บทความ

สรีระศาสตร์ของซับวูเฟอร์


คงจะจำกันได้กับฉบับที่ผ่านมา ที่ผมได้นำเสนอเรื่อง “สรีระศาสตร์ของซับวูเฟอร์ ฯ”
ซึ่งยังมีอยู่อีกหลายส่วนที่ต้องมาต่อกันในฉบับนี้ และแน่นอนครับ บางชิ้นส่วนมีความสำคัญอย่างคาดไม่ถึงอย่างวัสดุสไปเดอร์ที่ส่งผลโดยตรงกับลำโพงโดยตรง ทั้งคุณภาพเสียง และอายุการใช้งาน ต้องมาติดตามครับ

เทอร์มินอล/ทินเซล ลีดส์ (TERMINAL AND TINSEL LEADS)

เทอร์มินอล มีหลายรูปแบบ บางชนิดก็เป็นแบบขั้วเสียบ ขั้วแบบเป็นมัด ขั้วแบบขันสกรูลอค และแทบส์(TABS) ที่มีขดลวดพร้อมกับปลั๊กเสียบลำโพงตัวเมีย ขั้วเหล่านี้ไว้ใช้ต่อสายลำโพงจากแอมพ์ขั้วทินเซล จะบาง สายยืดหยุ่นได้ดีข้างใต้โคน แนวคิดนี้ก็คือ การติดต่อระหว่างขั้วเทอร์มินอล กับวอยศ์คอยล์ สายเหล่านี้ทำมาจากสายลวดอัลลอยหลายๆ เส้นถักรวมกัน กับเส้นใยไฟเบอร์ที่แข็งมาก การนำเอาเส้นลวดอัลลอยกับไฟเบอร์มารวมกันนี้ เพื่อให้มีความยืดหยุ่นสูง และลดการแตกหักของอัลลอยเมื่อใช้งานไปนานๆ

สไปเดอร์ (SPIDER)

ทุกคนคงคุ้นเคยกับลำโพงที่มีวัสดุคล้ายผ้าย่นๆ อยู่ข้างใต้โคน นั่นแหละคือ สไปเดอร์ เป็นส่วนของลำโพงที่ช่วยรักษาแนวเคลื่อนที่ของวอยศ์คอยล์ ช่วยควบคุมการเคลื่อนที่ของโคนด้วย โดยทั่วไปสไปเดอร์มักทำจากฝ้าย ฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ หรือโคเนกซ์ ซึ่งมีหลายขนาด การแบ่งความแตกต่างของสไปเดอร์จะขึ้นอยู่กับจำนวนรอยย่น นั่นหมายถึง วัลเลย์ พีค และความสูงของคลื่นเสียง ทั้งหมดนั้นสำคัญ เพราะลำโพงบางอย่าง มีความยาวมากกว่าส่วนอื่นๆ สไปเดอร์ที่มีสเปคผิดไปมีโอกาสที่ลำโพงจะแตกเร็วหรือเกิด “สไปเดอร์ แซก” ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพเสียงของลำโพง

รูปแบบของสไปเดอร์มี 2 ลักษณะคือ แบบแรก เป็นสไปเดอร์ถ้วย พบเห็นได้ในวูเฟอร์ที่ราคาไม่ค่อยแพงสไปเดอร์ถ้วยจะมีผนังที่ใช้สำหรับให้ความลึกมากๆ เพื่อที่จะให้ส่วนคอของโคนไม่ตีเข้ากับเพลทด้านบนของลำโพง ที่ช่วงไฮเพาเวอร์ แบบที่สอง เป็นสไปเดอร์แบบแบน มีใช้ในวูเฟอร์คุณภาพสูงราคาแพงที่ทุกส่วนของลำโพงออกแบบมาได้อย่างลงตัว ในเนื้อที่อันจำกัด ซึ่งใช้งานได้ดี และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

วอยศ์คอยล์ (VOICE COIL)

วอยศ์คอยล์อาจเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญมากที่สุดของซับวูเฟอร์ มีลักษณะเป็นมัดขดลวดที่พันกันอย่างแน่นเป็นตัวทำให้เกิดสนามแม่เหล็กทุติยภูมิ ของโครงสร้างมอเตอร์ในลำโพง โดยจะต่อเข้ากับโคนและสไปเดอร์ของลำโพง และพ่วงต่อระหว่างแมกเนทิค แกพ ในตรงกลางของโครงสร้างมอเตอร์เมื่อปล่อยกระแสไฟ AC เข้าไปในระบบ จะทำให้คอยล์สร้างสนามแม่เหล็กไปผลัก/ดึงคอยล์ให้เข้า หรือออกในช่วงแมกเนทิค แกพ การเคลื่อนที่นี้เอง มีการแปลงเป็นพลังงานเสียง

วอยศ์คอยล์ทำมาจากชิ้นส่วนหลัก 2 ชิ้น คือ ฟอร์เมอร์ (โบบิน) และคอยล์ โดยที่ฟอร์เมอร์นั้นทำมาจากวัสดุหลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน ซึ่งมีทั้งไมลาร์ อลูมิเนียม หรือไฟเบอร์กลาสส์ ฟอร์เมอร์เป็นส่วนที่ยึดวอยศ์คอยล์ แล้วต่อเข้ากับสไปเดอร์ และโคนของลำโพง ส่วนที่สองคือ คอยล์นั้นจะสร้างสนามแม่เหล็กภายในโครงสร้างมอเตอร์ ขนาดของลวดที่นำมาพันวอยศ์คอยล์ เป็นส่วนสำคัญที่จะบอกให้เรารู้ได้ว่า ซับวูเฟอร์มีกำลังขับสูงสุดได้เท่าไร ลวดที่นำมาพันคอยล์นั้นมี 3 ชนิดคือ ทองแดงอลูมิเนียม และ ซีซีเอ (CCA: COPPER CLAD ALUMINIUM) หรืออลูมิเนียมฉาบทองแดง การพันคอยล์และการใช้กาวประสานขดลวดให้แน่น สำคัญพอๆ กับฟอร์เมอร์ การใช้กาวคุณภาพต่ำ อาจมีผลทำให้
คอยล์แยกตัวออกจากฟอร์เมอร์ได้ ทำให้เสียงที่ขับออกมาไร้เสียงเบสส์

