว่า “DARLINGTON” หรือ “TRIPLE DARLINGTON” วงจรไดรเวอร์จะป้อนสเตจเอาท์พุทซึ่งอาจจะมีทรานซิสเตอร์ 2,4,6 หรือหลายตัว เอาท์พุททรานซิสเตอร์ยิ่งมากตัว ยิ่งดี การรวมเอาเครื่องมือเอาท์พุทหลายๆตัวเข้าไว้ด้วยกันช่วยลดการเสียของสัญญาน (ต้องให้ฟีดแบคเนกาทีฟลดลง)และช่วยให้น่าไว้วางใจขี้น

 

ไบโพลาร์หรือมอสเฟตดี?

พวกเราได้เคยเห็นมอสเฟต (MOSFET=METAL OXIDE SILICON FEILD EFFECT TRANSISTOR)และทรานซิสเตอร์ไบโพลาร์ใช้ในแอมพ์เครื่องเสียง ต่างอ้างถึงความพิเศษของตัวเอง เคยมีการคุยว่ามอส เฟตมีทิวบ์ซาวด์ (อังกฤษเรียกวาล์วซาวด์) นี่เป็นความเชื่อ เครื่องดนตรีหรือเครื่องมือมักถูกสมมติให้มีเสียงนี้แต่ไม่ใช่อุปกรณ์เครื่องเสียง

 

มอสเฟตมีความทนทานมากกว่าไบโพลาร์และสามารถดึงให้เข้าไปใกล้กับเรลซัพพลายได้ ต้องใช้ทรานซิส เตอร์ไบโพลาร์หลายตัวเพื่อให้มีกำลังเท่ากับมอสเฟต ดังนั้นแอมพ์ไบโพลาร์จึงมีแนวโน้มที่จะมีราคาแพงกว่า แต่มอสเฟตไม่ LINIER มากเมื่อเปรียบเทียบกับไบโพลาร์ และต้องใช้ฟีดแบคมากๆเพื่อให้มีจำนวนของสัญญานเสียสมเหตุสมผล เป็นทางเลือกส่วนใหญ่สำหรับเบสส์แอมพ์เมื่อสัญญานเสียงความถี่ต่ำไม่ยากเกินไปสำหรับมอสเฟต แอมพ์บ้านและแอมพ์รถที่ราคาแพงสุดๆส่วนใหญ่จะใช้ทรานซิสเตอร์ไบโพลาร์

 

ประสิทธิภาพ

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้แอมพ์ร้อน? ทั้งพาวเวอร์ซัพพลายและพาวเวอร์แอมพ์เป็นตัวทำให้เครื่องร้อน ประสิทธิภาพของพาวเวอร์ซัพพลายสูงสุดมีเกือบ 100 เปอร์เซนต์ การออกแบบพาวเวอร์ซัพพลายที่ดีบวกกับชิ้นส่วนที่มีคุณภาพสูงสุดเกือบ 85 เปอร์เซนต์ แอมพ์คลาสส์ AB ให้ประสิทธิภาพเต็มกำลังไปสูงถึง 75 เปอร์เซนต์ ประสิทธิภาพโดยรวมกับพาวเวอร์ซัพพลายประมาณ 65 เปอร์เซนต์ แต่ประสิทธิภาพตกลงเมื่อกำลังลดต่ำลงและลดลงต่ากว่า 20 เปอร์เซนต์

 

 

จริงๆแล้วแอมพ์คลาสส์ AB เมื่อทำงานที่ฟูลล์พาวเวอร์ตัวเครื่องจะเย็นกว่าเมื่อมันทำงานเพียงครี่งพาวเวอร์ ทำงานแอมพ์ไปถึงคลิพพิงแล้วเครื่องอาจจะเย็นขี้น พาวเวอร์ทั้งหมดนี้จะไปไหน? โดยพื้นฐานทรานซิสเตอร์เอาท์พุทจะเป็นทราสซิสเตอร์ที่หลากหลายมาก ถ้าโวลเทจเอาท์พุทไม่คงที่จะเป็น 40 โวลท์และพาวเวอร์ซัพพลายจะเป็น 100 โวลท์ แล้วอีก 60 โวลท์จะเสียไปในทรานซิสเตอร์เอาท์พุท การขับโหลดปฏิกิริยา (เหมือนกับลำโพง) จะเป็นเหตุให้ประสิทธิภาพตกไป ส่งผลให้การออกแบบคลาสส์เครื่องเสียงรุ่นใหม่ๆต้องมีการประสิทธิภาพให้ดีขี้น

 



------------------------------
เรื่องโดย : วิโชค
ภาพโดย : WWW.CARAUDIOMAG.COM
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2545
คอลัมน์ : ลับเฉพาะ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/gQBnG

บทความที่เกี่ยวข้อง

ROCKET SOUND ติดตั้งชุดเครื่องเสียง แดนปลาดิบ
GOLDENKEY จัดชุดเสียงดังฟังไพเราะ
GOLDENKEY จัดหนักชุดเสียง ระดับ VIP
สากลเทคนิค จัดชุดเสียง SQ ใน เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค
ROCKET SOUND จัดชุดเสียงบแรนด์เดียว ใน โตโยตา วีออส
GOLDENKEY โชว์คาร์เอนเตอร์เทนเมนท์ชุดเล็ก
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
17 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th