ทอพเพลท (TOP PLATE)

ทอพเพลทติดตั้งอยู่ที่ข้างใต้บาสเกท ยึดติดกับบาสเกทด้วยสกรู หรืออัดติดแน่นโดยการใช้แรงอัดกำลังสูงทอพเพลทนี้ จะวางอยู่ข้างบนแม่เหล็ก และปล่อยสนามแม่เหล็กไปยังแกพที่วอยศ์คอยล์อยู่ ซึ่งทำงานโดยตรงกับที-โยคเพื่อสร้างสนามแม่เหล็ก ส่วนอีกด้านหนึ่งสนามแม่เหล็กที่โต้ตอบกับสนามแม่เหล็กที่เกิดจากวอยศ์คอยล์ จะสลับกันผลักวอยศ์คอยล์ให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าหรือข้างหลังภายในแกพ

เหล็กเป็นวัสดุอย่างเดียวที่ถูกนำมาทำทอพเพลท ทั้งนี้เนื่องจากเหล็กมีปริมาณคาร์บอนที่ต่ำ ซึ่งคาร์บอนจะมีผลทำให้ความเร็วในการดูด/แตะของพลังงานแม่เหล็กลดลง ยิ่งมีปริมาณคาร์บอนมากเท่าไร ยิ่งทำให้กำลังของแม่เหล็กอ่อนแรงลงเท่านั้น เหล็กคาร์บอนต่ำมีราคาไม่แพง เป็นการช่วยลดต้นทุนในการผลิตลงไปได้อีกทางหนึ่ง

แม่เหล็ก (MAGNET)

คนโดยทั่วไปพิจารณาคุณภาพของลำโพงจากแม่เหล็ก ซึ่งน่าจะใช่ แม่เหล็กยิ่งใหญ่ยิ่งทำให้ลำโพงมีคุณภาพดีแต่ไม่จริงเสมอไป แล้วอะไรคือแม่เหล็กของซับวูเฟอร์ นั่นก็คือวัตถุที่อยู่ระหว่างแบลคเพลทกับ ที-โยคที่เป็นตัวทำให้เกิดแรงสะท้อนกลับจากวอยศ์คอยล์ โดยทั่วไปวัสดุที่แม่เหล็กดูดได้ดีก็คือ เหล็กที่จะมีสนามแม่เหล็กคงที่ สนามแม่เหล็กนี้จะมีผลกับฟลักซ์ไลน์ หรือแนวของคลื่นแม่เหล็กด้วยการใช้แผ่นเหล็กมาเป็นทอพเพลท และที-โยค สนามแม่เหล็กสามารถถูกควบคุมและเน้นไปยังที่อื่นๆภายในวอยศ์คอยล์แกพ

ที-โยค (T-YOKE)

เป็นตัวนำแบคเพลทของโครงสร้างมอเตอร์ กับส่วนขั้วไปเชื่อมต่อกับตรงกลางของวอยศ์คอยล์ การเชื่อมต่อกันของสองส่วนนี้ต้องอาศัย ที-โยค โดยใช้หลักการเอาแรงตรงข้ามของแม่เหล็กมาเสริมที่ทอพเพลทแรงตรงข้ามนี้ สร้างสนามแม่เหล็กด้วยทอพเพลท ที่ถูกใช้เพื่อสร้างปฏิกิริยาสัมพันธ์โต้ตอบกับสนามแม่เหล็ก ที่สร้างโดยวอยศ์คอยล์ ด้วยทอพเพลทนี้เอง ที-โยคที่ทำมาจากเหล็กคาร์บอนต่ำ ด้วยการเจาะรูที่ส่วนขั้วนี้ จะทำให้อากาศเคลื่อนที่ไปข้างหน้า/หลัง เพื่อระบายความร้อนให้กับวอยศ์คอยล์ ส่วนขั้วของ

ที-โยคนี้ก็จะไล่อากาศที่ร้อนให้ออกจากวอยศ์คอยล์ไป ทำหน้าที่ถ่ายเทความร้อน ซึ่งการทำเช่นนี้มีผลอย่างมากกับการรับกำลังขับของซับวูเฟอร์ และลำโพง ในทุกวันนี้มีการนำเทคนิคต่างๆมาใช้เพื่อปรับปรุงในเรื่องการระบายความร้อน ซับวูเฟอร์ที่จะรับกำลังขับสูงๆได้ดีก็ต้องมีการระบายความร้อนภายในที่ดีด้วย

ผมหวังว่าข้อมูลเหล่านี้ คงจะเป็นประโยชน์กับแฟนๆ อย่างน้อยก็สามารถนำไปพิจารณาเลือกซับวูเฟอร์ได้หรือเลือกลักษณะเสียงจากวัสดุได้อีกด้วย แต่ถ้าจะไปลองซ่อม หรือทำลำโพงเอง คงไม่แนะนำนะครับให้เป็นหน้าที่ผู้ชำนาญจะดีกว่า ส่วนนักเล่นอย่างเราๆ ท่านๆ เลือกฟังอย่างมีอรรถรสจะดีกว่า

 



------------------------------
เรื่องโดย : วิโชค
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2545
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/fq4Nk
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
20 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th